รวมทุกเรื่องต้องรู้เอาไว้ ก่อนตัดสินใจติดตั้งโซล่าเซลล์ให้กับบ้าน

เทคนิคดูแลบ้าน 03 พฤษภาคม 2566

รวมทุกเรื่องต้องรู้เอาไว้ ก่อนตัดสินใจติดตั้งโซล่าเซลล์ให้กับบ้าน

เมื่อพูดถึง “โซล่าเซลล์” โดยพื้นฐานแล้วทุกคนคงคุ้นเคยกันดีว่ามีหน้าที่สำคัญในการช่วยลดพลังงานไฟฟ้าให้กับบ้าน เปลี่ยนมาเป็นการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ช่วยประหยัดค่าไฟได้อีกหลายบาทมากต่อเดือน แต่! ก่อนจะเลือกติดตั้งควรมาศึกษาข้อมูลต่าง ๆ อย่างละเอียดเพื่อประกอบการตัดสินใจว่าหากติดตั้งจะคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ แล้วมีสิ่งไหนต้องทำความเข้าใจเพิ่มเติมอีกบ้าง

ค่าใช้จ่ายและความคุ้มค่าในการติดตั้งโซล่าเซลล์ 

สิ่งแรกที่ควรต้องทำความเข้าใจก่อนเลือกติดตั้งโซล่าเซลล์คือเรื่องของค่าใช้จ่าย แม้จะบอกว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหลังติดตั้งคือการช่วยประหยัดค่าไฟให้กับบ้าน แต่บางกรณีหากคุณเห็นงบที่ต้องลงทุนแล้วอาจต้องลองคิดใหม่พร้อมประเมินจากหลายปัจจัยเพิ่มเติมก่อน

ปกติแล้วกรณีไฟ 1 เฟส กำลังการผลิต 2-3 กิโลวัตต์ จะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ราว 200-400 หน่วย / เดือน (คิดง่าย ๆ ก็การใช้แอร์ 2 เครื่อง) ราคาการติดตั้งอยู่ประมาณ 170,000 – 200,000 บาท ขึ้นอยู่กับสเปคของอุปกรณ์ ยี่ห้อ รวมถึงค่าช่างติดตั้ง

สมมุติหากคุณมีสมาชิกครอบครัว 4-6 คน ต่อเดือนต้องเสียค่าไฟประมาณ 4,000 – 7,000 บาท ส่วนใหญ่ก็ต้องติดตั้งที่ 5 กิโลวัตต์ จะช่วยลดค่าไฟได้ราว 2,000 – 3,000 บาท / เดือน แต่ค่าติดตั้งก็ตกราว 220,000 – 300,000 บาท ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น การปรับปรุงบ้านให้รองรับการใช้งาน หรือ การขออนุญาต เป็นต้น

ทั้งนี้หากคำนวณเรื่องความคุ้มค่าและการคืนทุนเมื่อตัดสินใจติดตั้งโซล่าเซลล์ต้องใช้ระยะเวลาราว 6-10 ปี ขึ้นอยู่กับจำนวนการใช้ไฟ กำลังการผลิต สภาพอากาศ และปัจจัยอื่น ๆ เมื่อคืนทุนเรียบร้อยก็สามารถช่วยประหยัดค่าไฟออกไปได้อีกราว 25 ปี แต่ก็ยังมีค่าซ่อมแซม ค่าบำรุงรักษา ที่ต้องจ่ายตลอด

พิจารณาให้เหมาะสมบ้านของคุณควรติดตั้งโซล่าเซลล์หรือไม่

จากปัจจัยเรื่องค่าใช้จ่ายที่หยิบมานำเสนอในตอนแรกจะเห็นว่าในการติดตั้งโซล่าเซลล์ให้กับบ้าน 1 หลัง มีค่าใช้จ่ายอยู่ในเกณฑ์หลักแสน และต้องใช้เวลาคืนทุนไม่ต่ำกว่า 5-6 ปี คำถามคือที่อยู่อาศัยของคุณเหมาะที่จะติดตั้งหรือไม่? คงเป็นคำถามคาใจอย่างยิ่ง จึงอยากแนะนำว่าหากที่อยู่อาศัยในปัจจุบันเข้าเกณฑ์ 2 ข้อนี้ การเลือกติดตั้งก็นับเป็นคำตอบที่ดี

  • มีคนอาศัยอยู่ในตอนกลางวันตลอดแทบทุกวัน จึงเป็นอีกช่วงที่ใช้ไฟเยอะ เช่น เปิดแอร์ พัดลม ทีวี คอมพิวเตอร์ หรือในกรณีทำเป็น Home Office เป็นต้น
  • ค่าไฟในแต่ละเดือนของคุณไม่ต่ำกว่า 2,000 บาท หากทุกเดือนค่าไฟต้องจ่ายระดับนี้การใช้ Solar Cells ประมาณ 1.8-3 กิโลวัตต์ จะช่วยให้คุณประหยัดไฟได้เดือนละเฉียด ๆ 1,000 บาท เลยทีเดียว 

อย่างไรก็ตามต้องไม่ลืมประเมินเรื่องของพื้นที่เหมาะสมสำหรับการติดตั้งตัวแผง ซึ่งส่วนมากจะเป็นหลังคาจึงควรตรวจสอบเรื่องความแข็งแรง การรับน้ำหนัก (ขนาดแผงมาตรฐาน 1x2 เมตร มีน้ำหนักประมาณ 22 กิโลกรัม / แผ่น) และทรงหลังคาให้ตอบโจทย์

ระบบการทำงานของโซล่าเซลล์

สิ่งต่อมาที่ควรศึกษากันต่อนั่นคือ ระบบการทำงาน ปกติแล้วในปัจจุบันจะมีอยู่ด้วยกัน 3 ระบบ สำหรับใช้ติดตั้งตามที่อยู่อาศัย และสถานที่ต่าง ๆ ประกอบด้วย

  1. ระบบออนกริด (On Grid)

เป็นลักษณะของการใช้ไฟฟ้าทั้งจากสายไฟของการไฟฟ้าและจากแผงโซล่าเซลล์ ตอบโจทย์สำหรับบ้านที่มีการใช้ไฟในตอนกลางวันเยอะ ไม่ต้องมีแบตเตอรี่กักเก็บ เมื่อผลิตแล้วจะถูกนำมาใช้ทันที สามารถขายคืนให้การไฟฟ้าได้ โดย 1 เฟส ขายคืนไม่เกิน 5 กิโลวัตต์ ส่วน 3 เฟส ขายคืนไม่เกิน 10 กิโลวัตต์ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากการไฟฟ้าก่อนติดตั้ง คืนทุนเร็ว จึงถือเป็นระบบที่ได้รับความนิยมมากสุดในการติดตั้ง

  1. ระบบออฟกริด (Off Grid)

ระบบนี้ถูกเรียกอีกอย่างว่า Solar Cells Stand Alone เพราะไม่ต้องใช้พลังงานจากไฟฟ้าตามสายไฟ นิยมติดตั้งในพื้นที่ห่างไกล ต่างจังหวัด ชนบท ยอดดอย ซึ่งไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึงเท่าใดนัก ต้องมีตัวแบตเตอรี่สำหรับเก็บสะสมไฟเอาไว้ใช้ในเวลากลางคืน หรือตอนที่ต้องใช้ไฟสำรอง หากช่วงไหนแดดออกน้อยติดต่อกันหลายวันก็อาจทำให้ปริมาณไฟฟ้าไม่เพียงพอ

  1. ระบบไฮบริด (Hybrid)

เป็นการนำเอา 2 ระบบแรกมาผสมรวมกัน หมายถึง ต้องใช้ทั้งกระแสไฟจากการไฟฟ้า กระแสไฟจากตัวแผง รวมถึงมีการพ่วงแบตเตอรี่เพื่อเอาไว้สำรองไฟในยามฉุกเฉิน จึงสามารถใช้งานได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ต้องทำการขออนุญาตจากการไฟฟ้าก่อน และไม่สามารถขายคืนให้ได้ บวกกับค่าติดตั้ง ค่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ยังสูงอยู่พอสมควร การคืนทุนจึงใช้เวลานานกว่าแบบอื่น

รู้จักกับแผงโซล่าเซลล์และอินเวอร์เตอร์

สำหรับแผงโซล่าเซลล์ที่นิยมใช้ติดตั้งกับบ้านหรือแบบ Stand Alone ก็ตาม ปัจจุบันแบ่งออกได้ 3 ประเภท ประกอบไปด้วย

  • โมโนคริสตัลไลน์ (Monocrystalline Silicon Solar Cells) แบบผลึกเดี่ยว มีคุณภาพดีสุด นิยมใช้งานมากสุด ติดตั้งแล้วใช้ได้นานถึง 25 ปี ใช้พื้นที่น้อย แต่ราคาก็สูงกว่าแบบอื่นด้วย
  • พอลิคริสตัลไลน์ (Polycrystalline Silicon Solar Cells) แบบผลึกผสม หากอุณหภูมิสูงจะผลิตได้ดีกว่าแบบแรก ราคาประหยัดกว่า แต่ใช้พื้นที่ติดตั้งเยอะ
  • โซลาร์เซลล์ประเภทฟิล์มบาง (Thin Film Solar Cells) หรือจะเรียก อะมอร์ฟัสโซลาร์เซลล์ (Amorphous Solar Cell) ก็ได้เช่นกัน ราคาประหยัด หากอากาศร้อนจัดก็แทบไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ใช้พื้นที่ติดตั้งเยอะเพราะคุณภาพด้อยกว่าแบบอื่น

ส่วนอินเวอร์เตอร์ของ Solar Cells ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนไฟฟ้ากระแสงตรง DC เป็นไฟฟ้ากระแสสลับ AC จากนั้นจึงส่งไปยังตู้เบรกเกอร์เพื่อกระจายไฟภายในบ้านของคุณแบ่งออก 2 ประเภท คือ

  • สตริงอินเวอร์เตอร์ (String Inverter) ควบคุมจุดเดียวเบ็ดเสร็จ ดูแลง่าย แต่ถ้ามีจุดใดขัดข้องจะส่งผลกระทบต่อทุกจุดทันที
  • ไมโครอินเวอร์เตอร์ (Micro Inverter) กระแสไฟจะมีอิสระต่อกัน แม้เกิดปัญหาจุดหนึ่งก็ไม่ส่งผลกระทบต่อจุดอื่น แต่มีราคาสูง

นี่คือข้อมูลพื้นฐานต่าง ๆ ที่ควรรู้เอาไว้สำหรับบ้านไหนวางแผนอยากลองติดตั้งโซล่าเซลล์ จะช่วยให้พิจารณาได้อย่างถูกต้องและมั่นใจขึ้นกว่าเดิม ไม่ต้องกังวลทั้งเรื่องค่าใช้จ่าย ความปลอดภัย และความคุ้มค่าเมื่อใช้งานจริง



ที่มาข้อมูล :

https://www.baanlaesuan.com/262512/ideas/house-ideas/solar-cells-15-knowledge

https://www.solarhub.co.th/solar-solutions/residential-solar/330-estimate-solar