คู่มือ "การโอนบ้านเป็นมรดก" ศุภาลัยสรุป 8 ขั้นตอน และเอกสารที่ต้องรู้

ไลฟ์สไตล์ 11 มีนาคม 2569

คู่มือ "การโอนบ้านเป็นมรดก" ศุภาลัยสรุป 8 ขั้นตอน และเอกสารที่ต้องรู้
การโอนบ้านเป็นมรดก ศุภาลัยสรุป 8 ขั้นตอน และเอกสารที่ต้องรู้-cover.jpg
การโอนบ้านเป็นมรดกคือกระบวนการสำคัญที่พ่อแม่มักเลือกส่งต่อบ้านศุภาลัยให้ลูกหลานเป็นผู้รับมรดก จะมีขั้นที่ต้องเตรียมตัวดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อป้องกันปัญหาภายหลัง ศุภาลัยรวบรวมขั้นตอนการโอนบ้านมรดก แบบละเอียด ช่วยให้คุณ และทายาท เตรียมพร้อมทั้งเอกสาร ภาษี และการจัดการทรัพย์สิน บทความนี้ได้สรุปขั้นตอนสำคัญ เพื่อให้ทายาทสามารถรับโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างราบรื่นและไม่ติดขัด 

8 ขั้นตอนสำคัญในการโอนบ้านเป็นมรดก (Transfer of a house as an inheritance)
การโอนบ้านเป็นมรดก ศุภาลัยสรุป 8 ขั้นตอน และเอกสารที่ต้องรู้-00.jpg

บ้านเป็นสินทรัพย์ลำดับต้นๆ ที่พ่อแม่นิยมส่งต่อเป็นมรดกให้ทายาท เป็นตัวแทนของความรักและความมั่นคงของครอบครัว การโอนบ้านเป็นมรดกมีขั้นตอนที่ต้องทราบ เพื่อดำเนินการให้ถูกต้องทั้งในส่วนของผู้ให้และผู้รับ ดังนี้
การโอนบ้านเป็นมรดก ศุภาลัยสรุป 8 ขั้นตอน และเอกสารที่ต้องรู้-05.jpg

1. ตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ของบ้าน
เริ่มต้นด้วยการตรวจสอบโฉนดที่ดิน บ้าน หรือคอนโด ว่าถูกต้องและเป็นชื่อของผู้มอบมรดกจริง รวมถึงตรวจสอบว่าทรัพย์สินไม่มีภาระผูกพัน หากบ้านยังติดจำนองกับธนาคาร ต้องจัดการชำระหรือติดต่อธนาคารเพื่อจัดการภาระให้เรียบร้อยก่อนโอน 
อายุของลูกผู้รับโอน หากลูกบรรลุนิติภาวะแล้ว (อายุ 20 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป) สามารถทำนิติกรรมรับโอนได้ด้วยตนเอง แต่หากลูกยังเป็นผู้เยาว์ (อายุต่ำกว่า 20 ปี) การทำนิติกรรมจะต้องได้รับความยินยอมและดำเนินการโดยผู้แทนโดยชอบธรรม (พ่อแม่) 


2. ตรวจสอบพินัยกรรม (ถ้ามี)

หากผู้ให้ทำพินัยกรรมไว้ ต้องนำพินัยกรรมฉบับจริงไปยื่นต่อศาลเพื่อพิสูจน์

• กรณีมีพินัยกรรม ต้องนำพินัยกรรมฉบับจริงไปยื่นต่อศาลเพื่อพิสูจน์ เมื่อศาลมีคำสั่งรับรองพินัยกรรมแล้ว จึงจะใช้คำสั่งศาลประกอบการโอนได้
• กรณีไม่มีพินัยกรรม จะใช้หลัก "ทายาทโดยธรรม" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นเกณฑ์ในการแบ่งปันมรดก

3. เตรียมเอกสารของผู้ให้และผู้รับมรดก
การเตรียมเอกสารให้พร้อมคือหัวใจสำคัญ จะช่วยประหยัดเวลาได้มากเลย
กรณีโอนมรดก (เจ้าของกรรมสิทธิ์เสียชีวิต)
• เอกสารของผู้ให้ (ผู้ตาย) ได้แก่ สำเนาทะเบียนบ้านฉบับตาย และเอกสารทรัพย์สิน เช่น โฉนดที่ดินฉบับจริง/เอกสารสิทธิ์
• เอกสารของผู้รับมรดก (ทายาท) ได้แก่ บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หนังสือมรณบัตรของผู้ให้ และคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดกกรณีไม่มีพินัยกรรม

กรณีมาพร้อมกันทั้งครอบครัว (พ่อ แม่ ลูก)
• โฉนดที่ดินฉบับจริง, บัตรประชาชนตัวจริงของพ่อและแม่, ทะเบียนบ้านตัวจริงของพ่อและแม่, ทะเบียนสมรส (ถ้ามี), บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านตัวจริงของลูก


