รายงานคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ประกอบด้วยกรรมการ 4 ท่าน โดยมีประธานคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นกรรมการอิสระ ในปี 2567 คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืนจัดให้มีการประชุม 1 ครั้ง โดยมีหน้าที่รับผิดชอบด้านการกำกับดูแลกิจการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหลักสากลของ The Organization for Economic Cooperation and Development: OECD
การเข้าร่วมประชุมของคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ประจำปี 2567
รายชื่อกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
จำนวนครั้งที่เข้าร่วม/จำนวนครั้งทั้งหมด
รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์
ประธานคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน, กรรมการอิสระ
1/1
นายอธิป พีชานนท์
กรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
1/1
นายประศาสน์ ตั้งมติธรรม
กรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
1/1
นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม
กรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
1/1
เลขานุการคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน: นางสาวธูปทอง หิรัณยานุรักษ์
คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้ให้ความสำคัญและมุ่งมั่นพัฒนาประสิทธิภาพในการดำเนินงานด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีให้เกิดประสิทธิผล โดยมีการบริหารงานด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ และติดตามการดำเนินงานตามแผนงานการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยยึดมั่นปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ หน้าที่ของคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ยังครอบคลุมการดำเนินงานในด้านการต่อต้านการทุจริต สร้างความเป็นธรรมและมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ชุมชน ผู้รับเหมา ผู้ถือหุ้น สังคม สิ่งแวดล้อม หน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านความยั่งยืน ในด้านเศรษฐกิจ (Economic) สิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาล (Governance) โดยสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
- สิทธิของผู้ถือหุ้นและการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน
- กำกับดูแลให้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอเพิ่มวาระการประชุม คำถามล่วงหน้า และเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการเป็นการล่วงหน้าระหว่างวันที่ 10 กันยายน 2567 ถึงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2567
- กำกับดูแลให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2567 โดยให้ข้อมูล วัน เวลา สถานที่ วาระการประชุม ข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ต้องตัดสินใจต่อที่ประชุมแก่ผู้ถือหุ้นเป็นการล่วงหน้าอย่างเพียงพอ ทันเวลา โดยอำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นทุกคน รวมทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นนักลงทุนสถาบันได้เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ และออกเสียงลงคะแนนอย่างเต็มที่ ส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับคะแนนจากการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM Checklist) ในระดับดีเยี่ยม ต่อเนื่อง 12 ปีซ้อนจากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย
- กำกับดูแลให้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการประชุมล่วงหน้าทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษผ่านเว็บไซต์ และนำส่งหนังสือเชิญประชุมล่วงหน้า เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้น และผู้ลงทุนสถาบัน มีเวลาในการเตรียมตัวศึกษารายละเอียดของแต่ละวาระ และเตรียมการมอบฉันทะเอกสาร ไม่น้อยกว่า 28 วัน พร้อมทั้งได้ลงโฆษณาคำบอกกล่าวเชิญประชุมผู้ถือหุ้นในหนังสือพิมพ์ต่อเนื่องกัน 3 วันก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 3 วัน
- กำกับดูแลให้จัดวาระการประชุมต่าง ๆ ให้มีวัตถุประสงค์ เหตุผลของแต่ละวาระ และความเห็นของกรรมการในแต่ละวาระอย่างชัดเจน
- กำกับดูแลโดยขออาสาสมัครผู้ตรวจสอบการนับคะแนนเสียงที่เป็นอิสระ เพื่อเข้าร่วมตรวจนับคะแนนที่จุดนับคะแนนในแต่ละวาระของการประชุม และเปิดเผยมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น พร้อมผลการลงคะแนนเสียงหลังเสร็จสิ้นการประชุม โดยแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเปิดเผยไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ ภายในสิ้นวันหลังจากการประชุมเสร็จสิ้น
- อำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือหุ้นที่เป็นชาวต่างชาติ โดยจัดทำเอกสารต่าง ๆ เป็น 2 ภาษา คือ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และจัดทำเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) เป็น 2 ภาษา เพื่อให้บริการเผยแพร่แก่ผู้ถือหุ้นที่สนใจ
- กำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนจัดทำรายงานความขัดแย้งทางผลประโยชน์เป็นประจำทุกปีโดยในปี 2567 ไม่พบรายการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่เป็นสาระสำคัญ
- กำหนดให้กรรมการทุกคนและผู้บริหารที่มีหน้าที่รายงานการถือครอง การเปลี่ยนแปลงหลักทรัพย์ตามกฎหมาย โดยมีเลขานุการบริษัทรวบรวมและรายงานในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทรับทราบเป็นประจำทุกไตรมาส
- กำกับดูแลให้มีการดำเนินการตามแนวปฏิบัติเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน โดยขอให้กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานผู้ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ในช่วง 1 เดือนก่อนที่งบการเงินจะเผยแพร่ต่อสาธารณชน
- กำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับรายการเกี่ยวโยงในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี/รายงานประจำปี (แบบ 56-1 One Report) อย่างครบถ้วน แต่หากมีการทำรายการเกี่ยวโยง การอนุมัติรายการจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทก่อนดำเนินการ พร้อมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดของรายการ มูลค่ารายการ เหตุผลและความจำเป็นไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี/รายงานประจำปี (แบบ 56-1 One Report) ตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และมีคณะกรรมการตรวจสอบเข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาดูแลให้รายการระหว่างกันเป็นไปอย่างยุติธรรม สมเหตุสมผล
- กำกับดูแลให้กรรมการและผู้บริหารทบทวนเปิดเผยข้อมูล เกี่ยวกับส่วนได้เสียของตนและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้กรรมการสามารถพิจารณาธุรกรรมของบริษัทฯ ที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และการตัดสินใจเพื่อประโยชน์ของบริษัทฯ โดยรวม และกำหนดให้กรรมการที่มีส่วนได้เสียในวาระการประชุมใด จะต้องงดออกเสียงและงดการให้ความเห็น
- การคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสียและการพัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืน
- กำกับดูแลให้มีการจัดทำจรรยาบรรณคู่ค้า ทบทวนนโยบายคู่ค้า เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการสนับสนุนให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานและพัฒนาให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ดำเนินการกำกับดูแลการตรวจการประเมินตนเองของคู่ค้าในเรื่องการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานการดำเนินงานอย่างมีจริยธรรมและรับผิดชอบต่อสังคม เป็นการพัฒนากระบวนการทำงานเพื่อสร้างคุณค่ากับผู้ได้เสียทุกฝ่าย การสร้างมูลค่าระยะยาวกับคู่ค้า ในปี 2567 บริษัทฯ เชิญคู่ค้า SME เข้าร่วมสัมมนาสร้างเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันเป็นการผนึกกำลังสร้างการตื่นรู้ ยกระดับมาตรฐานการประกอบธุรกิจด้วยความโปร่งใส่เพื่อเติบโตได้อย่างยั่งยืน
- กำกับดูแลให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนจากการกระทำผิดกฎหมาย หรือกระทำผิดด้านการทุจริต หรือกระทำผิดจรรยาบรรณธุรกิจ หรือพบเห็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยสามารถร้องเรียนผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์ 1720 หรือส่งอีเมลถึงหน่วยงานตรวจสอบภายใน (E-mail: anti-corruption@supalai.com) ซึ่งรายงานตรงต่อคณะกรรมการอิสระ
- บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาทั้งบริษัทฯ และผู้มีส่วนได้เสียในทุก ๆ ด้าน ให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อม ๆ กัน โดยให้ความสำคัญทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) และยึดหลักการดำเนินงานให้สอดคล้องกับเกณฑ์ด้านความยั่งยืน (SET ESG Ratings) ในปี 2567 มีการจัดอบรมพนักงาน ESG ความยั่งยืนที่จับต้องได้ใกล้ตัวกว่าที่คิดผ่านระบบ Application Supalai Coin Next พร้อมจัดให้มีวัดผลความตระหนักรู้พนักงานที่มีต่อประเด็นด้าน ESG เพื่อสนับสนุนและต่อยอดในการสร้างวัฒนองค์กรให้มีมาตรฐานจริยธรรมและมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
- บริษัทฯ ส่งเสริมและสนับสนุนคู่ค้า SME ประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วมเป็นสมาชิก CAC เพื่อสร้างเครือข่าย Supply Chain ให้ยั่งยืน โดยในปี 2567 บริษัทฯ ได้รับรางวัล CAC Change Agent จากคณะกรรมการแนวร่วมต่อต้านการคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3
- การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส
- จัดให้มีการเปิดเผยแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี/รายงานประจำปี (แบบ 56-1 One Report) ตลอดจนรายงานผลการดำเนินงานรายไตรมาส งบการเงิน และข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน และประชาชนทั่วไป ซึ่งมีสาระสำคัญครบถ้วน เพียงพอ เชื่อถือได้ และทันเวลา ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น ระบบตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเว็บไซต์บริษัทฯ (www.supalai.com) โดยมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
- กำกับดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1 One Report) ในหัวข้อการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ตามแนวทาง Global Reporting Initiative (GRI) Standard – Core Option เพื่อสะท้อนถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนของบริษัทฯ ในด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล
- ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
- กำกับดูแลการกำหนดทิศทางและกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนให้สอดคล้องตามเป้าหมายธุรกิจที่แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนสนับสนุนแผนการดำเนินงานด้านความยั่งยืนเพื่อสร้างสมดุลใน 3 มิติอย่างบูรณการทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมภายใต้หลักธรรมมาภิบาลพร้อมกับร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียในการขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อให้เกิดความยั่งยืน
- กำกับดูแลแผนและผลปฏิบัติงานด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนแผนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและส่งแวดล้อม โดยติดตามผลและให้คำแนะนำ
- กำกับดูแลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Governance) ทบทวนกระบวนการจัดการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจของบริษัทฯ และสอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมาย
- กำกับดูแลให้มีการประชุมระหว่างกันเองของกรรมการที่ไม่ใช่ผู้บริหาร โดยปราศจากการมีส่วนร่วมของฝ่ายจัดการ เพื่อเปิดโอกาสให้กรรมการอิสระได้แสดงความคิดเห็น
- ทบทวนและปรับปรุงคู่มือนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี และคู่มือจรรยาบรรณสำหรับพนักงานให้กระชับอ่านเข้าใจง่าย และพนักงานรับทราบจรรยาบรรณ และนโยบายต่าง ๆ ผ่านระบบ SPL Consent
- สนับสนุนให้กรรมการของบริษัทฯ ได้เข้ารับการอบรม
- รางวัลด้านการกำกับดูแลกิจการ
ในปี 2567 บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับในกลุ่ม “ดีเลิศ” จากผลของการสำรวจการกำกับดูแลกิจการที่ดีบริษัทจดทะเบียนในปี 2567 ดำเนินการโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยติดต่อกันเป็นปีที่ 12
คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาการดำเนินงานด้านการกำกับดูแลกิจการให้มีความโปร่งใสและเป็นแบบอย่างที่ดี เพราะคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าการบริหารจัดการที่ยึดหลักนิติธรรม ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ และพัฒนาการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้ความสำคัญต่อการรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างสูงสุด จะทำให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย