หิ้งพระควรหันหน้าไปทางทิศไหน เปิด 3 ทิศมงคล พร้อมจุดที่ควรเลี่ยง

ไลฟ์สไตล์ 20 ตุลาคม 2569

6.1.png

การเตรียมความพร้อมเข้าอยู่บ้านใหม่ของคนไทย นอกจากการหาฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่แล้ว ยังมีการจัดเตรียมพื้นที่สำหรับประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในบ้าน ซึ่งถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนานด้วย เพราะหิ้งพระเปรียบเสมือนศูนย์รวมจิตใจของสมาชิกทุกคนในครอบครัว ที่ช่วยมอบความสงบร่มเย็นและเป็นที่พึ่งทางใจเสมอมา อย่างไรก็ตาม คำถามยอดฮิตที่หลายคนมักจะสงสัยเมื่อต้องย้ายเข้าบ้านใหม่หรือต้องการปรับปรุงพื้นที่ภายในบ้านก็คือหิ้งพระควรหันหน้าไปทางทิศไหน เพื่อให้ถูกต้องตามหลักความเชื่อ บทความนี้จะชวนไปดูผังบ้านก่อนกำหนดตำแหน่งห้องพระว่าบริเวณไหนเหมาะ บริเวณไหนควรเลี่ยง

หิ้งพระควรหันหน้าไปทางทิศไหน? แนะนำ 3 ทิศมงคล

6.2.png

หากเรากำลังวางแผนจัดพื้นที่และมีข้อสงสัยว่าหิ้งพระควรหันหน้าไปทางทิศไหน เพื่อเปิดรับพลังงานที่ดีที่สุดเข้าสู่ตัวบ้าน ตามหลักความเชื่อระบุทิศมงคลหลักเอาไว้ 3 ทิศ ดังนี้

ทิศเหนือ (ทิศมัชฌิมาปฏิปทา)

ทิศเหนือถือเป็นทิศมัชฌิมาปฏิปทาซึ่งเปรียบเสมือนทางสายกลาง การตั้งหิ้งพระหันไปทางทิศนี้จะช่วยส่งเสริมให้ชีวิตพบเจอแต่ความสงบร่มเย็น ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ไม่ยากจน มีความสุขความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงและสมดุลในทุกด้านของการดำเนินชีวิต

ทิศตะวันออก (ทิศราชา)

ทิศตะวันออกได้รับการขนานนามว่าเป็นทิศแห่งราชา การหันหิ้งพระไปทิศนี้มีความเชื่อว่าจะช่วยเกื้อหนุนดวงชะตาด้านหน้าที่การงานโดยตรง ทำให้การทำงานราบรื่นไร้อุปสรรค มีโอกาสได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง และได้รับความเคารพยกย่องจากคนรอบข้างเสมอ

ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ (ทิศเศรษฐี)

ทิศตะวันออกเฉียงเหนือเปรียบเสมือนทิศเศรษฐีที่โดดเด่นด้านความมั่งคั่ง หากเราประกอบธุรกิจการค้าหรือต้องการความก้าวหน้าทางการเงิน การหันหิ้งพระมาทางทิศนี้จะช่วยดูดซับทรัพย์สิน เงินทองไหลมาเทมา กิจการเจริญรุ่งเรืองและประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง

ทิศที่ควรเลี่ยง! หิ้งพระไม่ควรหันหน้าไปทางทิศไหนบ้าง?

