การกำกับดูแลกิจการ
คณะกรรมการบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญของธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม เนื่องจากมีความเชื่อมั่นว่า ธรรมาภิบาลที่ดี จะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ประสบความสำเร็จ และสร้างความเชื่อมั่นถึงการมีระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน ผู้มีส่วนได้เสีย และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มแก่กิจการ โดยคณะกรรมการบริษัท เข้าใจบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบที่ต้องมีต่อผู้ถือหุ้น รวมถึงผู้เกี่ยวข้องต่างๆ และมีเจตนามุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาลที่ดี ตามแนวปฏิบัติที่ดีหรือระเบียบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
นโยบายการกำกับดูแลกิจการ จรรยาบรรณธุรกิจ
คณะกรรมการบริษัท ได้จัดให้มี “คู่มือนโยบายการกำกับดูแลกิจการ” โดยได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารงาน และการควบคุมภายใน นอกจากนี้ยังจัดให้มีการทบทวนจรรยาบรรณของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน (Code of Conduct) “จรรยาบรรณ” เป็นประจำทุกปี โดยในปี 2562 ได้เพิ่มเรื่องหลักสิทธิมนุษยชน การรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ ใน คู่มือจรรยาบรรณ (ฉบับย่อ) สำหรับพนักงานโดยยกตัวอย่างสถานการณ์ที่ควรและไม่ควรปฏิบัติให้สอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และแนวปฏิบัติที่ดีของโครงการพัฒนาบริษัทจดทะเบียนด้านการกำกับดูแลกิจการ โดยมีการสื่อสารผ่านระบบ Intranet ภายในบริษัทฯ เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทฯ เกิดความเข้าใจ และสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่มได้อย่างครบถ้วน เป็นมาตรฐานสอดคล้องตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี ทั้ง 5 หมวด อันประกอบด้วย 1) สิทธิของผู้ถือหุ้น 2) การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน 3) การคำนึงถึงบทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย 4) การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส 5) ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท
นโยบายการกำกับดูแลกิจการ จรรยาบรรณธุรกิจ
นอกจากนี้ได้มีการเผยแพร่ “คู่มือนโยบายการกำกับดูแลกิจการ” และ “จรรยาบรรณ” ไว้บนเว็บไซต์บริษัทฯ เพื่อให้บุคคลภายนอกได้รับทราบด้วย บริษัทฯ มีแนวทางการส่งเสริม กำกับดูแล และติดตามให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ปฏิบัติตามจรรยาบรรณ
การส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติตามจรรยาบรรณ
การส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติตามจรรยาบรรณ
ทบทวนคู่มือจรรยาบรรณ (ฉบับย่อ) พร้อมเผยแพร่ให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานรับทราบทั่วถึง ผ่านระบบ Intranet เว็บไซต์บริษัทฯ
กิจกรรมปฐมนิเทศพนักงานเข้าใหม่
มีการให้ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตามจรรยาบรรณ ในการปฐมนิเทศพนักงานเข้าใหม่
กิจกรรม CG Day
จัดกิจกรรม CG Day เพื่อสอดแทรกให้ความรู้ และปลูกจิตสำนึกให้ปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณ
วีดีโอเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ด้านจรรยาบรรณ และการกำกับดูแลกิจการที่ดี
จัดทำวีดีโอเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ด้านจรรยาบรรณ และการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยใช้ตัวละครปู่ธรรม เป็นกลยุทธ์การสื่อสารแนวใหม่ เพื่อให้พนักงานรับรู้และเข้าใจได้โดยง่าย รวดเร็ว
กิจกรรม CG Day
มอบรางวัลให้พนักงานที่มีผลคะแนนเต็ม 100 คะแนน ในกิจกรรมวัน CG Day เพื่อสร้างเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) ให้กับพนักงานเป็นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้มีความแข็งแกร่ง มีทิศทางเดียวกัน เพื่อให้สอดคล้องไปถึงอนาคตที่บริษัทฯ จะเดินไปข้างหน้าซึ่งก็ถือเป็นรากฐานสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะทำให้บริษัทฯ ประสบความความสำเร็จ
การป้องกันเหตุการณ์และพฤติกรรมที่อาจเป็นการกระทำที่ผิดจรรยาบรรณ
  • คณะกรรมการบริษัท มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ พร้อมกำหนดขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างชัดเจน
  • จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อรายงานผลการดำเนินงานการปฏิบัติตามจรรยาบรรณ
  • กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ของบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ต้องศึกษาทำความเข้าใจคู่มือจรรยาบรรณ (ฉบับย่อ) และลงนามเป็นพันธสัญญาผ่าน Google Form
ช่องทางการรับฟังความคิดเห็นทั้งเชิงบวกและเชิงลบ
ช่องทางการรับฟังความคิดเห็นทั้งเชิงบวกและเชิงลบ
  • จัดให้มีการสื่อสาร "กล้าคิด กล้าเสนอ กล้าเปลี่ยนแปลง" แก่บุคลากรภายในบริษัทฯ สำหรับการเสนอความเห็นแจ้งถึงผู้บริหารโดยตรง
  • จัดให้มีช่องทาง 1720 เพื่อรับแจ้งปัญหาต่างๆ จากผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย
  • ข้อคิดเห็นที่ได้รับ มีการนำมาวิเคราะห์ เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ และคณะกรรมการบริษัทสั่งการ
  • จัดให้มีพบปะหารือประชุมร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย เช่น ผู้รับเหมา คู่ค้า ลูกค้า หน่วยงานราชการ ธนาคาร
การติดตามผลและประเมินผล
  • จัดให้มีการทดสอบวัดความรู้ ความเข้าใจของพนักงาน เกี่ยวกับการปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณ ผ่านโปรแกรม E-Learning ปีละ 1 ครั้ง และรายงานผลการทดสอบต่อคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ และคณะกรรมการบริษัทรับทราบต่อไป
  • เรียกรายงานผลการทดสอบ สำหรับหัวข้อที่มีพนักงานตอบผิดมากที่สุด นำมาสื่อสารผ่านข่าว E- news และ CG Day
จรรยาบรรณของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานถือเป็นวินัยอย่างหนึ่ง ซึ่งพนักงานทุกคนต้องดำรงตน และถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด พนักงานที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามจะถูกพิจารณาโทษทางวินัย
กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมถึงพนักงานในบริษัทย่อย มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม และส่งเสริมให้ผู้อื่นปฏิบัติตามจรรยาบรรณ การกระทำต่อไปนี้เป็นการทำผิดจรรยาบรรณ
การทำผิดจรรยาบรรณ
ทั้งนี้ การกระทำที่เข้าข่ายผิดจรรยาบรรณ ดังกล่าวข้างต้น ให้ปฏิบัติตามกระบวนการพิจารณาและลงโทษ ตามระเบียบของฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ นอกจากนี้ หากพนักงานที่ทำผิดจรรยาบรรณ อาจได้รับโทษตามกฎหมาย หากการกระทำนั้นเป็นความผิดตามกฎหมาย
ดังนั้น ผู้บริหารในฐานะผู้บังคับบัญชา จะต้องสอดส่อง และแนะนำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาดำรงตน ประพฤติตนอย่างเคร่งครัด และอาจจัดให้ผู้นั้นได้รับการพัฒนาที่เหมาะสมต่อไป โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ต้องดำรงตน และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
จากการที่บริษัทฯ ให้ความสำคัญและมุ่งเน้นการพัฒนาการกำกับดูแลกิจการที่ดี คณะกรรมการบริษัทจึงส่งเสริมให้มีการปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่องและทบทวนการนำ CG Code 8 หัวข้อ ได้แก่
CG Code 8
ทั้งนี้ ในปี 2562 บริษัทฯ ได้นำ CG Code มาปรับใช้ โดยผนวก (integrate) เป็นส่วนหนึ่งของวัตถุประสงค์ และกลยุทธ์ทางธุรกิจ โดยกำหนดไว้ในข้อกำหนดของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย นโยบาย คู่มือจรรยาบรรณ (ฉบับย่อ) การจัดกิจกรรม Innovation Awards 2562 รวมทั้งดูแลให้มีกลไกการกำกับดูแลการดำเนินงาน การตัดสินใจขององค์กรให้มีระบบการบริหารจัดการโปร่งใส ตรวจสอบได้ เคารพสิทธิของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียอย่างเท่าเทียมกัน สร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ถือหุ้น ผู้มีส่วนได้เสียต่อบริษัทฯ และเพื่อผลประกอบการที่ดีในระยะยาวจากการมุ่งมั่นตั้งใจพัฒนาการกำกับดูแลกิจการที่ดี ส่งผลให้ปี 2562 บริษัทฯ ได้รับรางวัลและผลคะแนนประเมินด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีจากหน่วยงานภายกำกับภายนอก ดังนี้
