ลงทุนคอนโดปล่อยเช่า เพื่อสร้าง Passive Income ยังคุ้มอยู่ไหม?

ไลฟ์สไตล์ 13 พฤศจิกายน 2568

ลงทุนคอนโดปล่อยเช่า เพื่อสร้าง Passive Income ยังคุ้มอยู่ไหม?
ลงทุนคอนโดปล่อยเช่า เพื่อสร้าง Passive Income ยังคุ้มอยู่ไหม cover.jpg
หากคุณกำลังมองหาช่องทางในการสร้าง Passive Income ที่มั่นคง และยั่งยืน การลงทุนคอนโดฯ ปล่อยเช่าน่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่อยู่ในลิสต์ของคุณ แต่คำถามสำคัญที่นักลงทุนหลายคนต้องมีแอบคิดอยู่ในใจ คือ "ลงทุนคอนโดปล่อยเช่าตอนนี้ยังคุ้มค่าหรือไม่"
บทความนี้จะพาคุณวิเคราะห์อย่างละเอียดจากมุมมองนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์มืออาชีพ ตั้งแต่โอกาส ความเสี่ยง ไปจนถึงกลยุทธ์การสร้าง Passive Income จากคอนโดปล่อยเช่าที่ยั่งยืน

ทำไมการลงทุนในคอนโดปล่อยเช่าถึงเป็นช่องทางสร้าง Passive Income ที่คนส่วนใหญ่นิยม
Passive Income คือรายได้ที่สร้างขึ้นจากการลงทุนหรือการวางระบบไว้ล่วงหน้า และสร้างผลตอบแทนได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องลงแรงทำงานตลอดเวลา การลงทุนในคอนโดปล่อยเช่าจึงเป็นหนึ่งในวิธีการสร้าง Passive Income ที่ได้รับความนิยมสูงสุด เพราะ
  • ได้รายได้ประจำทุกเดือน ได้รับค่าเช่าเข้ามาทุกเดือนอย่างสม่ำเสมอ
  • ได้เป็นเจ้าของทรัพย์ เป็นสินทรัพย์ที่สร้างมูลค่าได้ในอนาคต นอกจากรายได้จากค่าเช่าแล้ว คอนโดของคุณยังมีโอกาสเพิ่มมูลค่าตามกาลเวลา (Capital Gain)
  • ไม่ต้องทำงาน และดูแลความเรียบร้อยตลอดเวลา บางคนอาจใช้บริการนายหน้าหรือบริษัทบริหารอสังหาฯ ช่วยบริหารให้อีกด้วย
  • เริ่มต้นได้ง่าย ด้วยเงินทุนที่เข้าถึงได้ และยังสามารถขอสินเชื่อจากธนาคารช่วยผ่อนภาระจากหนักเป็นเบาได้
ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุน เรามาดูภาพรวมตลาดคอนโดปล่อยเช่าในปัจจุบันกันก่อน 
ปก Blog จิจิ.jpg
สถานการณ์ด้านอุปสงค์ ( Demand )
  • กลุ่มผู้เช่าคอนโดในปัจจุบันยังคงมีความต้องการสูง ทั้งกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ที่ต้องการความยืดหยุ่น ไม่ผูกมัดกับการซื้อบ้าน หรือคอนโดเป็นของตัวเอง
  • คนทำงานในเมือง ที่ต้องการอยู่ใกล้ที่ทำงาน ไม่อยากเดินทางไกล
  • ชาวต่างชาติ และ ชาวต่างชาติ Expats ที่เข้ามาทำงานในไทย
  • คู่รักหนุ่มสาว ที่เริ่มต้นชีวิตร่วมกัน แต่ยังไม่พร้อมซื้อบ้าน
  • นักศึกษาและผู้ปกครอง ในพื้นที่ใกล้มหาวิทยาลัย
สถานการณ์ด้านอุปทาน ( Supply )
  • ความต้องการเช่ายังคงมั่นคง
  • โอกาสในการหาผู้เช่า และต่อรองค่าเช่าดีขึ้น
  • เลือกทำเล และโครงการที่เหมาะสม


