ศุภาลัย แท็กทีมพนักงานหัวใจสีเขียว ‘สร้างดี’ ปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่ป่าชุมชนโคราชต่อเนื่องปีที่ 2

ข่าวประชาสัมพันธ์ 15 มิถุนายน 2566

Supalai Go Green_05 Supalai Go Green_03 Supalai Go Green_06 Supalai Go Green_07 Supalai Go Green_08 Supalai Go Green_11 Supalai Go Green_12 Supalai Go Green_13 Supalai Go Green_01

บมจ.ศุภาลัย ชวนผู้บริหารและพนักงานสายกรีนกว่า 100 ชีวิต เดินหน้าสร้างดีคืนพื้นที่สีเขียวให้ชุมชนบ้านโคกพลวง อ.จักราช จ.นครราชสีมา ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ด้วยการปลูกต้นไม้นานาพันธุ์ รวมตั้งแต่ปี 2565 – 2566 มากถึง 4,000 ต้น บนพื้นที่ป่าจำนวน 20 ไร่ ดูดซับการปล่อยคาร์บอนสนับสนุนเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกของไทย เสริมสร้างคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนแก่ชุมชน
Supalai Go Green_04.jpg

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการที่คำนึงถึงธรรมาภิบาล การเติบโตอย่างยั่งยืน หรือ ESG  มายาวนานถึง 34 ปี อีกทั้งยังตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลสิ่งแวดล้อมร่วมกับการสร้างโครงการที่อยู่อาศัย และพร้อมสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยด้วยการส่งเสริมงานความยั่งยืนในมิติการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมร่วมกัน ศุภาลัยจึงจับมือร่วมกับพันธมิตรจากโครงการ Care The Wild ทั้ง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และกรมป่าไม้ จัดกิจกรรม Supalai Grow Green” ปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่ผืนป่า ณ ชุมชนโคกพลวง อ.จักราช จ.นครราชสีมา เพิ่มเติมอีก 10 ไร่ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 หลังจากที่ ศุภาลัย สนับสนุนการปลูกเมื่อปี 2565 ที่ผ่านมาจำนวน 10 ไร่ รวมพื้นที่ปลูกทั้งสิ้น 20 ไร่
Supalai Go Green_10.jpg

โดยในปี 2566 นี้ บริษัทฯ ได้ชวนผู้บริหาร พนักงาน รวมทั้งชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงกว่า 150 คน ปลูกต้นไม้เพิ่มในพื้นที่ 10 ไร่บริเวณข้างเคียงแปลงปลูกเดิม จำนวน 2,000 ต้น ทำให้บนพื้นที่ 20 ไร่ที่สนับสนุนโดย       ศุภาลัย จะมีต้นไม้ที่ปลูกรวมกันถึง 4,000 ต้น ซึ่งจะอุดมสมบูรณ์ไปด้วยไม้ยืนต้นและไม้กินได้ อาทิ มะค่าโมง, พะยูง, ประดู่, มะขามป้อม, ขี้เหล็ก, ไผ่ซางหม่น และเมื่อต้นไม้ทั้ง 20 ไร่เจริญเติบโตจะสามารถช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจกได้ 36,000 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี โดยยังคงมีชาวชุมชนบ้านโคกพลวงเป็นกำลังสำคัญในการรักษาป่า ให้อยู่รอดและเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนได้ 100% เพื่อประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาระบบนิเวศ เป็นแหล่งอาหารชุมชนในอนาคต รวมทั้งเป็นการขยายพื้นที่ป่าให้กับชุมชนเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติต่อไป

อ่านข่าวอื่นต่อ