  • รางวัล “Thailand Sustainability Investment” หรือ “หุ้นยั่งยืน” ประจำปี 2562 จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้แก่บริษัทจดทะเบียนที่มีความโดดเด่นด้านการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและสร้างผลกระทบเชิงบวกแก่สังคม โดยติดต่อกันเป็นปีที่ 5
  • บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับในกลุ่ม “ดีเลิศ” จากผลของการสำรวจการกำกับดูแลกิจการที่ดีบริษัทจดทะเบียนในปี 2562 ดำเนินการโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยติดต่อกันเป็นปีที่ 7 ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2556 – 2562
  • บริษัทฯ ได้รับคะแนนจากการประเมิน คุณภาพการจัดประชุมผู้ถือหุ้นเต็ม 100 คะแนน โดยติดต่อกันเป็นปีที่ 7 ปีต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2556-2562
บริษัทฯ จัดให้มีหน่วยงานกำกับดูแลการปฏิบัติงาน (Compliance Unit) (รายละเอียดโปรดดูหัวข้อ : งานกำกับดูแลการปฏิบัติงานของบริษัทฯ) เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแล และติดตามให้บริษัทฯ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน มีการปฏิบัติถูกต้องตามข้อบังคับของหน่วยงานกำกับภายนอก ซึ่งในปี 2562 กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ได้ปฏิบัติตามคู่มือนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณ รวมถึงนโยบายที่เกี่ยวข้องโดยทั่วกัน มีรายละเอียดดังต่อไปนี้
หมวดที่ 1: สิทธิของผู้ถือหุ้น (Shareholders’ Rights)
บริษัทฯ ตระหนักและให้ความสำคัญถึงสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการละเมิดหรือลิดรอนสิทธิ์ของผู้ถือหุ้น บริษัทฯ ให้สิทธิขั้นพื้นฐานต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน อันได้แก่ การแสดงสิทธิความเป็นเจ้าของในหุ้นที่ตนเองถืออยู่ การซื้อขายหรือโอนหุ้น การรับซื้อหุ้นคืน การได้รับเงินปันผล การมีส่วนแบ่งในกำไรของกิจการ การพิจารณาค่าตอบแทนทุกรูปแบบ การได้รับข่าวสารข้อมูลของกิจการอย่างเพียงพอ ทันเวลา การเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น หรือมอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าประชุม เพื่อใช้สิทธิออกเสียงในการแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ แต่งตั้งผู้สอบบัญชี และเรื่องที่มีผลกระทบต่อบริษัทฯ เป็นต้น
บริษัทฯ ไม่มีนโยบายการสร้างกลไกในการป้องกันการครอบงำกิจการที่จะทำให้ฝ่ายจัดการหรือผู้มีอำนาจควบคุมการบริหารงานอย่างไม่โปร่งใส ขาดประสิทธิภาพ ซึ่งโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทฯ ไม่มีลักษณะการถือหุ้นไขว้ และเป็นแบบปิรามิด ในระหว่างกลุ่มของบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ มีสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย (Free Float) เกินกว่าร้อยละ 40 ของหุ้นที่ออกแล้วทั้งหมด (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย) นอกจากนี้บริษัทฯ ได้มีการปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้น โดยกำหนดให้คณะกรรมการบริษัท พึงเคารพสิทธิและปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกกลุ่ม ทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้ถือหุ้นส่วนน้อย ผู้ถือหุ้นที่เป็นชาวต่างชาติ และผู้ถือหุ้นประเภทสถาบัน ซึ่งมิได้จำกัดเฉพาะสิทธิตามกฎหมายเท่านั้น บริษัทฯ ได้ปฏิบัติหน้าที่และดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส มีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น จัดการดูแลไม่ให้ทรัพย์สินใดๆ ของบริษัทฯ เสื่อมค่า สูญหาย หรือสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ และไม่แสวงหาผลประโยชน์ให้ตนเองและผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนมีนโยบายในการอำนวยความสะดวกและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นทุกคน รวมทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นนักลงทุนสถาบันได้เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ โดยมีการกำกับดูแลปฏิบัติตามนโยบายเพื่อดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้นให้เป็นไปตามกฎหมายและแนวทางการประชุมผู้ถือหุ้น โดยในปี 2562 สิทธิต่างๆ ที่ผู้ถือหุ้นได้รับ มีดังนี้
  1. สิทธิในการได้รับใบหุ้นและสิทธิในการซื้อ ขาย หรือ โอนหุ้น
  2. บริษัทฯ แต่งตั้งบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือหุ้น สำหรับดำเนินการเกี่ยวกับงานทะเบียนหลักทรัพย์ของบริษัทฯ
  3. สิทธิในการเสนอวาระการประชุมล่วงหน้า การเสนอชื่อบุคคล เพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการ และการตั้งคำถามเกี่ยวกับบริษัทฯ
  4. บริษัทฯ กำหนดหลักเกณฑ์การเสนอวาระการประชุม การเสนอชื่อบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการ และการตั้งคำถามเกี่ยวกับบริษัทฯ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยมีส่วนร่วมในการกำกับดูแลบริษัทฯ (หลักเกณฑ์มีการเปิดเผยไว้บนเว็บไซต์บริษัทฯ (www.supalai.com) ในส่วนของนักลงทุนสัมพันธ์ ภายใต้หัวข้อ “การประชุมผู้ถือหุ้น”) และการคัดสรรกรรมการที่มีคุณสมบัติเหมาะสม สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย สำหรับการประชุมปี 2562 บริษัทฯ ได้นำหลักเกณฑ์ดังกล่าวเผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) และแจ้งข่าวประกาศในเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 ถึง 7 มกราคม 2562 เพื่อให้ผู้ถือหุ้นเสนอชื่อบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการ เสนอวาระการประชุม และการตั้งคำถามเกี่ยวกับบริษัทฯ ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่มีผู้ถือหุ้นเสนอเรื่องใดๆ หรือชื่อบุคคลใดๆ มาแต่ประการใด
  5. สิทธิในการเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น
    1. กำหนดการจัดประชุมผู้ถือหุ้น
    2. มีการเปิดเผยการจัดประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2562 ให้ผู้ถือหุ้นรับทราบล่วงหน้า เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถวางแผนตารางเวลาในการเข้าร่วมประชุมได้ โดยแจ้งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ในแต่ละปีบริษัทฯ จัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น 1 ครั้ง ภายในเวลาไม่เกิน 4 เดือน นับแต่วันสิ้นรอบปีบัญชีของบริษัทฯ โดยตระหนักถึงสิทธิของผู้ถือหุ้นรวมทั้งส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นสามารถใช้สิทธิในการประชุมผู้ถือหุ้นได้อย่างเต็มที่ จึงเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นเสนอระเบียบวาระการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น รายชื่อบุคคลที่เสนอแต่งตั้งเป็นกรรมการบริษัท และส่งคำถามล่วงหน้ามายังบริษัทฯ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ผ่านช่องทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) อย่างน้อย 3 เดือนก่อนวันสิ้นรอบบัญชี โดยในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ และเว็บไซต์ของบริษัทฯ ให้ผู้ถือหุ้นทราบแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ถึง 6 มกราคม 2563 เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นที่จะได้รับทราบถึงสิทธิของตน รวมถึงได้นำหลักเกณฑ์ ขั้นตอน และข้อมูลประกอบการประชุม ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แจ้งผ่านเว็บไซต์ของบริษัทฯ ล่วงหน้า เพื่อผู้ถือหุ้นจะได้มีเวลาศึกษาข้อมูลประกอบการประชุม และในวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัท ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหารที่ดูแลงานทางด้านการเงิน – บัญชี และผู้สอบบัญชีรับอนุญาตเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงเพื่อตอบข้อซักถาม
      ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 23 เมษายน 2562 ณ ห้องประชุม Auditorium ชั้น 33 อาคารศุภาลัย แกรนด์ ทาวเวอร์ เลขที่ 1011 ถนนพระราม 3 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร
    3. หนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น
    4. บริษัทฯ ได้จัดส่งหนังสือนัดประชุมพร้อมเอกสารประกอบวาระการประชุมอย่างเพียงพอให้ผู้ถือหุ้นศึกษาล่วงหน้าก่อนการประชุมไม่น้อยกว่า 21 วันทั้งฉบับภาษาไทยและและภาษาอังกฤษ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นทราบถึงเรื่องที่จะมีการพิจารณาในที่ประชุมผู้ถือหุ้นและใช้ประกอบการตัดสินใจว่าจะเข้าร่วมประชุมหรือไม่ รวมทั้งได้ระบุวัตถุประสงค์และเหตุผลประกอบ พร้อมแสดงความเห็นของคณะกรรมการชุดย่อยของแต่ละวาระไว้อย่างชัดเจน และคณะกรรมการบริษัทเพื่อสนับสนุนการพิจารณาในแต่ละวาระอย่างชัดเจน
      บริษัทฯ จะระบุวาระเรื่องที่จะเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญอย่างชัดเจน จะไม่มีวาระอื่นๆ ที่ยังไม่มีหัวข้อวาระ นำเสนอให้ที่ประชุมพิจารณา รวมทั้งในวันประชุม บริษัทฯ หลีกเลี่ยงการเพิ่มวาระเรื่องอื่นๆ ที่ไม่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้าในการประชุมผู้ถือหุ้นเช่นกัน เพราะจะเป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุม สำหรับวาระแต่งตั้งกรรมการ บริษัทฯ จะระบุชื่อ พร้อมแนบประวัติย่อของกรรมการแต่ละคนที่จะเสนอแต่งตั้งให้ผู้ถือหุ้นทราบ เช่นเดียวกับวาระแต่งตั้งผู้สอบบัญชี เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถพิจารณาความเหมาะสมของ ผู้สอบบัญชีบริษัทฯ ได้ ระบุชื่อผู้สอบบัญชี บริษัทที่สังกัด ประสบการณ์ความสามารถ ความเป็นอิสระ และระยะเวลาที่เคยเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ รวมถึงค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชีไว้อย่างชัดเจน รวมทั้งในการเสนอขออนุมัติจ่ายเงินปันผล (ถ้ามี) บริษัทฯ จะแจ้งนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัท อัตราเงินปันผลที่เสนอจ่าย พร้อมเหตุผลและข้อมูลประกอบการพิจารณาให้แก่ผู้ถือหุ้น (รายละเอียดโปรดดูหัวข้อ “นโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทฯ และบริษัทย่อย”) ในการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทฯ จะแจ้งรายชื่อกรรมการอิสระในหนังสือนัดประชุมจำนวน 3 คน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นที่ติดภารกิจไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ สามารถพิจารณาเลือกบุคคลที่จะเป็นผู้รับมอบฉันทะว่าจะมอบฉันทะให้กับกรรมการอิสระหรือมอบฉันทะให้กับบุคคลอื่นที่ผู้ถือหุ้นเห็นสมควรก็ได้ ทั้งนี้ ในการลงคะแนนเสียงในแต่ละวาระการประชุม ผู้ถือหุ้นจะออกเสียงลงคะแนนล่วงหน้าระบุมาในหนังสือมอบฉันทะ หรือจะให้ผู้รับมอบฉันทะเป็นผู้ออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมได้ทั้งสิ้น สำหรับผู้ถือหุ้นที่เป็นนักลงทุนสถาบันหรือผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้ลงทุนต่างประเทศและแต่งตั้งให้คัสโตเดียน (Custodian) ในประเทศไทยเป็นผู้รับฝากและดูแลหุ้น บริษัทฯ ได้ประสานงานเรื่องเอกสารและหลักฐานที่จะต้องแสดงก่อนเข้าร่วมประชุมเป็นการล่วงหน้า เพื่อให้การลงทะเบียนในวันประชุมเป็นไปอย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น
    5. การส่งหนังสือเชิญประชุม
    6. บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นนายทะเบียนหุ้นของบริษัทฯ เป็นผู้ดำเนินการจัดส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาในวาระต่างๆ ที่มีรายละเอียดเพียงพอต่อการตัดสินใจ พร้อมรายงานประจำปี และหนังสือมอบฉันทะตามแบบที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ส่งให้ผู้ถือหุ้นล่วงหน้าก่อนวันประชุม ประมาณ 21 วัน ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือหุ้น และเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้น และผู้ลงทุนสถาบัน มีเวลาในการเตรียมตัวศึกษารายละเอียดของแต่ละวาระ และเตรียมการมอบฉันทะ ในกรณีที่ไม่สะดวกเข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง พร้อมทั้ง จัดเตรียมอากรแสตมป์สำหรับปิดหนังสือมอบฉันทะไว้บริการ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ เพื่อต้องการลดภาระการจัดหาอากรแสตมป์ของผู้ถือหุ้น
      นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เผยแพร่หนังสือเชิญประชุม เอกสารประกอบการพิจารณา หนังสือมอบฉันทะทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) ไม่น้อยกว่า 30 วัน เพื่อเป็นช่องทางหนึ่งให้ผู้ถือหุ้นทราบซึ่งเป็นข้อมูลเดียวกับข้อมูลที่บริษัทฯ ได้ส่งให้ผู้ถือหุ้นในรูปแบบเอกสาร และได้ลงโฆษณาคำบอกกล่าวเชิญประชุมผู้ถือหุ้นในหนังสือพิมพ์ต่อเนื่องกัน 3 วันก่อนวันประชุม 14 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด
      บริษัทฯ แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบในหนังสือเชิญประชุมด้วยทุกครั้ง เพื่อให้ผู้ถือหุ้นทราบถึงสิทธิ หลักเกณฑ์และขั้นตอนในการออกเสียงลงคะแนนของตนเองตามกฎหมาย โดยไม่มีการเพิ่มเรื่องประชุมใดไว้ในวาระอื่น โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า เว้นแต่กรณีจำเป็นเร่งด่วนที่ปรากฏภายหลังส่งหนังสือเชิญประชุมแล้ว หรือหากมีกรณีเร่งด่วนที่เป็นเรื่องเกี่ยวข้องหรือกระทบกับผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและจำเป็นต้องเสนอวาระเป็นกรณีพิเศษ บริษัทฯ จะเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นทันที ซึ่งเลขานุการบริษัทจะรับผิดชอบดำเนินการบันทึกการประชุมให้ถูกต้องครบถ้วนทุกวาระการประชุม เพื่อให้ผู้ถือหุ้นใช้ตรวจสอบ
      สำหรับผู้ถือหุ้นที่จะเสนอชื่อบุคคล เพื่อเข้ารับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการต้องมีคุณสมบัติเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ดังนี้
      1. เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ โดยอาจเป็นผู้ถือหุ้นรายเดียว หรือหลายรายรวมกันได้
      สัดส่วนการถือหุ้นขั้นต่ำไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทฯ
      ต้องถือหุ้นตามสัดส่วนที่กำหนดในข้อ 2 ในวันที่เสนอชื่อกรรมการ
      องถือหุ้นตามสัดส่วนที่กำหนดในข้อ 2 ในวันที่กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นเพื่อกำหนดสิทธิในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในปีนั้น
      อนึ่ง หากบริษัทฯ ตรวจสอบรายชื่อผู้ถือหุ้นในวันที่กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นเพื่อกำหนดสิทธิในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในปีนั้น (ตามคุณสมบัติของผู้ถือหุ้นตามข้อ 4 แล้วไม่พบชื่อผู้ถือหุ้นตามข้อ 1 ถือหุ้นครบถ้วนตามที่กำหนดในข้อ 2 แต่ชื่อบุคคลที่เสนอของผู้ถือหุ้นตามข้อ 1 ได้ถูกบรรจุในระเบียบวาระการประชุมแล้วนั้นบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่นำเสนอชื่อบุคคลที่เสนอโดยผู้ถือหุ้นท่านนั้นให้ที่ประชุมพิจารณา
      โดยคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนจะเป็นผู้คัดสรรรายชื่อบุคคลที่ผู้ถือหุ้นเสนอว่ามีคุณสมบัติเหมาะสมหรือไม่ ตามหลักเกณฑ์การให้สิทธิผู้ถือหุ้นเสนอชื่อบุคคลเพื่อเข้ารับการพิจารณาเลือกตั้งเป็นกรรมการ ซึ่งได้ประกาศผ่านเว็บไซต์ของบริษัทฯ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562
    7. การดำเนินการประชุมผู้ถือหุ้น
    8. ในวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นบริษัทฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่ลงทะเบียนและจัดเตรียมอากรแสตมป์สำหรับปิดหนังสือมอบฉันทะไว้บริการให้แก่ผู้รับมอบฉันทะที่มาลงทะเบียนเข้าร่วมประชุม เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ถือหุ้นและผู้รับมอบฉันทะที่เข้าร่วมประชุมเป็นการล่วงหน้ากว่า 2 ชั่วโมงก่อนการประชุมและต่อเนื่องจนการประชุมแล้วเสร็จ อีกทั้งยังมีการนำเทคโนโลยีอิเลคทรอนิกส์และบาร์โค้ดมากับใช้กับการจัดประชุมผู้ถือหุ้น (AGM) การลงทะเบียนผู้ถือหุ้น (E-Registration) และโปรแกรมการนับคะแนน และแสดงผล (E-Voting) ซึ่งเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมข้อมูลผู้เข้าร่วมประชุม การลงทะเบียนเข้าร่วมประชุม การจัดพิมพ์บัตรลงคะแนน การประมวลผลการลงคะแนนตามรายวาระ และการรายงานสรุปผลการประชุม เพื่ออำนวยความสะดวกรวดเร็วในการประชุมผู้ถือหุ้น และจัดให้มีการเลี้ยงรับรองสำหรับผู้ถือหุ้นที่มาร่วมประชุม
      บริษัทฯ ส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นใช้บัตรยืนยันการลงคะแนนเสียงสำหรับทุกระเบียบวาระ โดยจัดทำบัตรลงคะแนนแยกแต่ละระเบียบวาระ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถลงคะแนนได้ตามที่เห็นสมควร ซึ่งจะมีการเก็บบัตรลงคะแนนดังกล่าวจากที่ประชุม
      โดยก่อนเริ่มการประชุมประธานที่ประชุมได้มอบหมายให้เลขานุการบริษัทชี้แจงวิธีการออกเสียงลงคะแนน และการนับคะแนนเสียงอย่างชัดเจนของผู้ถือหุ้นที่จะต้องลงมติในแต่ละวาระตามข้อบังคับของบริษัทฯ รวมถึงการกำหนดให้มีการใช้บัตรลงคะแนนเสียงสำหรับทุกวาระ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถลงคะแนนได้ตามที่เห็นสมควร และการใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนในแต่ละวาระอย่างชัดเจน