ลงทุนคอนโดยังไงให้ปล่อยเช่าง่าย

1. เลือกทำเลที่ดี และมีความต้องการสูง

"ทำเล" คือประตูสู่ความน่าสนใจของคอนโดสำหรับผู้เช่าเลยล่ะ ควรเลือกคอนโดที่อยู่ใกล้สถานที่สำคัญ เช่น รถไฟฟ้า ใจกลางเมือง หรือใกล้แหล่งงาน ใกล้มหาวิทยาลัย เพื่อให้ผู้เช่ามีความสะดวกในการเดินทาง

2. ตั้งค่าเช่าให้เหมาะสม

ราคาเช่าที่เหมาะสมเป็นหัวใจสำคัญ หากตั้งราคาเช่าสูงเกินไปอาจทำให้ห้องว่างนาน แต่ถ้าต่ำเกินไปก็เสียผลตอบแทน ควรศึกษาอัตราค่าเช่าในย่านเดียวกันและตั้งราคาให้สอดคล้องกับตลาด เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่เหมาะสม
ลงทุนคอนโดปล่อยเช่า เพื่อสร้าง Passive Income ยังคุ้มอยู่ไหม เฟอร์นิเจอร์.jpg

3. เลือกขนาดห้อง และแบบห้อง ที่ปล่อยเช่าง่าย

เช่น ห้องสตูดิโอ หรือ 1 ห้องนอน มักเป็นที่นิยมและปล่อยเช่าง่ายกว่าห้องขนาดใหญ่ เพราะเหมาะ ผู้เช่ามักเป็นวัยทำงาน หรืออยู่ในช่วงเริ่มทำงาน หรือคนโสด อีกทั้งยังดูแลง่ายกว่า
ลงทุนคอนโดปล่อยเช่า เพื่อสร้าง Passive Income ยังคุ้มอยู่ไหม ศุภาลัย ซิตี้ รีสอร์ท สุขุมวิท 107.jpg

4. ลงทุนอย่างประหยัด แต่ดูโปรฯ

เลือกใช้ชุดเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูป ในรูปแบบลอยตัว ในการตกแต่ง และเลือกวางชุดเฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สำคัญต้องมี เช่น เตียง และฟูกนอน ตู้เสื้อผ้า โต๊ะทำงานเล็ก พร้อมเก้าอี้ โซฟาพักผ่อนขนาดเล็ก โต๊ะกินข้าว 2 ที่ ตู้เย็น ไมโครเวฟ เครื่องซักผ้า (หรือแจ้งว่ามีห้องซักรวม) ผ้าม่านทึบแสง Wifi

ข้อควรระวัง! ไม่ควรใช้ของที่พังง่าย หรือทำความสะอาดยาก เช่นพรมหนาๆ เฟอร์นิเจอร์ Built-in ทั้งห้อง หรือของตกแต่งจุกจิก เผื่อมีการเปลี่ยนผู้เช่า เราจะได้เคลียร์ห้องได้ง่ายขึ้น

ลงทุนคอนโดปล่อยเช่า เพื่อสร้าง Passive Income ยังคุ้มอยู่ไหม ศุภาลัย ธาม เจริญ นคร.jpg

5. ต้องดูแลบำรุงรักษาห้อง และสภาพคอนโดอย่างสม่ำเสมอ

ห้องที่สะอาด เรียบร้อย และพร้อมเข้าอยู่ จะช่วยดึงดูดผู้เช่าได้ง่ายขึ้น รวมถึงการดูแลซ่อมแซมปัญหาในห้องที่เกิดขึ้นทันที เมื่อผู้เช่ามีการแจ้งเรา เพื่อป้องกันไม่ให้ห้องโทรมเร็ว
ลงทุนคอนโดปล่อยเช่า เพื่อสร้าง Passive Income ยังคุ้มอยู่ไหม ศุภาลัย เซนส์ เขารัง ภูเก็ต 2.jpg
6. ทำการตลาดให้ดี ถ่ายรูปห้องสวยๆ เปิดช่องแสงให้มีแสงสว่างเพียงพอ และลงประกาศหลายช่องทาง เช่น FB IG เว็บไซต์ฝากข้อมูลอสังหาฯ
ลงทุนคอนโดปล่อยเช่า เพื่อสร้าง Passive Income ยังคุ้มอยู่ไหม ศุภาลัย พรีเมียร์ สามเสน - ราชวัตร.jpg

7. ใช้บริการนิติบุคคล และบริการบริหารทรัพย์สิน

คอนโดส่วนใหญ่มีนิติบุคคลดูแลส่วนกลาง ช่วยดูแลเรื่องระบบต่าง ๆ เช่น ระบบไฟ น้ำ ความสะอาด และงานซ่อมบำรุง ซึ่งช่วยลดภาระให้เจ้าของห้อง อีกทั้งยังสามารถใช้บริการบริษัทบริหารทรัพย์สิน ช่วยหาผู้เช่า และจัดการสัญญาเช่า ช่วยให้เรามีเวลาเหลือ

8. มีสัญญาเช่าที่ชัดเจน และครอบคลุม

ควรมีสัญญาเช่าที่ระบุเงื่อนไขต่าง ๆ อย่างชัดเจน เช่น ระยะเวลาเช่า, ค่าเช่า, การชำระเงิน, ค่ามัดจำ และข้อกำหนดอื่น ๆ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

9. คำนวณผลตอบแทน (Rental Yield) ให้เหมาะสม

ผลตอบแทนจากค่าเช่าที่ดีควรเกินกว่าอัตราเงินเฟ้อและต้นทุนสินเชื่อ เช่น หากซื้อคอนโดราคา 5 ล้านบาท ควรตั้งค่าเช่าที่ให้ผลตอบแทนประมาณ 6-8% ต่อปี เพื่อให้คุ้มค่าและไม่ขาดทุน

แชร์สูตรคำนวณ Rental Yield (แบบง่าย)  
ลงทุนคอนโดปล่อยเช่า เพื่อสร้าง Passive Income ยังคุ้มอยู่ไหม yeild.jpg

Gross Rental Yield = (ค่าเช่าที่คาดว่าจะได้รับตลอดปี ÷ ราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ซื้อมา) x 100

ยกตัวอย่างเช่น ซื้อคอนโดมาในราคา 2,500,000 บาท และปล่อยเช่าเดือนละ 20,000 บาท โดยคาดว่า จะสามารถปล่อยเช่าได้ 10 เดือน (ลดไป 2 เดือนสำหรับการหาลูกค้า) แทนสูตรได้ ดังนี้

  • ค่าเช่าที่คาดว่าจะได้รับ 20,000 บาท x 10 เดือน = 200,000 บาท ต่อปี
  • อัตราผลตอบแทนค่าเช่าเบื้องต้น (200,000 ÷ 2,500,000) x 100 = 8% ต่อปี

คำตอบที่ได้ คือ ได้กำไร 8% ต่อปี ก็ถือว่าคุ้มค่า (วิธีการคำนวณข้างต้นเป็นเพียงการคำนวณอย่างคร่าวๆ เท่านั้น)

ในกรณีที่ผู้ลงทุนใช้วิธีกู้สินเชื่อมาลงทุน แนะนำให้คำนวณหาความคุ้มค่า หรือหาค่ายีลด์ด้วยการหา อัตราผลตอบแทนสุทธิจากค่าเช่าตลอดทั้งปี ( Cash on Cash Rental Yield )

แชร์สูตรคำนวณ Cash on Cash Rental Yield 
ลงทุนคอนโดปล่อยเช่า เพื่อสร้าง Passive Income ยังคุ้มอยู่ไหม rental yield.jpg

