ค่าเสื่อมราคา คืออะไร? สรุปวิธีคิดค่าเสื่อมอสังหาริมทรัพย์ที่นักลงทุนควรรู้
ข่าวสารน่ารู้ 06 กรกฎาคม 2569

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็น บ้าน ทาวน์โฮม หรือคอนโด รวมถึงการทำธุรกิจที่มีสินทรัพย์ถาวร สิ่งหนึ่งที่นักลงทุนและผู้ประกอบการทุกคนต้องทำความเข้าใจ เพื่อการวางแผนการเงินที่แม่นยำก็คือเรื่องของการหักมูลค่าสินทรัพย์ หลายคนมักตั้งคำถามว่าค่าเสื่อมราคา คืออะไร และมีบทบาทอย่างไรต่อการเติบโตของความมั่งคั่งในพอร์ตการลงทุนของเรา แม้ว่าในมุมมองทั่วไป อสังหาริมทรัพย์อาจดูเหมือนเป็นทรัพย์สินที่มูลค่าเพิ่มขึ้นตลอดเวลา แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตัวสิ่งปลูกสร้างนั้นหลีกหนีไม่พ้นการสึกหรอไปตามกาลเวลา การละเลยที่จะนำตัวเลขเหล่านี้มาคำนวณอาจทำให้ภาพรวมทางบัญชีของเราผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึกแบบหมดเปลือกว่าค่าเสื่อมราคา คือสิ่งที่มีผลกระทบต่อเราอย่างไร พร้อมสรุปวิธีคิดที่ถูกต้องเพื่อให้เราสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการประเมินมูลค่าสินทรัพย์และบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมืออาชีพ
ทำความรู้จัก ค่าเสื่อมราคา คืออะไร?
ค่าเสื่อมราคา คือ การลดลงของมูลค่าทรัพย์ เนื่องมาจากการใช้งานประจำวัน การเสื่อมสภาพตามกาลเวลา หรือความล้าสมัยของเทคโนโลยี โดยค่าเสื่อมราคา คือค่าใช้จ่ายประเภทหนึ่งที่ต้องถูกนำมาคำนวณหักลบออกจากมูลค่าของสินทรัพย์ถาวรที่เราครอบครองอยู่ ทั้งที่ดิน อาคาร ส่วนประกอบอาคาร และอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ที่มีมูลค่าสูงและมีระยะเวลาการใช้งานที่ยาวนานเกินกว่าหนึ่งปีขึ้นไป การคำนวณค่าเสื่อมราคาจะช่วยให้เรารู้มูลค่าที่แท้จริงของสินทรัพย์ ช่วยให้เราสามารถประเมินมูลค่าทางบัญชีได้อย่างถูกต้องและไม่หลอกตัวเองด้วยตัวเลขกำไรที่สูงเกินจริง
ทำไม “ค่าเสื่อมราคา” ถึงสำคัญต่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์?

ค่าเสื่อมราคา คือปัจจัยชี้วัดที่สำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลยุทธ์การบริหารจัดการทรัพย์สิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแวดวงการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องใช้เม็ดเงินจำนวนมหาศาล การมีข้อมูลที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มผลตอบแทนได้ในระยะยาว ซึ่งมีเหตุผลหลักดังต่อไปนี้
ช่วยในการวางแผนภาษี
การรู้ค่าเสื่อมราคา คือข้อมูลสำคัญที่สามารถนำไปใช้วางแผนลดหย่อนภาษีได้อย่างถูกต้องตามกรอบของกฎหมาย ค่าเสื่อมราคา คือรายจ่ายที่รัฐบาลอนุญาตให้นำไปหักออกจากรายได้รวม ส่งผลให้กำไรสุทธิทางภาษีของเราลดลง ทำให้เราเสียภาษีน้อยลงในแต่ละรอบปีบัญชี การใช้สิทธิประโยชน์จากค่าเสื่อมราคา คือเทคนิคสำคัญที่ช่วยให้เรามีเงินสดหมุนเวียนในกระเป๋าเพิ่มมากขึ้น และสามารถนำเงินส่วนต่างที่ประหยัดได้จากภาษีไปต่อยอดขยายพอร์ตการลงทุนอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สะท้อนกำไรและต้นทุนที่แท้จริง
ค่าเสื่อมราคาคือการช่วยสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของการดำเนินการ หากเราไม่นำค่าเสื่อมราคาซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายแฝงมาคำนวณ กำไรสุทธิของเราจะดูสูงเกินจริงและนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด ทำให้เราตั้งราคาค่าเช่าหรือราคาขายได้ไม่ตรง