เมื่อเราทราบแล้วว่าหิ้งพระควรหันหน้าไปทางทิศไหนเพื่อความเป็นมงคล ลำดับต่อไปคือการทำความรู้จักกับทิศที่ควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด เพราะการหันหน้าพระไปยังทิศเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อพลังงานภายในบ้านและนำพาอุปสรรคมาสู่สมาชิกในครอบครัวได้

ทิศตะวันตก

ทิศตะวันตกตามความเชื่อถือเป็นทิศกาลกิณีหรือทิศแห่งความตาย เปรียบเสมือนพระอาทิตย์ที่กำลังตกดิน การหันหิ้งพระไปทางทิศนี้อาจนำพาความหม่นหมอง ทำให้ชีวิตพบเจอแต่อุปสรรค ทำสิ่งใดก็มักจะติดขัดและไม่ประสบความสำเร็จตามที่คาดหวังไว้

ทิศใต้

ทิศใต้เป็นอีกหนึ่งทิศที่ควรหลีกเลี่ยงเด็ดขาด เนื่องจากมีความเชื่อว่าเป็นทิศจัณฑาลที่นำมาซึ่งความวุ่นวาย การตั้งหิ้งพระหันไปทางทิศนี้อาจส่งผลให้คนในบ้านเกิดความขัดแย้ง มีเรื่องร้อนใจ หรือพบเจอปัญหาที่ทำให้เสียทรัพย์สินอยู่เป็นประจำ

ตำแหน่งการจัดตั้งหิ้งพระ ควรอยู่ตรงไหนของบ้านถึงจะดี?

  • ต้องตั้งอยู่บนที่สูงและมีความสะอาดสะอ้าน อยู่สูงกว่าระดับศีรษะของคนในบ้านเมื่อยืนตรง เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 
  • ควรเลือกตำแหน่งที่เปิดโล่ง ไม่อับทึบ อากาศถ่ายเทได้สะดวก และมีแสงสว่างส่องถึง
  • ต้องเป็นบริเวณที่มีความสงบเงียบ เพราะหิ้งพระเปรียบเสมือนพื้นที่แห่งความสงบทางจิตใจ เพื่อช่วยให้เรามีสมาธิในการสวดมนต์และเจริญภาวนาได้ดียิ่งขึ้น
  • พิจารณาตั้งไว้ที่จุดศูนย์กลางของบ้าน เพราะศูนย์กลางของบ้านเปรียบเสมือนหัวใจหลัก การประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไว้ ณ จุดนี้ จะช่วยกระจายพลังงานแห่งความร่มเย็น ความเป็นสิริมงคล 
  • คำนึงถึงความสะดวกในการดูแลรักษา หิ้งพระไม่ควรอยู่สูงจนต้องปีนป่ายบันไดหรือเก้าอี้เพื่อทำความสะอาด เพราะอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ ควรหาระดับความสูงที่พอดี ยืนเอื้อมถึงได้อย่างปลอดภัย

จุดอัปมงคลในบ้าน ข้อห้ามที่ไม่ควรตั้งหิ้งพระเด็ดขาด

เมื่อเราหาคำตอบได้แล้วว่าหิ้งพระควรหันหน้าไปทางทิศไหน และควรอยู่ตรงไหนของบ้าน เราก็ต้องมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับตำแหน่งอัปมงคลภายในบ้านควบคู่กันไปด้วย เพื่อหลีกเลี่ยงการนำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปประดิษฐานในจุดที่ไม่เหมาะสม 

  • บริเวณใกล้ห้องน้ำหรือผนังที่ติดกับห้องน้ำ: ห้องน้ำเป็นพื้นที่สำหรับการชำระล้างสิ่งสกปรกและของเสีย จึงเต็มไปด้วยพลังงานด้านลบและความอับชื้น 
  • บริเวณเหนือประตูทางเข้าออก: ประตูเป็นจุดที่มีการเปิดปิดและมีคนเดินผ่านเข้าออกอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวและความวุ่นวาย การตั้งหิ้งพระไว้เหนือประตูบานใดบานหนึ่งในบ้าน ถือเป็นการสร้างความไม่สงบให้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์
  • ตำแหน่งใต้คานบ้านหรือใต้บันได: คานบ้านและบันไดคือโครงสร้างที่มีไว้สำหรับรับน้ำหนักของตัวอาคาร การประดิษฐานพระพุทธรูปไว้ใต้คานหรือใต้บันได เปรียบเสมือนการนำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปถูกกดทับเอาไว้ 
  • การตั้งหิ้งพระในตำแหน่งเสาลอย: เสาลอยคือเสาที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางพื้นที่โดยไม่ได้เชื่อมต่อกับผนังด้านใดด้านหนึ่ง การตั้งหิ้งพระพิงเสาลอยจะสื่อถึงความไม่มั่นคงถาวร ขาดที่พึ่งพิงและรากฐานที่แข็งแรง
  • บริเวณปลายเท้าหรือหันหน้าไปทางเตียงนอน: หากมีความจำเป็นต้องตั้งหิ้งพระไว้ในห้องเดียวกับห้องนอน ข้อห้ามที่สำคัญที่สุดคือ ห้ามตั้งหิ้งพระไว้บริเวณปลายเตียงที่เท้าของเราชี้ไปหาเด็ดขาด เพราะเท้าถือเป็นของต่ำ การนอนหันเท้าเข้าหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ถือเป็นการลบหลู่และไม่เคารพ