Cash on Cash Rental Yield = [(ค่าเช่าที่คาดว่าจะได้รับตลอดปีสุทธิ* – เงินผ่อนสินเชื่อบ้านทั้งปี) ÷ ต้นทุนตั้งต้น เช่น เงินจอง + เงินดาวน์ + ค่าตกแต่ง] x 100


*ค่าเช่าที่คาดว่าจะได้รับทั้งปีหลังหักต้นทุนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตลอดทั้งปีออกแล้ว

ยกตัวอย่างเช่น ผู้ลงทุนปล่อยคอนโดเดือนละ 20,000 บาทต่อเดือน โดยคาดว่า จะสามารถปล่อยเช่าได้ 10 เดือน หรือมีรายได้ 200,000 บาท ต่อปี

  • [ค่าใช้จ่ายทั้งปี] สำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ต้องลงทุนจ่ายตลอดทั้งปีได้แก่ ค่าส่วนกลางปีละ 12,000 บาท และค่าผ่อนสินเชื่องวดละ 12,000 บาท
  • [ต้นทุนตั้งต้น] ส่วนค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนตั้งต้น ได้แก่ ค่าจอง 8,000 บาท ค่าดาวน์ 250,000 บาท (10% ของราคาคอนโด 2,500,000 บาท) ค่าตกแต่งและซื้อเฟอร์นิเจอร์ก่อนปล่อยเช่า 150,000 บาท และค่านายหน้า 20,000 บาท (ค่าเช่า 1 เดือน)

จะคำนวณได้ ดังนี้

  • ค่าเช่าที่คาดว่าจะได้รับตลอดปีสุทธิ 200,000 – 12,000 (ค่าส่วนกลาง) =188,000 บาท
  • ค่าผ่อนชำระสินเชื่อที่ต้องจ่ายทั้งปี คือ (12,000 x 12) = 144,000 บาท ต่อปี
  • ต้นทุนตั้งต้น ได้แก่ ค่าจอง 8,000 + ดาวน์ 250,000 + เฟอร์ฯ 150,000 + นายหน้า 20,000 = 428,000 บาท
  • Cash on Cash Rental Yield = [(188,000 – 144,000) ÷ 428,000] x 100 = 10.28% ต่อปี

ลงทุนคอนโดปล่อยเช่า เพื่อสร้าง Passive Income ยังคุ้มอยู่ไหม ศุภาลัย เซนส์ เขารัง ภูเก็ต.jpg
เมื่อเราคำนวณ Yield ที่คาดว่าจะได้รับแล้ว การ
ได้อัตราผลตอบแทนตั้งแต่ 6% – 8% ขึ้นไป ก็ถือว่าคุ้มค่า น่าลงทุน  หากต้องการรู้ว่า การลงทุนซื้อคอนโดฯ ปล่อยเช่า จะคุ้มหรือไม่ ผู้ลงทุนจะต้องรู้ว่า ค่าใช้จ่ายและต้นทุนทั้งหมดมีอะไรบ้าง และนำมาหาค่า Yield หรืออัตราผลตอบแทนการลงทุนทั้งปีว่าได้เท่าไร หากค่า Yield อยู่ที่ 6% ขึ้นไป ก็อาจถือได้ว่า คุ้มค่า น่าลงทุน เพราะอย่างน้อย ก็สามารถสู้ค่าผ่อนชำระสินเชื่อของธนาคารที่อยู่ราว 3% – 5% ได้ และยังเหลือกำไรส่วนหนึ่งจากการลงทุนคอนโดปล่อยเช่า เพื่อสร้าง Passive Income

หากได้ข้อสรุปในใจแล้ว มาเลือกคอนโดฯ คุณภาพ ห้องกว้าง ในราคาคุ้มค่า ทุกทำเลกันเลย

คอนโดฯ ศุภาลัย ทุกทำเล www.supalai.com/project/condo
_______________
ที่มาของข้อมูลจาก moneybuffalo.in.th , blog.ghbank.co.th