สินเชื่อบ้านแบบลดต้นลดดอก คืออะไร คุ้มค่าจริงหรือไม่
ไลฟ์สไตล์ 22 มกราคม 2567
สินเชื่อบ้านแบบลดต้นลดดอก คืออะไร คุ้มค่าจริงหรือไม่
ก่อนตัดสินใจทำสัญญาสินเชื่อไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย สินเชื่อธุรกิจ รถยนต์ หรืออื่นใดก็ตามการทำความเข้าใจลักษณะที่ต้องผ่อนชำระจะช่วยสร้างความคุ้มค่าให้กับผู้กู้มากที่สุด ซึ่งหนึ่งในรูปแบบของสินเชื่อบ้านที่มักถูกพูดถึงกันอยู่เสมอต้องยกให้กับสินเชื่อแบบ “ลดต้นลดดอก” จนทำเอามีคำถามมากมายว่ามันคืออะไร ต้องคำนวณแบบไหน และคุ้มค่ากับการเลือกวิธีผ่อนชำระแบบนี้จริงหรือไม่ ลองมาหาคำตอบกันเลย
สินเชื่อบ้านแบบลดต้นลดดอก คืออะไร
ต้องทำความเข้าใจกันก่อนเกี่ยวกับคำว่า “ลดต้นลดดอก” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงวิธีผ่อนชำระ แต่เป็นวิธี “คำนวณ” ดอกเบี้ยประเภทหนึงซึ่งสถาบันการเงินนำมาใช้เป็นทางเลือกให้กับผู้ที่ต้องการขอสินเชื่อบ้าน แบ่งนิยามออกได้ 2 กรณี ได้แก่
การลดต้น หมายถึง เงินต้นซึ่งเป็นเงินทั้งหมดที่คุณกู้ยืมสถาบันการเงินมาจะถูกนำไปใช้คำนวณอัตราดอกเบี้ยในแต่ละเดือนแบบลดหลั่นลงไปหลังจากหักจำนวนเงินที่ผ่อนชำระเข้ามาเป็นเงินต้นในงวดก่อนหน้าเรียบร้อยแล้ว
การลดดอก หมายถึง อัตราดอกเบี้ยที่ลดลงตามการแปรผันของเงินต้นที่ลดลง เมื่อเงินต้นเหลือน้อยดอกเบี้ยก็จะถูกกว่างวดก่อนหน้านั่นเอง
จึงขอสรุปให้เข้าใจง่ายขึ้นว่าการขอสินเชื่อบ้านแบบลดต้นลดดอก ก็คือ วิธีคำนวณอัตราดอกเบี้ยของทางสถาบันการเงินซึ่งจะทำให้อัตราเงินต้นคงเหลือที่นำมาคำนวณดอกเบี้ยในแต่ละงวดลดลง จำนวนเงินดอกเบี้ยแต่ละงวดถูกลง ส่งผลให้เงินที่จ่ายทุกงวดถูกนำไปโปะเป็นเงินต้นสูงขึ้น ผู้กู้จึงประหยัดค่าใช้จ่ายได้พอสมควร และวิธีนี้มักถูกนำมาใช้งานกับการผ่อนชำระในระยะยาว หรือเป็นโปรโมชั่นพิเศษของสถาบันการเงินนั้น ๆ
ตัวอย่างการคำนวณสินเชื่อบ้านแบบลดต้นลดดอก
หากอธิบายกันตามหลักคณิตศาสตร์ของวิธีคำนวณสินเชื่อบ้านแบบลดต้นลดดอกจะเป็นเรื่องยุ่งยากและต้องใช้ทักษะด้านตัวเลขอย่างมาก แต่ถ้าให้สรุปแบบเข้าใจง่ายก็สามารถดูได้จากตัวอย่างนี้เลย
สมมุตินาย ก. ทำสินเชื่อบ้านมาทั้งหมด 10 ล้านบาท โดยดอกเบี้ย 12 เดือนแรกยังเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.25% และตกลงผ่อนชำระที่เดือนละ 50,000 บาท เมื่อเริ่มผ่อนชำระเดือนแรกจะเข้าสูตรดังนี้
[(วงเงินกู้คงเหลือทั้งหมด x อัตราดอกเบี้ย) / 365] x 30 = จำนวนดอกเบี้ยที่ต้องผ่อนชำระ
เมื่อแทนตัวเลขลงไปในสูตรก็จะได้เป็น
[(10,000,000 x 1.25%) / 365] x 30 = 10,274
นั่นเท่ากับดอกเบี้ยเดือนแรกที่ นาย ก. ต้องจ่ายจะอยู่ที่ 10,274 บาท เมื่อหักลบกับเงินผ่อนชำระ 50,000 บาท เท่ากับว่าเดือนแรก นาย ก. ผ่อนชำระเป็นเงินต้นทั้งหมด 39,726 บาท

ในการคำนวณอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกเดือนถัดไป ก็จะต้องนำวงเงินกู้คงเหลือ - ยอดเงินต้นที่ผ่อนชำระงวดล่าสุด จากนั้นก็จะเข้าสู่วิธีคำนวณแบบเดิม เช่น
10,000,000 – 39,726 = 9,960,274
การแทนตัวเลขลงในสูตรของงวดที่ 2 จะได้เป็น
[(9,960,274x 1.25%) / 365] x 30 = 10,233
ค่าดอกเบี้ยที่ นาย ก. ต้องจ่ายงวดถัดมาจึงอยู่ที่ 10,233 บาท และยอดผ่อนชำระเงินต้นทั้งหมดคือ 39,767 บาท
เดือนถัดไปก็นำเอายอดเงินวงเงินกู้คงเหลือ – ยอดเงินต้นงวดล่าสุดแล้วก็เข้าสูตรคำนวณแบบเดิม ทำไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะครบระยะเวลาที่ตกลงกับสถาบันการเงิน
สินเชื่อบ้านแบบลดต้นลดดอก ยิ่งโปะเยอะยิ่งหมดเร็ว
อีกความพิเศษของการได้สินเชื่อบ้านแบบลดต้นลดดอกนั่นคือ เมื่อคุณตัดสินใจโปเงินในแต่ละเดือนให้มากขึ้นกว่าเดิม เงินจำนวนดังกล่าวจะถูกเพิ่มเป็นส่วนหักของเงินต้นทั้งหมด โอกาสที่การผ่อนบ้านหมดเร็วขึ้นจึงเป็นเรื่องจริง จากตัวอย่างด้านบนสมมุติเดือนแรกคุณต้องผ่อนชำระ 50,000 บาท แต่คุณโปะเงินเพิ่มไปอีก 10,000 บาท เป็น 60,000 บาท เท่ากับว่ายอดเงินต้นที่จะชำระในเดือนแรกเปลี่ยนจาก 39,726 บาท เป็น 49,726 บาท
จากนั้นเมื่อนำมาหักกับวงเงินกู้คงเหลือก็จะมียอดรวมทั้งหมดเป็น 9,950,274 ซึ่งจะถูกใช้เป็นตัวเลขในการคำนวณอัตราดอกเบี้ยงวดถัดไป ดังนี้
[(9,950,274x 1.25%) / 365] x 30 = 10,222
ค่าดอกเบี้ยที่ นาย ก. ต้องจ่ายงวดถัดมาจึงอยู่ที่ 10,222 บาท และยอดผ่อนชำระเงินต้นหากชำระที่ 50,000 บาทตามเดิม ก็จะอยู่ที่ 39,778 บาท ตัวเลขเงินต้นเพิ่มขึ้นทำให้วงเงินคงเหลือลดลง โอกาสผ่อนบ้านหมดก่อนสัญญาจริงก็มีตามไปด้วยนั่นเอง
แม้ได้สินเชื่อบ้านแบบลดต้นลดดอกก็อย่าประมาทเด็ดขาด
ต้องยอมรับว่าการได้สินเชื่อบ้านแบบลดต้นลดดอกถือเป็นประเภทสินเชื่อที่หลายคนต้องการมาก ยิ่งในช่วง 3 ปีแรกซึ่งอัตราดอกเบี้ยยังคงที่อยู่หากคุณสามารถหาเงินเพื่อโปะให้มากที่สุด วงเงินคงเหลือของเงินต้นจะยิ่งลดลงอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตามการบริหารจัดการเงินของตนเองในแต่ละเดือนก็สำคัญไม่แพ้กัน อย่าประมาทคิดว่ามีเงินผ่อนบ้านทุกเดือนจึงไม่ค่อยเก็บหอมรอมริบ หรือบางคนใช้จ่ายแบบเกินตัว เพราะบ่อยครั้งอาจเกิดเหตุไม่คาดฝันจนต้องมองหาเงินก้อนใหญ่ด้วยวิธีกู้หนี้ยืมสินเพื่อใช้จ่ายกับเรื่องนั้น ๆ ได้เสมอ
ดังนั้นเมื่อคุณรู้ว่าตนเองมีภาระการผ่อนบ้านแล้วบางพฤติกรรมที่เคยทำเกี่ยวกับการใช้เงินก็ต้องเปลี่ยนบ้าง รู้จักวางแผนการเงินมากขึ้น เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องกลัวเรื่องผ่อนบ้านไม่ไหวอีกต่อไป
หลังจากทำความเข้าใจเกี่ยวกับสินเชื่อบ้านแบบลดต้นลดดอกกันไปแล้ว ใครเจอโปรโมชั่นหรือตัวเลือกสินเชื่อดี ๆ จากสถาบันการเงินก็ลองเอาไปคำนวณเพื่อประเมินค่าใช้จ่าย วางแผนการเงินของตนเองเบื้องต้น เพิ่มโอกาสในการผ่อนบ้านหมดโดยไม่ต้องจากดอกเบี้ยเกินความจริง มีเงินเหลือใช้มากขึ้นแน่นอน
หากใครที่กำลังมองหาโครงการบ้านทำเลดี ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของตนเอง ก็สามารถคลิกเข้ามาเยี่ยมชมโครงการจากศุภาลัยกันได้เลย https://www.supalai.com/
อ้างอิงจาก :
https://www.ddproperty.com/คู่มือซื้อขาย/รู้จักวิธีผ่อนบ้าน-แบบลดต้นลดดอก-4303
https://www.tidlor.com/th/article/financial/debt-management/calculate-interest-rate-reduction
บทความน่าสนใจอื่น

คู่มือ "การโอนบ้านเป็นมรดก" ศุภาลัยสรุป 8 ขั้นตอน และเอกสารที่ต้องรู้

รวมบ้านศุภาลัย พุทธมณฑล ทุกโครงการ บ้านเดี่ยว ราคา ทำเลใกล้กรุงเทพ รีวิวครบ 2026
_-_Nas_V.2.png)
ไปหัวหินทางไหนดี? แนะนำเส้นทางเลี่ยงถนนพระราม 2 ฉบับอัปเดต ขับสบายไม่ต้องกลัวรถติด! พร้อมพิกัดบ้านพักตากอากาศสุดคุ้ม