คำศัพท์ที่ต้องรู้ก่อนคำนวณค่าเสื่อมราคาอสังหาริมทรัพย์

ก่อนที่เราจะไปลงมือคำนวณด้วยสมการ เราจำเป็นต้องทำความเข้าใจองค์ประกอบและคำศัพท์พื้นฐานเสียก่อน เพื่อให้การวิเคราะห์ค่าเสื่อมราคาได้อย่างตรงไปตรงมาและไม่มีข้อผิดพลาด คำศัพท์สำคัญที่เป็นหัวใจหลักมีดังนี้
ราคาทุนของสินทรัพย์
ราคาทุนของสินทรัพย์ในการคิดค่าเสื่อมราคา คือจำนวนเงินทั้งหมดที่ได้จ่ายไปเพื่อให้ได้มาซึ่งสินทรัพย์นั้นให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน ซึ่งการคำนวณค่าเสื่อมราคาที่ไม่ได้นับเฉพาะราคาซื้อขายเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงค่าธรรมเนียม ค่าขนส่ง และค่าติดตั้ง อย่างไรก็ตาม สำหรับอสังหาริมทรัพย์ ราคาทุนที่ใช้คิดค่าเสื่อมราคา คือ มูลค่าของตัวอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างเพียงอย่างเดียว โดยเราจะต้องทำการหักลบราคาประเมินของที่ดินออกไปเสมอ เนื่องจากที่ดินถือเป็นทรัพย์สินที่ไม่มีวันเสื่อมค่า
ราคาซาก
ราคาซากในบริบทของการหาค่าเสื่อมราคา คือ มูลค่าคงเหลือของสินทรัพย์ที่เราคาดการณ์ล่วงหน้าว่าจะสามารถนำไปขายต่อเป็นของมือสองหรือขายทิ้งได้ เมื่อสินทรัพย์ชิ้นนั้นสิ้นสุดอายุการใช้งาน หรือไม่สามารถนำมาใช้สร้างรายได้ได้อีกต่อไป การประเมินราคาซากช่วยให้ทราบว่าส่วนต่างของค่าเสื่อมราคา คือเท่าใดที่ถูกใช้ไปจริง ๆ ตลอดอายุการใช้งาน ทั้งนี้ สินทรัพย์หลายประเภทรวมถึงอาคารบางแห่งอาจกำหนดให้ราคาซากมีมูลค่าเป็นศูนย์ เพื่อนำราคาทุนทั้งหมดไปใช้เป็นฐานในการคิดคำนวณได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
อายุการใช้งาน
อายุการใช้งานสำหรับการประเมินค่าเสื่อมราคา คือระยะเวลาโดยประมาณที่เราคาดหมายว่าสินทรัพย์นั้นจะสามารถถูกใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุดก่อนที่จะหมดอายุขัย การกำหนดอายุการใช้งานขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจ นโยบายขององค์กร และมาตรฐานตามที่กรมสรรพากรกำหนด เช่น อาคารถาวรมักมีอายุการใช้งานทางบัญชีขั้นต่ำที่ 20 ปี การทราบอายุการใช้งานที่แน่นอนจะช่วยให้เรากระจายสัดส่วนของค่าเสื่อมราคา ค่าใช้จ่ายในแต่ละปีได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรมมากที่สุด
วิธีคิดค่าเสื่อมราคา มีกี่แบบ?

รูปแบบวิธีคิดค่าเสื่อมราคาคือขั้นตอนที่มีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับประเภทของสินทรัพย์และพฤติกรรมการเสื่อมสภาพ ปัจจุบันมีวิธีคิดค่าเสื่อมราคาที่ได้รับการยอมรับตามมาตรฐานมีด้วยกัน 4 รูปแบบหลัก ดังนี้
1. วิธีคิดค่าเสื่อมราคาแบบ Straight line Method
วิธีคิดค่าเสื่อมราคาแบบเส้นตรง เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายที่สุดในการทำบัญชี เนื่องจากมีความเรียบง่าย หลักการของวิธีคิดค่าเสื่อมราคาแบบนี้คือการหารเฉลี่ยมูลค่าของสินทรัพย์ให้เป็นค่าใช้จ่ายในจำนวนที่เท่า ๆ กันในทุก ๆ ปีตลอดอายุการใช้งาน เหมาะสำหรับการคิดค่าเสื่อมอสังหาริมทรัพย์ อาคารถาวร และเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน เพราะสินทรัพย์เหล่านี้มักมีอัตราการเสื่อมสภาพที่ค่อนข้างสม่ำเสมอและคงที่ ทำให้เราวางแผนทิศทางการเงินในระยะยาวได้ง่าย
