รายงานคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
เรียน ท่านผู้ถือหุ้น
คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ประกอบด้วยกรรมการ 4 ท่าน โดยมีประธานคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นกรรมการอิสระ ในปี 2565 คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืนจัดให้มีการประชุม 1 ครั้ง โดยมีหน้าที่รับผิดชอบด้านการกำกับดูแลกิจการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหลักสากลของ The Organization for Economic Cooperation and Development: OECD
คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ให้ความสำคัญและมุ่งมั่นพัฒนาประสิทธิภาพในการดำเนินงานด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีให้เกิดประสิทธิผล โดยมีการบริหารงานด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้และติดตามการดำเนินงานตามแผนงานการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยยึดมั่นปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้หน้าที่ของคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและการพัฒนาอย่างยั่งยืนยังครอบคลุมการดำเนินงานในด้านการต่อต้านการทุจริตสร้างความเป็นธรรมและมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ชุมชน ผู้รับเหมา ผู้ถือหุ้น สังคม สิ่งแวดล้อม หน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการด้านความยั่งยืน ในด้านเศรษฐกิจ (Economic) สิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และบรรษัทภิบาล (Governance) โดยสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
  1. สิทธิของผู้ถือหุ้นและการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน
    • กำกับดูแลให้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอเพิ่มวาระการประชุม คำถามล่วงหน้าและเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการเป็นการล่วงหน้าระหว่างวันที่ 13 กันยายน 2565 ถึงวันที่ 14 พฤศจิกายน 2565
    • ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) บริษัทฯ ได้ตระหนักและห่วงใยต่อสุขภาพและความปลอดภัยของท่านผู้ถือหุ้นจึงกำกับดูแลให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2565 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพียงรูปแบบเดียว (e-Shareholder Meeting) และให้ข้อมูล วัน เวลา สถานที่ วาระการประชุมข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ต้องตัดสินใจต่อที่ประชุมแก่ผู้ถือหุ้นเป็นการล่วงหน้าอย่างเพียงพอทันเวลา โดยอำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นทุกคน รวมทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นนักลงทุนสถาบันได้เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ และออกเสียงลงคะแนนอย่างเต็มที่ ส่งผลให้บริษัทฯ ได้รับคะแนนจากการประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM Checklist)ในระดับดีเยี่ยมต่อเนื่อง 10 ปีซ้อน และได้รับรางวัล Investor’ Choice Award ประจำปี 2565 จากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย
    • กำกับดูแลให้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่ใช้ในการประชุมล่วงหน้าทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษผ่านเว็บไซต์และนำส่งหนังสือเชิญประชุมล่วงหน้า เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้น และผู้ลงทุนสถาบันมีเวลาในการเตรียมตัวศึกษารายละเอียดของแต่ละวาระ และเตรียมการมอบฉันทะเอกสารไม่น้อยกว่า 30 วัน พร้อมทั้งได้ลงโฆษณาคำบอกกล่าวเชิญประชุมผู้ถือหุ้นในหนังสือพิมพ์ต่อเนื่องกัน 3 วันก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 3 วัน
    • กำกับดูแลให้จัดวาระการประชุมต่าง ๆ ให้มีวัตถุประสงค์ เหตุผลของแต่ละวาระ และความเห็นของกรรมการในแต่ละวาระอย่างชัดเจน
    • กำกับดูแลให้ผู้เข้าร่วมประชุมที่มีสิทธิเข้าร่วมการประชุมยืนยันตัวและยินยอมปฏิบัติตามข้อกำหนดการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีตัวแทนจากบริษัทผู้พัฒนาโปรแกรม DAP e-Shareholders Meeting เข้ามาสนับสนุนระบบการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นและเปิดเผยมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น พร้อมผลการลงคะแนนเสียงหลังเสร็จสิ้นการประชุม โดยแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเปิดเผยไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ ภายในสิ้นวันหลังจากการประชุมเสร็จสิ้น
    • อำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือหุ้นที่เป็นชาวต่างชาติ โดยจัดทำเอกสารต่าง ๆ เป็น 2 ภาษา คือ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และจัดทำเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) เป็น 2 ภาษา เพื่อให้บริการเผยแพร่แก่ผู้ถือหุ้นที่สนใจ
    • กำหนดให้กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานทุกคนจัดทำรายงานความขัดแย้งทางผลประโยชน์เป็นประจำทุกปีโดยในปี 2565 ไม่พบรายการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่เป็นสาระสำคัญ
    • กำหนดให้กรรมการทุกคนและผู้บริหารที่มีหน้าที่รายงานการถือครองการเปลี่ยนแปลงหลักทรัพย์ตามกฎหมาย โดยมีเลขานุการบริษัทรวบรวมและรายงานในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทรับทราบเป็นประจำทุกไตรมาส
    • กำกับดูแลให้มีการดำเนินการตามแนวปฏิบัติเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน โดยขอให้กรรมการผู้บริหารและพนักงานผู้ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ในช่วง 1 เดือนก่อนที่งบการเงินจะเผยแพร่ต่อสาธารณชน
    • กำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับรายการเกี่ยวโยงในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1 One Report) อย่างครบถ้วน แต่หากมีการทำรายการเกี่ยวโยงการอนุมัติรายการจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทก่อนดำเนินการพร้อมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดของรายการ มูลค่ารายการเหตุผลและความจำเป็นไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1 One Report) ตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และมีคณะกรรมการตรวจสอบเข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาดูแลให้รายการระหว่างกันเป็นไปอย่างยุติธรรมสมเหตุสมผล
  2. การคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสียและการพัฒนาธุรกิจเพื่อความยั่งยืน
    • กำกับดูแลให้มีการจัดทำจรรยาบรรณคู่ค้า ทบทวนนโยบายคู่ค้า เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการสนับสนุนให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานและพัฒนาให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมโดยในปี 2565 ดำเนินการกำกับดูแลการตรวจการประเมินตนเองของคู่ค้าในเรื่องการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานการดำเนินงานอย่างมีจริยธรรมและรับผิดชอบต่อสังคมเป็นการพัฒนากระบวนการทำงานเพื่อสร้างคุณค่ากับผู้ได้เสียทุกฝ่าย การสร้างมูลค่าระยะยาวกับคู่ค้าและยกระดับความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับบริษัทฯ อย่างยั่งยืน
    • กำกับดูแลให้มีช่องทางการแจ้งเบาะแสหรือข้อร้องเรียนจากการกระทำผิดกฎหมาย หรือกระทำผิดด้านการทุจริต หรือกระทำผิดจรรยาบรรณธุรกิจ หรือพบเห็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยสามารถร้องเรียนผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์ 1720 หรือส่งอีเมลถึงหน่วยงานตรวจสอบภายใน (E-mail: anti-corruption@supalai.com) ซึ่งรายงานตรงต่อคณะกรรมการอิสระ
    • บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาทั้งบริษัทฯ และผู้มีส่วนได้เสียในทุก ๆ ด้านให้มีการเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อม ๆกัน โดยให้ความสำคัญทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) และยึดหลักการดำเนินงานให้สอดคล้องกับเกณฑ์ด้านความยั่งยืน
    • บริษัทฯ ส่งเสริมและสนับสนุนคู่ค้า SME ประกาศเจตนารมณ์เข้าร่วมเป็นสมาชิก CAC เพื่อสร้างเครือข่าย Supply Chain ให้ยั่งยืน โดยในปี 2565 บริษัทฯ ได้รับรางวัล CAC Change Agent จากคณะกรรมการแนวร่วมต่อต้านการคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC)
  3. การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส
    • จัดให้มีการเปิดเผยแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1 One Report) ตลอดจนรายงานผลการดำเนินงานรายไตรมาสงบการเงิน และข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน และประชาชนทั่วไป ซึ่งมีสาระสำคัญครบถ้วนเพียงพอ เชื่อถือได้ และทันเวลา ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น ระบบตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเว็บไซต์บริษัทฯ (www.supalai.com) โดยมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
    • กำกับดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลผลการดำเนินการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1 One Report) ให้หัวข้อการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อความยั่งยืน ตามแนวทาง Global Reporting Initiative (GRI) Standard – Core Option เพื่อสะท้อนถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจที่ยั่งยืนของบริษัทฯ ในด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคมและบรรษัทภิบาล
  4. ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
    • รวมถึงกำกับดูแลด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Governance) ทบทวนกระบวนการจัดการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจของบริษัทฯ และสอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมาย โดยในปี 2565 จัดให้มีนโยบายความเป็นส่วนตัวของผู้ถือหุ้นและเปิดเผยบนเว็บไซต์บริษัทฯ
    • กำกับดูแลให้มีการประชุมระหว่างกันเองของกรรมการที่ไม่ใช่ผู้บริหาร โดยปราศจากการมีส่วนร่วมของฝ่ายจัดการ เพื่อเปิดโอกาสให้กรรมการอิสระได้แสดงความคิดเห็น
    • ทบทวนนโยบายการจัดการด้านความยั่งยืน นโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสังคมตลอดจนสนับสนุนแผนการดำเนินงานเพื่อสร้างสมดุลใน 3 มิติอย่างบูรณการทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมภายใต้หลักธรรมมาภิบาลพร้อมกับร่วมมือกับผู้มีส่วนได้เสียในการขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อให้เกิดความยั่งยืน
    • สนับสนุนให้กรรมการของบริษัทฯ ได้เข้ารับการอบรม
  5. รางวัลด้านการกำกับดูแลกิจการ
    • ในปี 2565 บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับในกลุ่ม “ดีเลิศ” จากผลของการสำรวจการกำกับดูแลกิจการที่ดีบริษัทจดทะเบียนในปี 2565 ดำเนินการโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยติดต่อกันเป็นปีที่ 10
      คณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืนจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาการดำเนินงานด้านการกำกับดูแลกิจการให้มีความโปร่งใสและเป็นแบบอย่างที่ดี เพราะคณะกรรมการบรรษัทภิบาลและความยั่งยืน เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าการบริหารจัดการที่ยึดหลักนิติธรรม ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ และพัฒนาการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้ความสำคัญต่อการรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างสูงสุด จะทำให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืน และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย