ปลดล็อกคู่รัก LGBTQ+ กู้ร่วมซื้อบ้านได้แบบง่ายๆ

ข่าวสารน่ารู้ 25 เมษายน 2566

ปลดล๊อกคู่รัก-LGBTQ940x560.png

สังคมไทยกำลังพัฒนาเป็นสังคมที่เปิดกว้างในการยอมรับความหลากหลายทางเพศ แม้จะยังไม่มีกฎหมายอนุญาตให้คู่รักเพศเดียวกันจดทะเบียนสมรสกัน แต่ก็มีหลายองค์กรที่ปรับตัวเพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมในสังคม เช่นเดียวกับวงการอสังหาริมทรัพย์ และสถาบันการเงิน ก็มีการพัฒนาเงื่อนไขสินเชื่อบ้านให้ตอบโจทย์คู่รักเพศเดียวกัน

การกู้ซื้อบ้านร่วมกันของคู่รัก LGBTQ+ คืออะไร?

ก่อนหน้านี้การกู้ร่วมซื้อบ้าน จะมีเงื่อนไขว่าผู้กู้ร่วมต้องเป็นคู่สมรส บุตร บิดา มารดา พี่น้องร่วมสายเลือด รวมถึงคู่สมรสไม่จดทะเบียน และญาติที่ไม่จำเป็นต้องมีความสัมพันธ์ทางสายเลือด จึงจะเข้าเงื่อนไขที่สามารถขอกู้ร่วมซื้อที่อยู่อาศัยได้ แต่ในปัจจุบันนี้สถาบันการเงินหลายเจ้า มีสินเชื่อที่รองรับการกู้ร่วมซื้อบ้านของคู่รักที่มีความหลากหลายทางเพศได้แล้ว โดยเฉพาะสถาบันการเงินของภาครัฐ เช่น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และหลายๆธนาคาร ได้เห็นโอกาสที่จะสนับสนุนให้เกิดความเท่าเทียมกันอย่างชัดเจน จึงทำให้การขอสินเชื่อร่วมซื้อบ้านไม่ได้ถูกจำกัดขอบเขตด้วยเพศอีกต่อไป

การกู้ร่วมซื้อบ้านของคู่รัก LGBTQ+ ต่างกับการกู้ร่วมปกติหรือไม่?

การกู้ร่วมซื้อที่อยู่อาศัยของคู่รักเพศเดียวกันของธนาคารที่มีนโยบายสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศ ผู้กู้จะได้สิทธิประโยชน์ในการขอสินเชื่อที่เทียบเท่าการกู้ร่วมปกติ ทั้งอัตราดอกเบี้ยและวงเงินกู้ตามเกณณ์หลักประกัน ทั้งนี้วงเงินที่กู้ได้จะขึ้นอยู่กับเกณฑ์รายได้ของผู้กู้ทั้งสองฝ่ายด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่ต่างระหว่างคู่สมรสต่างเพศกับคู่รักเพศเดียวกัน จะเป็นเรื่องหลักฐานในการยื่นกู้ร่วม เนื่องจากปกติแล้วจะต้องมีเอกสารยืนยันความสัมพันธ์ในการกู้ร่วมของคู่สามีภรรยาคือ ทะเบียนสมรส ผู้กู้จึงต้องเตรียมเอกสารที่ยืนยันความสัมพันธ์ของคู่รักเพิ่มเติม



การเปิดให้คู่รัก LGBTQ+ สามารถกู้ร่วมซื้อที่อยู่อาศัยได้ มีข้อดีอย่างไร?

  1. เพิ่มโอกาสได้วงเงินกู้สูงขึ้น เนื่องจากการกู้ร่วมจะใช้การพิจารณารายได้ และภาระหนี้สินของผู้กู้รวมกัน ซึ่งหากราคาบ้านที่ต้องการซื้อ มีราคาสูงเกินกว่าวงเงินที่ยื่นกู้คนเดียว การกู้ร่วมก็อาจช่วยให้วงเงินที่ต้องการกู้นั้นสูงขึ้น
  2. ไม่ต้องแบกภาระคนเดียว และยังสามารถผ่อนชำระได้มากขึ้น จากเดิมที่การกู้คนเดียว ภาระค่าผ่อนบ้านอาจต้องมาจากผู้กู้เพียงคนเดียว เผื่อวันหนึ่งคนใดคนนึงเกิดขาดสภาพคล่อง แต่เมื่อมีการกู้ร่วมกันแล้ว ผู้กู้ร่วมสามารถช่วยกันจ่ายค่าผ่อน เพื่อช่วยให้อัตราการผ่อนชำระมียอดที่สูงขึ้น ทำให้ผ่อนบ้านหมดได้ไวขึ้น

การเตรียมตัวขอก่อนสินเชื่อร่วมกันของคู่รัก LGBTQ+

  1. เลือกโครงการสินเชื่อที่รองรับการกู้ร่วมของคู่รัก LGBTQ+

เริ่มต้นด้วยการมองหาโครงการสินเชื่อที่รองรับการกู้ร่วมของคู่รัก LGBTQ+ เพื่อให้การขอสินเชื่อสามารถทำได้อย่างราบรื่นและตรงตามเงื่อนไขที่ทางธนาคารกำหนด