2. วิธีคิดค่าเสื่อมราคาแบบ Double Declining Balance Method
วิธีแบบยอดลดลงทวีคูณ หรืออัตราเร่ง เป็นการหาค่าเสื่อมราคาในรูปแบบที่เน้นการตัดค่าใช้จ่ายในจำนวนที่สูงมากในช่วงปีแรก ๆ ที่เริ่มใช้งาน และจะค่อย ๆ ลดน้อยลงในปีถัด ๆ ไป โดยนำอัตราร้อยละของวิธีเส้นตรงมาคูณสองเพื่อเป็นตัวตั้งต้น วิธีนี้สะท้อนธรรมชาติของสินทรัพย์ที่มักจะสูญเสียมูลค่าไปอย่างรวดเร็วทันทีที่แกะกล่องใช้งาน เหมาะกับยานพาหนะ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือคอมพิวเตอร์ ซึ่งมักจะตกรุ่นอย่างรวดเร็วและมีค่าบำรุงรักษาเพิ่มขึ้นในตอนท้าย
3. วิธีคิดค่าเสื่อมราคาแบบ Sum of the Years' Digits
วิธีคิดค่าเสื่อมราคาเป็นการคำนวณผลรวมจำนวนปีในการประเมิน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการคิดแบบอัตราเร่ง โดยมีหลักการคำนวณจากการนำตัวเลขปีอายุการใช้งานทั้งหมดมาบวกกันเพื่อใช้เป็นฐานตัวหาร แล้วนำจำนวนปีที่เหลืออยู่ของสินทรัพย์มาเป็นตัวคูณ ทำให้ค่าเสื่อมราคาสูงในปีแรกและลดลงตามลำดับ วิธีนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสินทรัพย์ที่มีการใช้งานอย่างหนักหน่วงในช่วงแรกและมีกำลังการผลิตลดลงเมื่อเวลาผ่านไป เช่น เครื่องจักรกลในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
4. วิธีคิดค่าเสื่อมราคาแบบ Units of Production
วิธีการอิงตามจำนวนผลผลิตหรือชั่วโมงทำงานในการหาค่าเสื่อมราคา คือ รูปแบบที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเวลาที่ผ่านไป แต่จะสะท้อนการเสื่อมสภาพจากปริมาณการใช้งานจริง หากปีใดเราเปิดเครื่องจักรทำงานอย่างหนักค่าเสื่อมราคาจะปรับตัวสูงขึ้นตามปริมาณผลผลิต ในทางกลับกันหากมีการใช้งานน้อย ค่าเสื่อมราคาก็จะลดลง วิธีนี้มีความแม่นยำสูงและมีความเป็นธรรมอย่างมาก เหมาะกับอุปกรณ์ที่สามารถตรวจจับและวัดปริมาณการทำงานได้อย่างชัดเจน เช่น เครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่ หรือยานพาหนะขนส่งที่วัดระยะทางเป็นกิโลเมตร
ตัวอย่างการคำนวณค่าเสื่อมราคาอสังหาริมทรัพย์แบบเส้นตรง
เรามาดูวิธีคำนวณค่าเสื่อมราคาอสังหาริมทรัพย์ โดยวิธีคิดค่าเสื่อมราคา ที่สรรพากรและมาตรฐานบัญชียอมรับสำหรับอาคารถาวรคือแบบเส้นตรง ซึ่งกำหนดอัตราค่าเสื่อมราคาสูงสุดไว้ที่ 5% ต่อปี (หรือตีเป็นอายุการใช้งาน 20 ปี)
สูตรคำนวณ
- ค่าเสื่อมราคาต่อปี = ราคาทุนของสินทรัพย์ - ราคาซาก(ถ้ามี) ➗อายุการใช้งาน
ตัวอย่างการคำนวณ
- ราคาอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 1.49 ล้านบาท
- ค่าเสื่อมราคา 5% ต่อปี
วิธีคิดค่าเสื่อมราคาอสังหาริมทรัพย์
- 1490,000 x 5% (ไม่คิดราคาซาก) = 74,500
- ค่าเสื่อมราคาของอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 74,500 บาท
สรุปบทความ
ค่าเสื่อมราคา คือ ค่าที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริงของมูลค่าสินทรัพย์ที่เราถือครองอยู่ การทำความเข้าใจ ค่าเสื่อมราคา ช่วยให้เราสามารถบริหารต้นทุน เพื่อการจัดสรรกระแสเงินสดอย่างระมัดระวัง เพื่อให้มีเงินทุนสำรองเพียงพอสำหรับการดูแลรักษา หรือจัดหาสินทรัพย์ชิ้นใหม่มาทดแทนส่วนที่สึกหรอไปตามกาลเวลา การคำนวณค่าเสื่อมราคาที่แม่นยำจะช่วยให้เราสามารถออกแบบการตั้งราคาขาย ปล่อยเช่า และการคำนวณจุดคุ้มทุนได้รัดกุมยิ่งขึ้น



