How To ปิดบ้านให้ปลอดภัย ในช่วงหยุดยาวปีใหม่
เทคนิคดูแลบ้าน 22 ธันวาคม 2568
How To ปิดบ้านให้ปลอดภัย ในช่วงหยุดยาวปีใหม่
ช่วงเทศกาลแห่งความสุขที่กำลังจะมาถึง หลายครอบครัววางแผนไปเที่ยวพักผ่อนในช่วง หยุดยาวปีใหม่นี้ แต่สิ่งหนึ่งที่มักจะกวนใจนักเดินทางคือความกังวลเกี่ยวกับบ้าน ไม่ว่าจะเป็นกลัวขโมยขึ้นบ้าน หรือกังวลเรื่องฟืนไฟ เพื่อให้คุณเที่ยวได้อย่างมีความสุข บทความนี้จะมาแชร์ How To ปิดบ้านให้ปลอดภัย ในช่วงหยุดยาวปีใหม่ ด้วยเทคนิคที่ครอบคลุมทั้งความปลอดภัยจากโจรขโมยและอุบัติเหตุภายในบ้าน เช็กลิสต์ก่อนเดินทาง เที่ยวสบายใจไร้กังวล
1. สำรวจบ้าน และล็อกจุดเสี่ยงทุกจุดให้แน่นหนา
ขั้นตอนแรกของการ ปิดบ้าน คือการตรวจสอบทางเข้าออกทั้งหมด ไม่ใช่แค่ประตูหน้าบ้าน แต่รวมถึงหน้าต่าง ต้องล็อกกลอนทุกบาน ทั้งชั้นล่างและชั้นบน ประตูหลังบ้านและระเบียง และประตูครัวด้วยนะ จุดนี้มักถูกละเลยบ่อยๆ แต่เป็นทางเข้ายอดฮิตของมิจฉาชีพเลย
หากกลอนบางจุดดูล็อกไม่แข็งแรง ควรเสริมความแข็งแรงสักหน่อย เช่น ควรหาแม่กุญแจมาคล้องเพิ่ม ติดตั้งตัวล็อกกันงัดแงะ หรือวางสิ่งของหนักๆ ขวางประตูไว้
2. เช็กระบบไฟฟ้า และปิดวาล์วแก๊สในครัว
ความปลอดภัย ไม่ใช่แค่เรื่องขโมย แต่รวมถึงอัคคีภัยด้วย ก่อนออกจากบ้านควรทำดังนี้
ถอดปลั๊กไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น เช่น ทีวี, คอมพิวเตอร์, ไมโครเวฟ ควรถอดปลั๊กออกให้หมด เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร รวมถึงปลั๊กพ่วงที่เสียบไฟไว้ตลอด ก็ควรถอดปลั๊กออกให้หมด เพื่อความปลอดภัย
ปิดวาล์วแก๊ส ปิดวาล์วถังแก๊สให้สนิท เพื่อป้องกันแก๊สรั่วไหล
ปิดวาล์วน้ำ และปั๊มน้ำ หากไปนานหลายวัน การปิดวาล์วน้ำหลักจะช่วยป้องกันปัญหาน้ำรั่วซึมที่อาจทำลายทรัพย์สินได้ หรือบางครั้งปิดก๊อกไม่สนิท การปิดวาล์วน้ำก็ป้องกันน้ำหยด ลดการสิ้นเปลี่ยงได้เช่นกัน หรือบ้านไหนที่ใช้ปั๊มน้ำ ก็ควรถอดปลั๊กปั๊มน้ำไว้เช่นกัน
3. สร้างบรรยากาศให้เหมือนมีคนอยู่ เทคนิคลวงตาโจร!
บ้านที่ดูเงียบเหงาและมืดสนิทตลอดเวลา คือเป้าหมายของโจร เทคนิคการปิดบ้านให้ปลอดภัยคือการทำให้บ้านดู "มีชีวิต" อาจใช้ Timer ตั้งเวลาเปิด-ปิดไฟหน้าบ้านหรือในบ้านช่วงหัวค่ำ ให้เหมือนมีคนใช้งาน ไฟในบ้านบางดวง ก็ควรเปิดสลับห้องบ้าง อย่างลูกบ้านศุภาลัย ก็ยกบ้านมาไว้ในมือถือด้วยแอปฯ Supalai SABAI ช่วยให้คุณตรวจสอบความปลอดภัยของบ้านได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็ตาม ก็สามารถตั้งเวลาเปิด-ปิดไฟ สร้างบรรยากาศเหมือนมีคนอยู่บ้านก็ง่ายๆ เลย
4. ติดตั้งกล้องวงจรปิด CCTV ที่ดูผ่านมือถือได้
การลงทุนกับเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดในยุคนี้ เลือกกล้องที่เชื่อมต่อ Wi-Fi และดูผ่านแอปพลิเคชันได้แบบ Real-time
ติดตั้งในจุดที่มองเห็นทางเข้า-ออกชัดเจน หากมีระบบแจ้งเตือนเมื่อพบการเคลื่อนไหว Motion Sensor จะช่วยให้คุณไหวตัวทันหากมีความผิดปกติ อย่างลูกบ้านศุภาลัย ก็ยกบ้านมาไว้ในมือถือด้วยแอปฯ Supalai SABAI ช่วยให้คุณตรวจสอบความปลอดภัยของบ้านได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็ตาม ตรวจสอบกล้อง CCTV สบายๆ
5. เข้าร่วมโครงการ "ฝากบ้านไว้กับตำรวจ"
สำหรับบ้านใครที่ไม่ใช่โครงการหมู่บ้าน ที่มีนิติบุคคลดูแล สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็มีโครงการ "ฝากบ้านไว้กับตำรวจ" เริ่ม 22 ธันวาคม 68 - 5 ม.ค.2569 คุณสามารถลงทะเบียนผ่าน 2 ช่องทางฝากบ้าน
1. ผ่านแอปพลิเคชัน "ฝากบ้าน 4.0" : สะดวก รวดเร็ว สามารถติดตามรายงานผลการตรวจบ้านได้แบบ Real-time (ดาวน์โหลดได้ทั้ง iOS และ Android)
2. ติดต่อสถานีตำรวจใกล้บ้าน : เข้าไปกรอกแบบฟอร์มยืนยันตัวตน ณ สถานีตำรวจในพื้นที่ใกล้บ้าน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจแวะเวียนมาดูแลความเรียบร้อยให้ ซึ่งช่วยให้อุ่นใจและ ปลอดภัย มากยิ่งขึ้น
กรณีพบเหตุฉุกเฉิน แจ้งเหตุด่วน ขอความช่วยเหลือ โทร 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
แต่ถ้าคุณเป็นลูกบ้านศุภาลัย ก็สบายใจได้เลย ทริปหยุดยาวนี้ มีทีมพี่ๆ รปภ. ที่ช่วยดูแลรักษาความปลอดภัย ให้ตลอด 24 ชั่วโมง
6. ระวัง Social Media อย่าเช็กอิน Real-time
ข้อนี้สำคัญมากในยุคดิจิทัล การโพสต์ตั๋วเครื่องบิน หรือเช็กอินว่ากำลังบินไปต่างประเทศ แบบสาธารณะ เท่ากับประกาศบอกโจรว่า "บ้านฉันไม่มีคนอยู่" ควรโพสต์รูปหลังจากกลับมาแล้ว หรือตั้งค่าโพสต์ให้เห็นเฉพาะเพื่อนสนิทเท่านั้น
7. เก็บของมีค่าและสำเนาเอกสารสำคัญไว้ในที่ปลอดภัย
ไม่ควรทิ้งของมีค่า เช่น ทองคำ เงินสด หรือนาฬิกาหรู ไว้ในที่ที่มองเห็นได้ง่าย
ควรเก็บใส่ตู้เซฟ หรือหากมีมูลค่าสูงมาก ควรนำไปฝากธนาคาร
ถ่ายรูปทรัพย์สินและเอกสารสำคัญเก็บไว้ใน Cloud เผื่อกรณีฉุกเฉิน 
8. ติดป้ายเตือนปลอม
เคล็ดลับเพิ่มเติมในการปิดบ้านให้ปลอดภัย ติดป้ายแบบบ้านๆ นี่แหล่ะเห็นผลจริง! สิ่งเหล่านี้อาจทำให้ขโมยฉุกคิดสักนิด ก่อนคิดเข้าบ้าน
ติดป้าย "ระวังสุนัขดุ" ถึงแม้ไม่มีสุนัขจริง
ติดป้ายระบบเตือนภัย แม้ไม่ได้ติดตั้งจริงก็ตาม
ติดป้ายกล้องวงจรปิด มีข้อความเตือนให้เห็นได้ง่ายๆ และชัดเจน

📍ทำไมช่วงหยุดยาว ต้องให้ความสำคัญกับการปิดบ้าน?
ช่วงหยุดยาว บ้านจำนวนมากมักไม่มีคนอยู่หลายวัน ไฟในบ้านปิดมืดหลายวัน และเสียงในบ้านก็เงียบผิดปกติ ขยะไม่ถูกเก็บทิ้ง ดูไม่มีการเคลื่อนไหว สิ่งเหล่านี้อาจส่งสัญญาณให้ผู้ไม่หวังดีรู้ว่าบ้านหลังนี้ “ไม่มีคนอยู่” การที่เราปิดบ้านให้ปลอดภัยตั้งแต่ก่อนออกทริป จึงเป็นเรื่องที่ควรเตรียมการล่วงหน้าเพื่อความปลอดภัย
บทความน่าสนใจอื่น

5 เคล็ดลับจัดระเบียบ "พื้นที่ใช้สอย" ในบ้านศุภาลัย ให้คุ้มค่าทุกตารางนิ้ว

5 กฎเหล็ก เพื่อหมู่บ้านที่น่าอยู่และเป็นระเบียบ บ้านที่น่าอยู่เริ่มต้นที่การเคารพสิทธิ

รับมือหน้าหนาวที่อากาศชื้น รวมวิธีลดความชื้นในบ้าน ให้โปร่งสบายสไตล์ศุภาลัย