กรณีพ่อหรือแม่มาดำเนินการฝ่ายเดียว
• หนังสือให้ความยินยอมในการทำนิติกรรมของคู่สมรส, สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของคู่สมรสที่ไม่ได้มา พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง

กรณีพ่อหรือแม่มาดำเนินการฝ่ายเดียว
• หนังสือให้ความยินยอมในการทำนิติกรรมของคู่สมรส, สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของคู่สมรสที่ไม่ได้มา พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง

กรณีลูกมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาแทน
• หนังสือมอบอำนาจ (ท.ด.21), สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของลูก (ผู้มอบอำนาจ) พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง, บัตรประชาชน และทะเบียนบ้านตัวจริงของผู้รับมอบอำนาจ

4. ยื่นคำร้องศาลเพื่อแต่งตั้ง "ผู้จัดการมรดก" (ในกรณีจำเป็น)
หากไม่มีพินัยกรรม หรือมีผู้เกี่ยวข้องหลายรายจนไม่สามารถตกลงกันได้ ทายาทต้องยื่นคำร้องต่อศาล ศาลจะพิจารณาแต่งตั้ง “ผู้จัดการมรดก” เพื่อรับผิดชอบการโอน เมื่อได้รับคำสั่งศาลแล้ว ผู้จัดการมรดกจะสามารถดำเนินการโอนบ้านให้ทายาทได้


5. ดำเนินการโอนที่สำนักงานที่ดิน
เมื่อเอกสารครบถ้วน ให้เดินทางไปยังสำนักงานที่ดินที่ทรัพย์ตั้งอยู่ ยื่นเอกสารทั้งหมดต่อเจ้าหน้าที่ ตรวจสอบข้อมูลโฉนด ลงชื่อรับโอนในนามผู้รับมรดก เจ้าหน้าที่จะดำเนินการบันทึกชื่อทายาทเป็นเจ้าของใหม่

ขั้นตอนการโอนบ้าน-ที่ดินให้ลูก ณ กรมที่ดิน ซึ่งมีลำดับขั้นตอนหลัก ๆ ที่ไม่ซับซ้อนดังนี้
• เริ่มต้นที่จุดประชาสัมพันธ์ ติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อรับบัตรคิวและแจ้งความประสงค์ หรือสามารถหยิบใบคำขอ (ท.ด.1) มากรอกรายละเอียด พร้อมแนบเอกสารที่เตรียมมาทั้งหมด
• ตรวจสอบเอกสาร ยื่นชุดเอกสารทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ตรวจทานความถูกต้องและครบถ้วน เมื่อเรียบร้อยแล้ว จะได้รับบัตรคิวเพื่อไปดำเนินการต่อที่ฝ่ายชำนาญงาน
• ดำเนินการที่ฝ่ายชำนาญงาน เจ้าหน้าที่จะให้ผู้โอน (พ่อแม่) และผู้รับโอน (ลูก) ลงลายมือชื่อในเอกสารต่าง ๆ จากนั้นจะประเมินราคาที่ดินและคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดเพื่อออกใบสั่งชำระเงิน
• ชำระค่าธรรมเนียม นำใบสั่งชำระเงินไปชำระที่ฝ่ายการเงิน จะได้รับใบเสร็จ 2 ส่วน คือสีฟ้าสำหรับผู้โอนเก็บไว้เป็นหลักฐาน และสีเหลืองสำหรับยื่นคืนเจ้าหน้าที่
• รับโฉนดฉบับใหม่ นำใบเสร็จสีเหลืองกลับไปยื่นที่ฝ่ายชำนาญงาน เจ้าหน้าที่จะพิมพ์สลักหลังโฉนดเพื่อเปลี่ยนชื่อเป็นของผู้รับโอน (ลูก) เราควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลทั้งหมดอีกครั้งก่อนรับโฉนดกลับ เป็นอันเสร็จสิ้นการโอนที่ดินให้ลูก
(ขอขอบคุณข้อมูลจากธนาคาร ธอส.)

6. ค่าธรรมเนียมและภาษีที่เกี่ยวข้อง
โดยทั่วไป การรับมรดกมีต้นทุนต่ำกว่าการซื้อขายปกติ แต่ยังมีค่าใช้จ่ายบางประเภท เช่น
• ค่าธรรมเนียมการโอน
• ภาษีเงินได้จากการรับมรดก
• อากรแสตมป์


7. รับโฉนดฉบับใหม่ในชื่อทายาท
หลังจากชำระค่าธรรมเนียมและดำเนินการตามขั้นตอนครบถ้วน เจ้าหน้าที่จะออกโฉนดที่ดินฉบับใหม่ที่ระบุชื่อทายาทเป็น "เจ้าของกรรมสิทธิ์" อย่างถูกต้องตามกฎหมาย