  1. การเตรียมเอกสารขอสินเชื่อ

การเตรียมเอกสารให้พร้อมเพื่อยื่นขอสินเชื่อ จะมีผลโดยตรงกับการอนุมัติ โดยเอกสารเบื้องต้นที่ใช้ในการกู้ร่วมสำหรับคู่รัก LGBTQ+ จะไม่ต่างจากการขอสินเชื่อบ้านทั่วไป แบ่งออกเป็น

  • เอกสารส่วนบุคคล เช่น บัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล
  • เอกสารทางการเงิน เช่น หนังสือรับรองเงินเดือน / หนังสือรับรองสิทธิสวัสดิการ หรือสลิปเงินเดือน
  • เอกสารหลักประกัน เช่น สำเนาสัญญาจะซื้อจะขาย / สัญญาวางมัดจำ สำเนาโฉนดที่ดิน
  • เอกสารอื่นๆ ที่ทางธนาคารอาจมีการขอเพิ่มเติม เพื่อใช้ประกอบในการพิจารณาการอนุมัติสินเชื่อ

  1. เตรียมเอกสารแสดงความสัมพันธ์

เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยยังไม่รับรองในการจดทะเบียนสมรสให้กับคู่รักเพศเดียวกัน จึงต้องมีการเตรียมเอกสารแสดงความสัมพันธ์เพิ่มเติม ที่สามารถใช้แทนทะเบียนสมรส เช่น บัญชีเงินฝากที่เปิดร่วมกัน เอกสารประกอบธุรกิจร่วมกัน ภาพถ่ายงานแต่งงาน ทะเบียนบ้านที่มีชื่อร่วมกัน เอกสารกู้ร่วมซื้อรถร่วมกัน

  1. จัดการสถานะทางการเงินของผู้กู้ให้พร้อม

สถานะและความมั่นคงทางการเงินของผู้ขอสินเชื่อ เป็นสิ่งที่ธนาคารจะใช้ประกอบในการอนุมัติ ถ้าผู้กู้ร่วมทั้งสองมีประวัติทางการเงินที่ดี โอกาสที่จะได้รับการอนุมัติสินเชื่อ พร้อมวงเงินที่สูงก็จะมีมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม หากผู้กู้ยังมีประวัติทางการเงินที่ยังไม่ดี เช่น มีภาระหนี้สูง ค้างชำระหนี้เกินกำหนด ติดแบล็คลิสต์ เป็นต้น ก็อาจทำให้การยื่นขอสินเชื่อเพื่อซื้อบ้าน มีโอกาสผ่านได้ยาก

การเตรียมเครดิตทางการเงินให้พร้อมก่อนยื่นขอสินเชื่อร่วมกัน

  • มีวินัยในการชำระหนี้ที่ดีอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นยอดผ่อนสินค้าต่างๆ ต้องพยายามชำระยอดให้ตรงเวลา
  • จัดเตรียมเอกสารแสดงรายได้ที่ชัดเจน โดยเฉพาะผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระ ต้องพยายามเก็บหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการทำงานและทรัพย์สินเอาไว้ รวมถึงมีการออมเงินในระยะยาวเอาไว้ด้วย
  • จัดการความสามารถในการผ่อนชำระให้อยู่ในเกณฑ์ โดยธนาคารจะพิจาณาจากภาระหนี้ที่ผู้กู้ ยังมีอยู่ทั้งหมด หากว่าเกิน 30% ของรายได้ ก็อาจจะต้องเคลียร์ภาระหนี้บางส่วนให้ยอดรวมน้อยลงก่อน
  • เพิ่มความน่าเชื่อทางการเงิน ด้วยการเปิดบัญชีเงินฝากร่วมกัน และมีการฝากเงินอย่างเป็นประจำสม่ำเสมอ

 

  1. วางแผนล่วงหน้าเพื่อป้องกันปัญหาในอนาคต

เพื่อป้องกันปัญหาที่ไม่คาดคิดจนทำให้ไม่สามารถผ่อนบ้านต่อได้ ก่อนการตัดสินใจกู้ร่วมก็ต้องวางแผนหาทางออกร่วมกันในส่วนนี้เอาไว้ด้วย เช่น

  • ปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน ทำให้ผ่อนต่อไม่ไหว ก็ต้องคิดล่วงหน้าเอาไว้ว่าจะทำอย่างไรกับบ้านที่ซื้อร่วมกัน
  • เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับตัวผู้กู้ร่วม ก็จะต้องวางแผนล่วงหน้าในการหารายได้มาจ่าย ค่าผ่อนบ้าน
  • การแยกทางกัน และฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการผ่อนต่อคนเดียว ก็ต้องคุยกันในเรื่องสัญญาเอาไว้ก่อน

สำหรับการป้องกันปัญหาที่ไม่คาดคิดกับตัวผู้ขอสินเชื่อและต้องการเก็บรักษาบ้านเอาไว้จะมีประกันคุ้มครองวงเงินสินเชื่อ หรือ ประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อบ้าน (MRTA) ที่ช่วยคุ้มครองวงเงินกู้ โดยผู้กู้สามารถทำได้ในขั้นตอนยื่นขอสินเชื่อ และยังขอสินเชื่อเพื่อชำระค่าเบี้ยประกัน MRTA ไปพร้อมกับการกู้ซื้อบ้านได้อีกด้วย ซึ่งเมื่อศึกษาข้อมูลครบถ้วนแล้วก็สามารถซื้อบ้านร่วมกันเพื่อเริ่มต้นชีวิตคู่ที่อบอุ่นได้อย่างมีความสุข