วิธีจัดลำดับสิ่งศักดิ์สิทธิ์บนหิ้งพระให้ถูกต้องตามลำดับชั้น

6.3.png

การจัดหิ้งพระให้มีความสวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อย นอกจากจะต้องใส่ใจเรื่องหิ้งพระควรหันหน้าไปทางทิศไหนแล้ว การจัดลำดับความสำคัญของสิ่งศักดิ์สิทธิ์แต่ละองค์บนหิ้งพระก็เป็นเรื่องสำคัญ 

ลำดับที่ 1 พระพุทธรูป

พระพุทธรูปต้องประดิษฐานอยู่ในตำแหน่งที่สูงที่สุดของหิ้งพระและอยู่ตรงกึ่งกลางเสมอ เพื่อแสดงถึงความเคารพสูงสุดต่อพระพุทธเจ้า หากเรามีพระพุทธรูปหลายองค์ ควรเลือกองค์ที่เราให้ความเคารพศรัทธามากที่สุดหรือองค์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเป็นพระประธานของหิ้ง

ลำดับที่ 2 พระอรหันต์หรือพระอัครสาวก

ลำดับถัดลงมาซ้ายและขวาขององค์พระประธาน จะเป็นพื้นที่สำหรับจัดวางพระอรหันต์หรือสาวกของพระพุทธเจ้า เช่น พระสิวลีที่โดดเด่นเรื่องโชคลาภ พระสังกัจจายน์ หรือพระอานนท์ โดยต้องวางให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าพระพุทธรูปเสมอ

ลำดับที่ 3 พระอริยสงฆ์

ชั้นต่อมาเป็นที่สำหรับประดิษฐานรูปหล่อหรือรูปภาพของพระสงฆ์ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบและบรรลุธรรมแล้ว เช่น หลวงปู่ทวด วัดช้างให้ หรือ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติในการทำความดี

ลำดับที่ 4 สมมติสงฆ์หรือพระเกจิอาจารย์

หากเรามีความเคารพศรัทธาในพระเกจิอาจารย์ชื่อดังท่านอื่นๆ หรือพระอาจารย์ที่เคยเป็นอุปัชฌาย์ให้ครอบครัว สามารถนำมาจัดวางในลำดับนี้ได้

 ลำดับที่ 5 พระมหากษัตริย์และวีรกษัตริย์ไทย

สำหรับผู้ที่เคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ สามารถนำพระบรมฉายาลักษณ์หรือรูปหล่อของพระมหากษัตริย์ไทย เช่น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) มาประดิษฐานในชั้นนี้ได้

ลำดับที่ 6 องค์เทพต่าง ๆ

สำหรับผู้ที่มีความเชื่อผสมผสานและเคารพนับถือเทพเจ้าฮินดูหรือเทพเจ้าจีน เช่น พระพิฆเนศ พระพรหม เจ้าแม่กวนอิม หรือเทพทิกง ควรจัดวางท่านไว้ในลำดับนี้ โดยต้องแยกส่วนออกมาให้ชัดเจน ไม่ควรวางเสมอหรือสูงกว่าพระพุทธรูป

ลำดับที่ 7 บรรพบุรุษ

รูปถ่ายหรืออัฐิของบรรพบุรุษผู้ล่วงลับ ควรจัดวางไว้ในลำดับล่างสุดของหิ้ง หรือหากเป็นไปได้ แนะนำให้จัดแยกโต๊ะบูชาหรือหิ้งบูชาบรรพบุรุษออกมาต่างหาก เพื่อให้เกิดความเป็นสัดส่วนและเหมาะสมที่สุดตามหลักการจัดวางสิ่งศักดิ์สิทธิ์

สรุปบทความ

การจัดเตรียมพื้นที่สำหรับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในบ้านเป็นเรื่องของความศรัทธาและความละเอียดอ่อน เมื่อเราพิจารณาแล้วว่าหิ้งพระควรหันหน้าไปทางทิศไหน โดยเลือกทิศมงคล พร้อมทั้งจัดลำดับชั้นของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ถูกต้องตามลำดับความสำคัญ การทำความเข้าใจและปฏิบัติตามหลักการหิ้งพระควรหันหน้าไปทางทิศไหน อย่างถูกต้อง ไม่เพียงแต่จะช่วยหลีกเลี่ยงจุดอัปมงคลที่อาจนำพาปัญหามาสู่ชีวิต แต่ยังเป็นการแสดงความเคารพ ซึ่งจะดึงดูดพลังงานแห่งความสุข ความสงบ และความเป็นสิริมงคลให้ทุกคนในครอบครัว

นอกจากการจัดเตรียมพื้นที่เพื่อความอุ่นใจและเป็นที่พึ่งทางใจแล้ว รากฐานสำคัญที่จะทำให้เราใช้ชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบก็คือ การเลือกที่อยู่อาศัยที่พร้อมรองรับทุกการใช้ชีวิต โครงการจากศุภาลัย (Supalai) ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยวหรือคอนโดมิเนียม ล้วนผ่านการออกแบบมาอย่างใส่ใจในทุกรายละเอียด โดดเด่นด้วยการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยที่ลงตัว ทำให้คุณสามารถแบ่งสัดส่วนสำหรับจัดตั้งมุมสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างเหมาะสมและสวยงาม ควบคู่ไปกับฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในทุก ๆ วัน เพื่อให้คุณและครอบครัวได้อยู่อาศัยอย่างมีความสุขทั้งกายและใจในทุกตารางนิ้ว

คำถามที่พบบ่อย

1

ของไหว้บนหิ้งพระควรมีอะไรบ้าง และต้องเปลี่ยนเมื่อไหร่?

ของไหว้พื้นฐานควรมีน้ำสะอาด ธูป เทียน และแจกันดอกไม้สด โดยควรเปลี่ยนน้ำและดอกไม้ทุกวันหรือทุกวันพระ เพื่อรักษาความสะอาดและแสดงถึงความเคารพศรัทธาอย่างสูงสุด

2

ตั้งหิ้งพระในห้องนอนได้ไหม?

การตั้งหิ้งพระในห้องนอนไม่ค่อยเหมาะสมนักเพราะเป็นพื้นที่ส่วนตัว แต่หากจำเป็นจริงๆ ควรใช้ฉากกั้นให้เป็นสัดส่วน และห้ามตั้งหิ้งพระหันหน้าไปทางปลายเตียงนอนอย่างเด็ดขาดเพื่อความเคารพ

3

หิ้งพระควรหันหน้าเข้าบ้านหรือออกจากบ้าน?

แม้ไม่มีข้อกำหนดตายตัวทางศาสนา แต่ตามหลักฮวงจุ้ยนิยมให้หิ้งพระหันหน้าเข้ามาในพื้นที่ตัวบ้าน เพื่อกระจายพลังงานบวกและความเป็นสิริมงคลให้ปกปักรักษาผู้อยู่อาศัยทุกคนให้มีความร่มเย็นเป็นสุข