8. จัดการทรัพย์สินหลังจากการโอน
เมื่อได้รับบ้านมาแล้ว ควรจัดทำทะเบียนทรัพย์สินของครอบครัว แยกบัญชีรายรับ-รายจ่ายให้ชัดเจน โดยเฉพาะหากนำบ้านไปปล่อยเช่าต่อ และเพื่อป้องกันความขัดแย้งในรุ่นถัดไป ทายาทควรพิจารณาการทำพินัยกรรมของตนเองเตรียมไว้แต่เนิ่นๆ


การโอนบ้านเป็นมรดก ศุภาลัยสรุป 8 ขั้นตอน และเอกสารที่ต้องรู้-01.jpg
เงื่อนไขการโอนบ้าน-ที่ดินให้ลูก

การโอนกรรมสิทธิ์ในลักษณะนี้ถือเป็นการ “ให้โดยเสน่หา” ซึ่งเป็นการยกทรัพย์สินให้โดยไม่มีค่าตอบแทน เมื่อการโอนเสร็จสมบูรณ์แล้ว พ่อแม่ในฐานะผู้ให้ จะไม่สามารถเรียกทรัพย์สินนั้นคืนได้ เว้นแต่จะเป็นกรณีที่ลูกกระทำในสิ่งที่กฎหมายระบุว่าเป็นการประพฤติเนรคุณ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจดำเนินการควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้การส่งมอบเป็นไปด้วยความสุขของทุกฝ่าย
การโอนบ้านเป็นมรดก ศุภาลัยสรุป 8 ขั้นตอน และเอกสารที่ต้องรู้-04.jpg
การโอนบ้านเป็นมรดก (Transfer of a house as an inheritance) เป็นกระบวนการสำคัญที่เกี่ยวข้องทั้งในมิติของกฎหมาย ภาษี และเอกสารที่ต้องเตรียมพร้อม ทั้งฝั่งผู้ให้และผู้รับ หากคุณกำลังวางแผนส่งต่อบ้าน ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม หรือคอนโดมิเนียมจาก ศุภาลัย การศึกษาขั้นตอนเหล่านี้ล่วงหน้า ก็จะช่วยให้การโอนเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ติดขัด และถูกต้องตามกฎหมาย จะช่วยให้บ้านที่เป็นดั่งความทรงจำของครอบครัว ถูกส่งมอบถึงมือทายาทได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

Homes are one of the most popular assets passed down to heirs by parents. Transferring a home as an inheritance is a crucial process involving legal, tax, and documentation requirements, both on the donor and the recipient's side, to ensure a smooth, hassle-free, and legally compliant transfer.

การโอนบ้านเป็นมรดก ศุภาลัยสรุป 8 ขั้นตอน และเอกสารที่ต้องรู้-02.jpg
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ การโอนบ้านเป็นมรดก
Q1: ค่าธรรมเนียม การโอนบ้าน เป็น มรดก ต้องเสียเท่าไหร่?
A: หากเป็นการโอนมรดกระหว่างผู้บุพการีและผู้สืบสันดาน เช่น พ่อแม่โอนให้ลูก จะเสียค่าธรรมเนียมการโอนเพียง 0.5% จากราคาประเมินทุนทรัพย์ของกรมที่ดิน ซึ่งถูกกว่าการซื้อขายปกติ ที่เสีย 2% (*อาจมีการปรับเปลี่ยนตามที่รัฐกำหนด), ค่าอากรแสตมป์ 0.5% ของราคาประเมิน, ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะได้รับการยกเว้นสำหรับมูลค่าทรัพย์สิน 20 ล้านบาทแรก ส่วนที่เกิน 20 ล้านบาท จะเสียภาษีในอัตรา 5%, ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ประกอบด้วยค่าพยาน 20 บาท ค่าคำขอ 5 บาท และค่าอากรคู่ฉบับ 5 บาท
แต่หากโอนให้ญาติพี่น้อง หรือบุคคลอื่นตามพินัยกรรมที่ไม่ได้สืบสายโลหิตโดยตรง อาจมีค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ เพิ่มเติม 

Q2: หาก บ้าน ที่ได้เป็น มรดก ยังติดจำนองอยู่ ทายาทต้องทำอย่างไร?
A: ทายาทไม่สามารถไปทำเรื่องโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดินได้ทันที จะต้องติดต่อธนาคารเจ้าหนี้เพื่อประเมินความสามารถในการผ่อนชำระต่อ (เปลี่ยนชื่อผู้กู้/รีไฟแนนซ์) หรือนำเงินก้อนไปปิดบัญชีจำนองให้เรียบร้อยก่อน ไม่ว่าจะเป็นบ้านที่สร้างเอง หรือบ้านในโครงการ หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ผ่อนชำระต่อ บ้านอาจถูกธนาคารฟ้องร้องและยึดทรัพย์ได้

Q3: กรณีผู้เสียชีวิตไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ทายาทสามารถขอรับ โอนบ้าน ได้เลยหรือไม่?
A: จะใช้หลัก "ทายาทโดยธรรม" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เป็นเกณฑ์ในการแบ่งปันมรดก