      คำชี้แจงวิธีการออกเสียงลงคะแนนเสียง และการนับคะแนนเสียง มีดังนี้
      • บริษัทฯ ใช้ระบบ Barcode ซึ่งเป็นระบบช่วยในการนับคะแนนเสียง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุม
      • การออกเสียงลงคะแนนในวาระต่างๆ ผู้ถือหุ้นมีคะแนนเสียงเท่ากับจำนวนหุ้นที่ถือและที่ได้รับมอบฉันทะ โดยให้นับหนึ่งหุ้นเท่ากับหนึ่งเสียง
      • ผู้ถือหุ้น 1 ราย มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในแต่ละวาระว่าเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียงเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น จะแบ่งแยกจำนวนหุ้นเพื่อแยกการลงคะแนนเสียงไม่ได้
      • กรณีที่ผู้รับมอบฉันทะมาประชุมแทน หากผู้มอบฉันทะได้ออกเสียงมาล่วงหน้าแล้ว และเจ้าหน้าที่ได้นับคะแนนตามความประสงค์ของผู้ถือหุ้นไว้ล่วงหน้าแล้ว ดังนั้นผู้รับมอบฉันทะจึงไม่ต้องออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมอีก ถ้าผู้มอบฉันทะไม่ได้ระบุความประสงค์ในการออกเสียงในระเบียบวาระใดหรือระบุไว้ไม่ชัดเจน ก็ให้ผู้รับมอบฉันทะออกเสียงได้ตามที่เห็นสมควร ถ้าวาระใดไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียง ขอให้ยกมือขึ้นเจ้าหน้าที่จะไปรับบัตรลงคะแนนเช่นเดียวกับผู้ถือหุ้นที่มาประชุมด้วยตนเอง
      • การนับผลการลงคะแนนเสียง จะนับคะแนนเสียงของผู้ถือหุ้นในที่ประชุมและของผู้ถือหุ้น ที่มอบฉันทะซึ่งบริษัทฯ บันทึกไว้ล่วงหน้าเมื่อผู้รับมอบฉันทะลงทะเบียนเข้าร่วมประชุม โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
        1) วาระที่ต้องผ่านมติอนุมัติด้วยคะแนนเสียงข้างมากของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและออกเสียงลงคะแนน บริษัทฯ จะคำนวณฐานคะแนนเสียงโดยนับเฉพาะเสียงของผู้ถือหุ้นซึ่งมีสิทธิออกเสียงและออกเสียงเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเท่านั้น ไม่นับคะแนนเสียงของผู้ถือหุ้นที่งดออกเสียง
        กรณีมีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
        2) วาระที่ต้องผ่านมติอนุมัติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียง บริษัทฯ จะคำนวณฐานคะแนนเสียงโดยนับเสียงของผู้ถือหุ้นทั้งหมดที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน ที่ออกเสียง เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และงดออกเสียง
        3) วาระที่ต้องผ่านมติอนุมัติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน บริษัทฯ จะคำนวณฐานคะแนนเสียงโดยนับเสียงของผู้ถือหุ้นทั้งหมดที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนที่ออกเสียงลงคะแนน เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และงดออกเสียง
      • ในกรณีที่ผู้ถือหุ้น เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย หรืองดออกเสียง ขอให้ลงคะแนนในบัตรยืนยันการลงคะแนนพร้อมทั้งลงลายมือชื่อในบัตร เจ้าหน้าที่บริษัทฯ จะบันทึกคะแนนเสียงที่บัตรยืนยันการลงคะแนนพร้อมทั้งเก็บบัตรดังกล่าวเฉพาะกรณีไม่เห็นด้วย และงดออกเสียงเท่านั้น ส่วนบัตรยืนยันการลงคะแนนเสียงเห็นด้วยจะเก็บพร้อมกันทั้งหมดภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม
      • การนับคะแนนบริษัทฯ จะใช้วิธีหักคะแนนเสียงไม่เห็นด้วยและงดออกเสียงออกจากจำนวนเสียงทั้งหมดที่เข้าร่วมประชุมในวาระนั้นๆ และส่วนที่เหลือจะถือว่าเป็นคะแนนเสียงที่เห็นด้วย โดยในการพิจารณาคะแนนเสียงดังกล่าวจะคำนึงถึงการลงคะแนนเสียงที่ผู้ถือหุ้นที่มอบฉันทะแสดงเจตนาไว้ตามหนังสือมอบฉันทะด้วย
      • เนื่องจากการนับคะแนนในแต่ละวาระจะนับจากการออกเสียงลงคะแนนของผู้ถือหุ้นที่เข้าร่วมประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในวาระนั้นๆ จึงอาจมีผู้ถือหุ้นและจำนวนคะแนนเสียงในแต่ละวาระไม่เท่ากัน เนื่องจากอาจมีผู้ถือหุ้นบางรายออกจากห้องประชุมหรือเข้ามาเพิ่มเติม
      • สำหรับรายละเอียดผลการนับคะแนนของแต่ละวาระนั้น ประธานฯ ขอให้ที่ประชุมดำเนินการพิจารณาให้ครบทุกวาระเพื่อให้การประชุมเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และเมื่อเจ้าหน้าที่ได้ตรวจนับคะแนนเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะแจ้งให้ที่ประชุมทราบรายละเอียดผลการนับคะแนนภายหลังจากจบวาระการประชุม
      • ในระหว่างการประชุมผู้ถือหุ้น ประธานที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ หรือซักถามในวาระต่างๆ อย่างอิสระเพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับทราบข้อมูลและรายละเอียดในเรื่องดังกล่าวอย่างเพียงพอ หากผู้ถือหุ้นมีข้อซักถาม หรือ แสดงความคิดเห็นในวาระนั้นๆ สามารถยกมือเพื่อสอบถามได้ก่อนการลงคะแนนช่วงท้ายของแต่ละวาระ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดเตรียมบุคลากรที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ให้คำตอบภายใต้ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท
      สำหรับวาระการเลือกตั้งกรรมการจะลงมติเป็นรายบุคคล เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นมีสิทธิเลือกกรรมการที่ต้องการได้อย่างแท้จริง โดยบริษัทฯ เสนอชื่อกรรมการให้ผู้ถือหุ้นลงคะแนนเป็นรายบุคคล และเพื่อให้การลงคะแนนเสียงในวาระเลือกตั้งกรรมการมีความโปร่งใสในการนับคะแนน จึงกำหนดให้ผู้ถือหุ้นทุกท่าน ทั้งที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และงดออกเสียง ลงคะแนนเสียงในบัตรลงคะแนนเสียง และเจ้าหน้าที่จะเก็บบัตรลงคะแนนเสียง เมื่อลงคะแนนเสียงให้กรรมการครบทุกคนแล้ว โดยกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งแต่ละราย จะต้องได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง
      บริษัทฯ ให้สิทธิผู้ถือหุ้นที่มาร่วมประชุมผู้ถือหุ้นภายหลังเริ่มการประชุมแล้ว มีสิทธิออกเสียงหรือลงคะแนนในระเบียบวาระที่อยู่ระหว่างการพิจารณาและยังไม่ได้ลงมติ และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมซักถามปัญหาและข้อสงสัยต่างๆ หรือเสนอความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ และให้เวลาการอภิปรายอย่างเพียงพอเหมาะสม โดยจะบันทึกประเด็นคำถามคำตอบไว้ในรายงานการประชุม เพื่อให้ผู้ถือหุ้นที่ไม่ได้เข้าประชุมได้รับทราบ ซึ่งประธานที่ประชุมจะดำเนินการประชุมตามวาระการประชุม รวมทั้งไม่เพิ่มวาระการประชุมโดยไม่แจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้า
      ในปี 2562 บริษัทฯ จัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2562 เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 ณ ห้องประชุม Auditorium ชั้น 33 อาคารศุภาลัย แกรนด์ ทาวน์เวอร์ เลขที่ 1011 ถนนพระราม 3 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร ในวันประชุม ประธานกรรมการได้ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เพื่อพบปะ และตอบคำถามเกี่ยวกับการบริหารจัดการบริษัทฯ ต่อผู้ถือหุ้นในที่ประชุม โดยมีประธานคณะอนุกรรมการทุกคณะ คณะกรรมการบริษัท ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริษัท และเลขานุการบริษัท เข้าร่วมประชุมทั้งสิ้น 12 ท่าน โดยเข้าประชุมพร้อมเพรียงกัน ดังนี้

      1. ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานกรรมการบริหาร

      2. นางอัจฉรา ตั้งมติธรรม กรรมการ และรองประธานคณะกรรมการบริษัท

      3. นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการ และกรรมการผู้จัดการ

      4. นายอนันต์ เกตุพิทยา กรรมการอิสระ และประธานคณะกรรมการตรวจสอบ

      5. รศ.ดร.วิรัช อภิเมธีธำรง กรรมการอิสระและประธานคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน

      6. รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ กรรมการอิสระ และประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ

      7. ผศ.อัศวิน พิชญโยธิน กรรมการอิสระ

      8. นายอธิป พีชานนท์ กรรมการ และประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

      9. นายประศาสน์ ตั้งมติธรรม กรรมการ

      10. นายกริช จันทร์เจริญสุข กรรมการ

      11. ดร.สหัส บัณฑิตกุล ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริษัท

      12. นางวารุณี ลภิธนานุวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ (ผู้บริหารสูงสุดด้านบัญชี-การเงิน) และเลขานุการบริษัท

      นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้เชิญผู้สอบบัญชี 2 ท่านจากบริษัท สำนักงาน อี วาย จำกัด นายศุภชัย ปัญญาวัฒโน และนางสาวยุวดี ตันตนะรัตน์ เข้าร่วมประชุม ตั้งแต่เริ่มการประชุม เพื่อรับฟังความคิดเห็น เตรียมตอบข้อซักถามของผู้ถือหุ้นในวันประชุม
      ในการประชุม ประธานที่ประชุมได้ชี้แจงวิธีการออกเสียงลงคะแนน และการนับคะแนนเสียง รวมถึงการกำหนดให้มีการใช้บัตรลงคะแนนเสียงสำหรับทุกวาระก่อนเริ่มประชุม พร้อมทั้งขอความเห็นที่ประชุมในกรณีที่มีผู้เข้าร่วมประชุมภายหลังมีสิทธิเข้าร่วมเป็นองค์ประชุมและมีสิทธิลงคะแนนได้ นับแต่วาระที่ได้เข้าประชุมเป็นต้นไป ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ในการดำเนินการประชุมประธานที่ประชุมได้นำเสนอเรื่องต่อผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณา ตามลำดับวาระการประชุม พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ซักถามในแต่ละวาระ ส่วนเรื่องอื่นที่นอกเหนือจากวาระได้เปิดโอกาสให้ซักถามในช่วงท้าย ซึ่งผู้ถือหุ้นมีสิทธิเท่าเทียมกันและมีเวลาอย่างเพียงพอเหมาะสม
    9. การประชุมผู้ถือหุ้น
    10. ในการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทฯ จะอำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นในทุกๆ ด้าน โดยมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากหรือจำกัดโอกาสการศึกษาสารสนเทศของบริษัทฯ รวมทั้งไม่ดำเนินการใดอันมีลักษณะเป็นการกีดกันหรือสร้างอุปสรรคในการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ถือหุ้น และจะคำนึงถึงความสะดวกของผู้ถือหุ้นที่จะเข้าร่วมประชุม โดยจะไม่จัดประชุมในวันหยุดนักขัตฤกษ์ วันหยุดทำการของธนาคารพาณิชย์ บริษัทฯ กำหนดช่วงเวลาจัดประชุมที่เหมาะสม คือ ระหว่าง 8.30 ถึง 17.00 นาฬิกา และสถานที่จะจัดประชุมที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทฯ ซึ่งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร โดยจะอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ได้แก่ จัดเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับให้ความสะดวกอย่างเพียงพอ จัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร จัดเตรียมอากรแสตมป์สำหรับปิดหนังสือมอบฉันทะ จัดให้มีการเลี้ยงรับรองสำหรับผู้ถือหุ้นที่เข้ามาร่วมประชุม ซึ่งสถานที่ใช้จัดประชุมสามารถอำนวยความสะดวกให้กับผู้สูงอายุและผู้พิการที่ใช้รถเข็น รวมถึงมีการเตรียมระบบรักษาความปลอดภัยและแผนรับมือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินให้กับผู้เข้าร่วมประชุม
      ในปี 2562 บริษัทฯ จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ในวันที่ 23 เมษายน 2562 โดยมีกรรมการเข้าร่วมประชุม 10 ท่าน (กรรมการทั้งหมดมี 10 ท่าน) และมีผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุม 2,709 ราย รวมนับจำนวนหุ้น ได้ทั้งสิ้น 1,536,238,891 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 71.6837 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ (หุ้นสามัญที่เรียกชำระแล้วของบริษัทฯ มีจำนวนทั้งสิ้น 2,143,079,330 หุ้น) ประกอบไปด้วย ผู้ถือหุ้นเข้าร่วมประชุมด้วยตนเองรวม 126 ราย นับจำนวนหุ้นได้ทั้งสิ้น 644,304,952 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 41.9404 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ และโดยการมอบฉันทะรวม 2,583 ราย นับจำนวนหุ้นได้ทั้งสิ้น 891,933,939 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 58.0596 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ครบเป็นองค์ประชุมตามข้อบังคับของบริษัท และตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน คือ มีผู้ถือหุ้นมาประชุมด้วยตนเอง หรือมอบฉันทะให้ผู้อื่นมาร่วมประชุมไม่น้อยกว่า 25 คน และมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด และเพื่อให้การประชุมเป็นไปอย่างโปร่งใส และสอดคล้องกับแนวทางที่ดีในการจัดประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียน ได้จัดให้มีอาสาสมัคร ซึ่งมี จำนวน 1 ท่าน คือ ผศ.ดร.สุกุลรัตน์ คุ้มไพศาลร่วมตรวจสอบการนับคะแนนเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้นที่จุดนับคะแนน และจัดเก็บบัตรยืนยันการลงคะแนนที่พยานการนับคะแนนข้างต้นได้ลงชื่อไว้ เพื่อการตรวจสอบในภายหลัง โดยในแต่ละวาระของการประชุม บริษัทฯ จัดให้มีการลงคะแนนเสียง และบันทึกมติของที่ประชุมไว้อย่างชัดเจนว่า เห็นชอบ ไม่เห็นชอบ หรืองดออกเสียงเป็นจำนวนเท่าใด
    11. การเปิดเผยผลมติที่ประชุม
    12. บริษัทฯ เปิดเผยมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นสามัญ พร้อมผลการลงคะแนนเสียง โดยแจ้งเป็นจดหมายต่อกรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเปิดเผยไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) หลังเสร็จสิ้นการประชุม คือในวันที่ 23 เมษายน 2562 จัดส่งรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งมีการจดบันทึกการประชุม การออกเสียงในแต่ละวาระพร้อมคำถามหรือข้อคิดเห็นที่สำคัญไว้อย่างครบถ้วน ให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใน 14 วัน นับแต่วันประชุมผู้ถือหุ้น คือในวันที่ 30 เมษายน 2562 สำหรับการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น โดยเผยแพร่ข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ รวมทั้งบริษัทฯ ได้บันทึกภาพสดการประชุมเผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) เพื่อให้บริการเผยแพร่แก่ผู้ถือหุ้นที่สนใจ
    13. รายงานการประชุมผู้ถือหุ้น
      เพื่อให้ผู้ถือหุ้นทราบและตรวจสอบรายละเอียดการประชุมผู้ถือหุ้นภายในเวลาอันสมควร และให้การรับข้อมูลระหว่างผู้ถือหุ้นไทย กับผู้ถือหุ้นต่างชาติ เป็นไปอย่างเท่าเทียมกัน บริษัทฯ มีนโยบายเผยแพร่รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นอย่างถูกต้องและครบถ้วนทั้งฉบับภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ซึ่งแต่ละวาระการประชุม ประกอบด้วยข้อมูลที่สำคัญ ได้แก่ การชี้แจงวิธีการออกเสียงลงคะแนน เนื้อหาสาระสำคัญของวาระการประชุม มติที่ประชุม พร้อมผลคะแนนเสียง ทั้งเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และงดออกเสียง คำถาม คำชี้แจง การแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม รวมทั้งรายชื่อกรรมการที่เข้าประชุมพร้อมตำแหน่งซึ่งในปี 2562 เข้าร่วมครบทุกคน บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ ภายใน 14 วัน นับจากวันประชุม เพื่อเป็นช่องทางให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบข้อมูลความถูกต้องได้ พร้อมทั้งนำส่งกระทรวงพาณิชย์ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ในปี 2562 บริษัทฯ เผยแพร่รายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2562
      1. สิทธิในการได้รับเงินปันผล การมีส่วนแบ่งในกำไรของกิจการ
      2. บริษัทฯ มีการจัดสรรกำไรให้กับผู้ถือหุ้นในรูปของเงินปันผล โดยจะแจ้งนโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทฯ อัตราเงินปันผลระหว่างกาลที่เสนอจ่าย พร้อมเหตุผลและข้อมูลประกอบการพิจารณาให้แก่ผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 28 สิงหาคม 2562 โดยกำหนดวันจ่ายเงินปันผลในวันที่ 11 กันยายน 2562 (รายละเอียดโปรดดูหัวข้อ : นโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัทฯ และบริษัทย่อย)
      3. สิทธิในการพิจารณาค่าตอบแทนของกรรมการ
      4. บริษัทฯ มีการกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยหลักเกณฑ์และการนำเสนอและพิจารณาค่าตอบแทนกรรมการต่อผู้ถือหุ้น โดยบริษัทฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน เพื่อทำหน้าที่พิจารณารูปแบบและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนกรรมการแต่ละตำแหน่ง ซึ่งบริษัทฯ ได้กำหนดค่าตอบแทนกรรมการ โดยพิจารณาจากขนาดของธุรกิจ สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ ตลอดจนภาวะทางเศรษฐกิจโดยรวม ผลการดำเนินการที่สะท้อนและเชื่อมโยงกับผลประกอบการ รวมทั้ง พิจารณาเปรียบเทียบกับอัตราค่าตอบแทนของบริษัทฯ ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน ซึ่งอยู่ในระดับที่แข่งขันได้ และมีความสมเหตุสมผล รวมถึงบริษัทฯ ได้นำเสนอค่าตอบแทนกรรมการทุกรูปแบบ ได้แก่ ค่าตอบแทนรายเดือน ค่าบำเหน็จ ค่าเบี้ยประชุม บริษัทฯ ได้นำเสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเป็นประจำทุกปี และบริษัทฯ ไม่มีการจ่ายเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดให้แก่กรรมการ เว้นแต่จะจ่ายเป็นค่าตอบแทนตามสิทธิและผลประโยชน์ตอบแทนโดยปกติวิสัย ในฐานะที่เป็นกรรมการของบริษัทฯ (รายละเอียดโปรดดูหัวข้อ “ค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหาร”) ให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติเป็นประจำทุกปี ซึ่งการจ่ายค่าตอบแทนกรรมการเป็นไปตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน มาตรา 90 กำหนดว่า “การจ่ายค่าตอบแทนกรรมการให้เป็นไปตามมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งประกอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุม
        ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เผยแพร่นโยบายดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) เพื่อให้ผู้ถือหุ้น และประชาชนทั่วไปที่สนใจได้รับทราบ
      5. สิทธิในการได้รับข่าวสาร ข้อมูลของกิจการอย่างเพียงพอ ทันเวลา
      6. บริษัทฯ มีการเปิดเผยข้อมูลข่าวผ่านระบบข่าวของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว ยังได้นำข้อมูลที่สำคัญ รวมทั้งข่าวสารต่างๆ ที่เป็นปัจจุบัน แสดงไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) เป็นการดูแลสิทธิของผู้ถือหุ้นมากกว่าสิทธิตามกฎหมาย
      7. สิทธิในการให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งผู้สอบบัญชี และกำหนดค่าบริการผู้สอบบัญชี
      8. บริษัทฯ มีการกำหนดวาระการแต่งตั้งผู้สอบบัญชี และกำหนดค่าสอบบัญชี เสนอให้ผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อผู้สอบบัญชีที่เสนอเข้ารับการแต่งตั้ง รวมทั้งรายละเอียดเกี่ยวกับบริษัทที่สังกัด ประสบการณ์ความสามารถ ประเด็นเกี่ยวกับความเป็นอิสระและค่าบริการของผู้สอบบัญชี เพื่อแสดงข้อมูลที่เพียงพอให้ ผู้ถือหุ้นสามารถใช้ประกอบการพิจารณาได้
หมวดที่ 2: การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน (Equitable Treatment of Shareholders)
บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้น เพื่อเน้นความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้นทั้งรายใหญ่และรายเล็ก โดยปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน ให้ความสำคัญเรื่องการรักษาสิทธิพื้นฐานของผู้ถือหุ้นและส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นใช้สิทธิตามพื้นฐานกฎหมายที่กำหนด มีการให้ข้อมูลอย่างครบถ้วนเท่าเทียมกัน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นวางใจและมีความมั่นใจในการลงทุน และให้สิทธิประโยชน์และแบ่งปันผลกำไรอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่คำนึงถึงเพศ อายุ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา ความเชื่อ ฐานะทางสังคม ความทุพพลภาพ หรือความคิดเห็นทางการเมือง และแม้ผู้ถือหุ้นจะไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยเหตุไม่สะดวกประการใด ผู้ถือหุ้นย่อมมีสิทธิมอบฉันทะให้บุคคลอื่นเข้าร่วมประชุมแทนได้ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เผยแพร่นโยบายดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) เพื่อให้ผู้ถือหุ้น และประชาชนทั่วไปที่สนใจได้รับทราบ
นอกจากนี้ บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาทุกกระบวนการไปสู่ระดับมาตรฐานสากล จึงยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจ ที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความซื่อสัตย์ โปร่งใส และเป็นธรรม เพื่อให้บริษัทฯ ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิผล บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ บริษัทฯ จึงกำหนดจรรยาบรรณของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานขึ้น เพื่อเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติให้ถูกต้อง พร้อมทั้งมีนโยบายให้ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดในการปฏิบัติงาน เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียต่างๆ ได้แก่ การจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การรักษาข้อมูลที่เป็นความลับ ความรับผิดชอบต่อทรัพย์สินและชื่อเสียงของบริษัทฯ และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย
  1. การจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์
  2. บริษัทฯ ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดโดยทั่วกัน โดยพนักงานทุกคนต้องรายงานสถานการณ์ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เมื่อเริ่มเข้าปฏิบัติงาน, ทบทวนปีละ 1 ครั้ง และทุกครั้งเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ที่ทำให้เชื่อว่าจะทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และในกรณีที่พนักงานสงสัยว่าจะมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือมีบางอย่างที่อาจทำให้ผู้อื่นคิดว่าเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ต้องรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและยื่นรายงานมายังหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโดยทันที ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความขัดแย้งระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวของพนักงาน หรือผู้ใกล้ชิดกับผลประโยชน์โดยรวมของบริษัทฯ โดยกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ต้องหลีกเลี่ยงการมีผลประโยชน์ส่วนตัวใดๆ ที่จะมีผลเสียต่อการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อผลประโยชน์ของบริษัทฯ หรือทำให้ยากต่อการปฏิบัติงานอย่างถูกต้อง เช่น การลงทุน หรือมีส่วนเกี่ยวข้องในโอกาสทางธุรกิจใดๆ ที่บริษัทฯ มีความสนใจ และการรู้ถึงข้อมูลนั้น สืบเนื่องจากการทำงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของพนักงาน หรือการแสวงหาผลประโยชน์ในองค์กรที่ทำธุรกิจ หรือเป็นคู่แข่งกับบริษัทฯ หรือการทำธุรกิจในนามของบริษัทฯ กับผู้ที่เป็นสมาชิกครอบครัวของตน หรือกับองค์กรธุรกิจที่ตนหรือสมาชิกครอบครัวของตนมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่อย่างสำคัญ หรือทำงานเป็นพนักงาน เป็นกรรมการ เป็นหุ้นส่วน หรือเป็นที่ปรึกษาขององค์กรที่ทำธุรกิจ หรือแสวงหาการทำธุรกิจกับบริษัทฯ หรือทำธุรกิจแข่งขันกับบริษัทฯ หรือทำธุรกิจที่ให้บริการกับคู่แข่งขันสำคัญของบริษัทฯ หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับงานที่ทำเอง หรือโดยผู้อื่นว่าจ้าง จนทำให้มีผลเสียไม่ว่ากรณีใดๆ กับการทำงานให้บริษัทฯ รวมถึงมีนโยบายให้กรรมการและผู้บริหารที่มีส่วนได้เสียในวาระใด หรือเข้าข่ายมีผลประโยชน์ที่อาจขัดแย้งกับผลประโยชน์ของบริษัทฯ ฝ่ายเลขานุการบริษัท จะไม่จัดส่งวาระการประชุมนั้น และกรรมการที่มีส่วนได้เสียจะต้องออกจากห้องประชุมเป็นการชั่วคราว และงดออกเสียงในวาระการลงมตินั้นซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่คณะกรรมการบริษัทได้กระทำมาโดยตลอดมิให้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทในวาระนั้นๆ
    ทั้งนี้ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนต้องเปิดเผย เมื่อเกิดสถานการณ์ ที่ทำให้เชื่อว่าจะทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ถ้าพนักงานสงสัยว่าจะมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรือมีบางอย่างที่อาจทำให้ผู้อื่นคิดว่าเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ต้องรายงานให้คณะกรรมการบริษัททราบทันที รวมทั้งต้องเปิดเผยโอกาสทางธุรกิจจากการใช้ทรัพย์สิน หรือข้อมูลของบริษัทฯ ก่อนที่จะใช้โอกาสนั้นเพื่อการใด อันเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง โดยต้องไม่ใช้ทรัพย์สิน หรือข้อมูล หรือตำแหน่งหน้าที่ในบริษัทฯ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว โดยจัดทำแบบสอบถาม เกี่ยวกับ การเปิดเผยความขัดแย้งทางผลประโยชน์ผ่านระบบ Google Form ซึ่งมีแนวปฏิบัติดังนี้
    พนักงานทุกคนต้องรายงานสถานการณ์ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เมื่อเริ่มเข้าปฏิบัติงาน, ทบทวนปีละ 1 ครั้ง และทุกครั้งเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ที่ทำให้เชื่อว่าจะทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
    และในกรณีที่พนักงานสงสัยว่าจะมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือมีบางอย่างที่อาจทำให้ผู้อื่นคิดว่าเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ต้องรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบทันที ซึ่งผู้บังคับบัญชาและพนักงานสามารถร่วมกันพิจารณาว่ามีความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือไม่
    รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเปิดเผยความขัดแย้ง
    โดยบริษัทฯ ไม่มีรายการที่เป็นการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน แก่บริษัทที่ไม่ใช่บริษัทย่อย หรือไม่เคยเกิดกรณีที่กรรมการ หรือผู้บริหารของบริษัทฯ มีการซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลภายใน หรือ ไม่เคยฝ่าฝืน หรือ ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การทำรายการระหว่างกัน และหลักเกณฑ์การซื้อขายสินทรัพย์ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เปิดเผยในจรรยาบรรณ (Code of Conduct) คู่มือกรรมการ คู่มือนโยบายการกำกับดูแลกิจการ และเผยแพร่นโยบายดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) เพื่อให้ผู้ถือหุ้น และประชาชนทั่วไปที่สนใจได้รับทราบ
    ทั้งนี้ ในปี 2562 ได้ดำเนินการให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงานทุกคน จัดทำรายงานความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ซึ่งสรุปผลไม่พบรายการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่มีสาระสำคัญ
  3. การใช้ข้อมูลภายใน
  4. บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการใช้ข้อมูลภายใน โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดโดยทั่วกัน โดยกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ต้องไม่นำข้อมูลภายในของบริษัทฯ หรือคู่ค้าทางธุรกิจ ไปซื้อ หรือขาย หรือเสนอซื้อ หรือเสนอขาย หรือชักชวนให้บุคคลอื่นซื้อ หรือขาย หรือเสนอซื้อ หรือเสนอขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ หรือคู่ค้าทางธุรกิจ เพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือบุคคลอื่น หรือทำธุรกิจที่แข่งขันกับบริษัทฯ หรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง แม้ว่าบริษัทฯ อาจไม่เสียประโยชน์ใดก็ตาม และต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ซึ่งกรรมการ และผู้บริหาร มีหน้าที่
    • รายงานการถือหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ครั้งแรก และรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ ซึ่งนับรวมถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ตลอดจนบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ภายใน 3 วันทำการ นับจากวันที่ซื้อ ขาย โอน หรือรับโอน ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ในช่วง 1 เดือนก่อนที่จะเผยแพร่งบการเงินต่อสาธารณชน
    • รายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และจัดส่งสำเนารายงานดังกล่าวให้แก่บริษัทฯ ในวันเดียวกับวันที่รายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
    • เมื่อได้รับทราบข้อมูลภายในที่เป็นสาระสำคัญที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาหลักทรัพย์ จะต้องระงับการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ในช่วง 1 เดือนก่อนที่งบการเงินหรือข้อมูลภายในนั้นจะเปิดเผยต่อสาธารณชน และห้ามเปิดเผยข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญนั้นต่อบุคคลอื่น
    • รายงานต่อคณะกรรมการบริษัท รับทราบเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นของบริษัทฯ อย่างน้อย 1 วันล่วงหน้าก่อนทำการซื้อขาย
    อนึ่ง ในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนวันปิดงบการเงิน เลขานุการบริษัท จะทำหนังสือแจ้งกรรมการ ผู้บริหาร และหน่วยงานที่รับทราบข้อมูลภายใน ไม่ให้เปิดเผยข้อมูลภายในแก่บุคคลภายนอกหรือบุคคลที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง และห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ในช่วง 1 เดือนก่อนที่งบการเงินจะเผยแพร่ต่อสาธารณชน
    ทั้งนี้ ในปี 2562 ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหาร ได้มีการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด จึงไม่มีกรณีฝ่าฝืน หรือ ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลภายใน และการซื้อขายสินทรัพย์ตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัท และผู้บริหาร มีการรายงานการถือหลักทรัพย์ของบริษัทฯ เมื่อรับตำแหน่งครั้งแรก และรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ ซึ่งนับรวมถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ตลอดจนบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งรายงานการถือครองหลักทรัพย์ต่อคณะกรรมการบริษัทรับทราบทุกไตรมาส
    บริษัทฯ ถือว่าข้อมูลภายใน ข้อมูลทางธุรกิจทั้งหมด เป็นข้อมูลสำคัญในการดำเนินการ บริหารกิจการ อันเป็นข้อมูลลับของบริษัทฯ ที่ยังไม่เปิดเผยสู่สาธารณะ หากเปิดเผยแล้ว ย่อมส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม และบุคลากรของบริษัทฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีผลกระทบต่อมูลค่าหุ้นที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ดังนั้น บุคลากรของบริษัทฯ จึงต้องรักษาข้อมูลภายในไว้เป็นความลับ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตให้เปิดเผย หรือเมื่อกฎหมายบังคับให้เปิดเผย ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เปิดเผยในจรรยาบรรณ (Code of Conduct) คู่มือกรรมการ คู่มือนโยบายการกำกับดูแลกิจการ และเผยแพร่นโยบายดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) เพื่อให้ผู้ถือหุ้น และประชาชนทั่วไปที่สนใจได้รับทราบ (รายละเอียดโปรดดูหัวข้อ : การดูแลด้านการใช้ข้อมูลภายใน)
    จรรยาบรรณของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน นโยบายการกำกับดูแลกิจการ คู่มือจรรยาบรรณ
  5. รายการเกี่ยวโยง
    บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยรายการเกี่ยวโยง โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดโดยทั่วกัน ซึ่งบริษัทฯ ปฏิบัติตามกฎระเบียบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทุกประการ เมื่อมีการทำรายการเกี่ยวโยงกันที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการค้าปกติ ต้องขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาอนุมัติทำรายการ โดยกำหนดขั้นตอนเกี่ยวกับการทำรายการระหว่างกัน หรือรายการเกี่ยวโยงกัน ดังนี้
    1. การพิจารณาการทำรายการเกี่ยวโยง บริษัทฯ จะใช้เกณฑ์เช่นเดียวกับลูกค้าทั่วไป และเป็นไปตามกระบวนการให้สินเชื่อปกติของบริษัทฯ เพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจการ ซึ่งต้องเป็นธรรมและสมเหตุสมผลและก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัทฯ เช่น ในกรณีที่กลุ่มบริษัท มีรายการขอสินเชื่อให้คิดอัตราดอกเบี้ยเช่นเดียวกับที่คิดกับบุคคลภายนอก
    2. การประเมินมูลค่ารายการเกี่ยวกับสินทรัพย์หรือบริการตามมูลค่ารวมของสิ่งตอบแทนที่ชำระให้หรือได้รับชำระ หรือมูลค่าตามบัญชี หรือมูลค่าตามราคาตลาดของสินทรัพย์หรือบริการนั้น แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า
    3. หากมีรายการระหว่างกันของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อยเกิดขึ้นกับบุคคลที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ มีส่วนได้ส่วนเสีย หรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในอนาคต บริษัทฯ จะให้คณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้ให้ความเห็นเกี่ยวกับความจำเป็นและความเหมาะสมของรายการนั้น ในกรณีที่คณะกรรมการตรวจสอบไม่มีความชำนาญในการพิจารณารายการระหว่างกันที่อาจเกิดขึ้น บริษัทฯ จะให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระ หรือผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ เป็นผู้ให้ความเห็นเกี่ยวกับรายการระหว่างกันดังกล่าว เพื่อนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจของคณะกรรมการบริษัท หรือผู้ถือหุ้นตามแต่กรณี
    4. หากบริษัทฯ มีรายการระหว่างกันหรือรายการที่เกี่ยวโยงกันอื่นๆ ที่เข้าข่ายตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าวอย่างเคร่งครัด
    5. บริษัทฯ ต้องเปิดเผยข้อมูลการทำรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรือรายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือรายการระหว่างกัน ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด โดยเปิดเผยไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี และรายงานประจำปี หรือแบบรายงานอื่นใด ตามแต่กรณี และมีการเปิดเผยข้อมูลรายการที่เกี่ยวโยงกันต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลอดจนรายการระหว่างกันไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงินที่ได้รับการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ
    กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ต้องหลีกเลี่ยงการมีผลประโยชน์ส่วนตัวใดๆ ที่จะมีผลเสียต่อการปฏิบัติหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ของบริษัทฯ หรือทำให้ยากต่อการปฏิบัติงานอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ความขัดแย้งทางผลประโยชน์อาจเกิดขึ้นได้ในหลายสถานการณ์ ทั้งนี้ในการปฏิบัติหน้าที่จะต้องยึดถือประโยชน์ของบริษัทฯ ภายใต้ความถูกต้องตามกฎหมายและจริยธรรม ซึ่งบริษัทฯ ได้ทำการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับรายการที่เกี่ยวโยงกันในรายงานประจำปี (แบบ 56-2) และแบบแสดงรายงานข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) อย่างครบถ้วน นอกจากนี้บริษัทฯ ห้ามผู้บริหารและพนักงานประกอบธุรกิจหรือมีส่วนร่วมในธุรกิจที่เป็นการแข่งขันกับธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ไม่ว่ากรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานดังกล่าวจะได้รับผลประโยชน์ทางตรงหรือทางอ้อม โดยได้ระบุไว้ในคู่มือจรรยาบรรณของบริษัทฯ อย่างชัดเจน แต่หากจะมีการทำรายการที่เกี่ยวข้องกันหรือรายการที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ คณะกรรมการบริษัท ได้กำหนดนโยบายในการพิจารณาและอนุมัติรายการจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทก่อนดำเนินการ พร้อมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับชื่อ ความสัมพันธ์ของบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน มูลค่ารายการ เหตุผลและความจำเป็นไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปีและรายงานประจำปี ตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และต้องมีคณะกรรมการตรวจสอบเข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาดูแลให้รายการระหว่างกันเป็นไปอย่างยุติธรรม สมเหตุสมผล และมีนโยบายการกำหนดราคาที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ เป็นหลัก ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เปิดเผยไว้ในคู่มือนโยบายการกำกับดูแลกิจการ และบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) เพื่อให้ผู้ถือหุ้น และประชาชนทั่วไปที่สนใจได้รับทราบ
    โดยในปี 2562 ที่ผ่านมาบริษัทฯ ไม่ได้ทำรายการที่เกี่ยวโยงกันโดยฝ่าฝืน และ/หรือไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งบริษัทฯ ไม่มีโครงสร้างแบบกลุ่มธุรกิจที่มีการทำรายการเกี่ยวโยงกันในลักษณะที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
  6. การเสนอวาระการประชุม การเสนอชื่อบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการ และการตั้งคำถามเกี่ยวกับบริษัทฯ
  7. บริษัทฯ กำหนดหลักเกณฑ์การเสนอวาระการประชุม การเสนอชื่อบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการ และการตั้งคำถามเกี่ยวกับบริษัทฯ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นส่วนน้อย (หลักเกณฑ์มีการเปิดเผยไว้บนเว็บไซต์บริษัทฯ(www.supalai.com) ในส่วนของนักลงทุนสัมพันธ์ ภายใต้หัวข้อ “การประชุมผู้ถือหุ้น”) มีส่วนร่วมในการกำกับดูแลบริษัทฯ และการคัดสรรกรรมการที่มีคุณสมบัติเหมาะสม สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย
    สำหรับการประชุมปี 2562 บริษัทฯ ได้นำหลักเกณฑ์ดังกล่าวเผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) และแจ้งข่าวประกาศในเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2561 ถึง 7 มกราคม 2562 เพื่อให้ผู้ถือหุ้นเสนอชื่อบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นกรรมการ เสนอวาระการประชุม และการตั้งคำถามเกี่ยวกับบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้ถือหุ้นเสนอวาระการประชุม ไม่มีการเสนอชื่อบุคคลสมัครเป็นกรรมการ และไม่มีคำถามเกี่ยวกับบริษัทฯ ในระยะเวลาดังกล่าว
  8. การใช้สิทธิออกเสียง
  9. บริษัทฯ ให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกันในการออกเสียงลงคะแนนในแบบหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียงประเภทหุ้นสามัญ ซึ่งเป็นหุ้นประเภทเดียวที่บริษัทฯ ออกให้ผู้ถือหุ้น โดยกำหนดให้นับหุ้นหนึ่งหุ้นเป็นหนึ่งเสียง และให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น
  10. การมอบฉันทะ
  11. บริษัทฯ ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ถือหุ้นรับทราบ ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สะดวกเข้าร่วมประชุมได้ด้วยตนเอง โดยผู้ถือหุ้นสามารถมอบฉันทะให้ผู้อื่น หรือกรรมการอิสระรายใดรายหนึ่งตามที่บริษัทฯ ได้เสนอชื่อไว้ โดยบริษัทฯ จะให้สิทธิและปฏิบัติต่อผู้รับมอบฉันทะเสมือนเป็นผู้ถือหุ้นท่านหนึ่ง ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้อำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเองได้ โดยจัดส่งแบบหนังสือมอบฉันทะ ตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ได้กำหนดไว้ ซึ่งเป็นแบบที่กำหนดรายการต่างๆ ที่ละเอียดและชัดเจนแนบไปพร้อมกับหนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ล่วงหน้าก่อนวันประชุม ไม่น้อยกว่า 21 วัน และเพื่อความถูกต้องและไม่เกิดปัญหาในการเข้าร่วมประชุมของผู้รับมอบฉันทะ บริษัทฯ ได้แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการประชุม กำหนดการประชุม วาระการประชุม รวมถึงขั้นตอน เอกสาร และหลักฐาน ที่ต้องใช้ในการมอบฉันทะ แสดงไว้ในหนังสือเชิญประชุม และเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) ในส่วนของนักลงทุนสัมพันธ์ ภายใต้หัวข้อ “การประชุมผู้ถือหุ้น” ก่อนวันประชุมมากกว่า 30 วัน โดยผู้ถือหุ้นสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ ทั้งทางโทรศัพท์ และทางอีเมล มายังหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ (รายละเอียดโปรดดูหัวข้อ “นักลงทุนสัมพันธ์”)
  12. การอำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้นในการประชุมผู้ถือหุ้น
  13. การอำนวยความสะดวกให้กับผู้ถือหุ้นที่เป็นชาวต่างชาติ บริษัทฯ ได้จัดทำเอกสารต่างๆ เป็น 2 ภาษา คือ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สำหรับผู้ถือหุ้นชาวไทยและชาวต่างชาติ อาทิ หนังสือเชิญประชุมผู้ถือหุ้น หนังสือมอบฉันทะ รายงานการประชุมผู้ถือหุ้น รายงานประจำปี เป็นต้น และจัดทำเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) เป็น 2 ภาษา เพื่อให้บริการเผยแพร่แก่ผู้ถือหุ้นที่สนใจ
    บริษัทฯ จัดส่งหนังสือเชิญประชุม พร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาในวาระต่างๆ แก่ผู้ถือหุ้นล่วงหน้าก่อนวันประชุม ไม่น้อยกว่า 21 วัน และนำรายละเอียดเกี่ยวกับการประชุม กำหนดการประชุม วาระการประชุม เผยแพร่บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) ล่วงหน้ามากกว่า 30 วันก่อนวันประชุม
    ทั้งนี้ บริษัทฯ มิได้กำหนดเงื่อนไขหรือกฎเกณฑ์ที่ต้องให้มีการรับรองเอกสารโดยหน่วยงานราชการ หรือกฎเกณฑ์อื่นที่ก่อให้เกิดความยุ่งยากแก่ผู้ถือหุ้นในการมอบฉันทะ ตลอดจนบริษัทฯ ได้อำนวยความสะดวกจัดบริการปิดอากรแสตมป์ในหนังสือมอบฉันทะให้แก่ผู้รับมอบฉันทะที่เข้าร่วมประชุม และจัดเจ้าหน้าที่ให้บริการถ่ายเอกสารที่ต้องใช้แนบ และตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร โดยไม่คิดค่าบริการ ณ จุดลงทะเบียน เพื่อลดภาระการจัดหาอากรแสตมป์ และการถ่ายสำเนาเอกสารของผู้ถือหุ้น มีการเปิดรับลงทะเบียนก่อนเวลาประชุมไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง และมีการนำเทคโนโลยีมาใช้กับการประชุมผู้ถือหุ้น ด้วยการใช้ระบบ Barcode ในการลงคะแนนเสียง เพื่อความรวดเร็ว รวมทั้งการจัดให้มีการเลี้ยงรับรองสำหรับผู้ถือหุ้นที่มาร่วมประชุม
หมวดที่ 3: บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย (Roles of Stakeholders)
บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า ผู้ถือหุ้น/นักลงทุน ชุมชนและสังคม สิ่งแวดล้อม คู่ค้า/ร้านค้า ผู้รับเหมา หน่วยงานราชการ ตลาดหลักทรัพย์ ธนาคาร และคู่แข่ง โดยบริษัทฯ ได้กำหนดจรรยาบรรณของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน (Code of Conduct) เพื่อเป็นกรอบความประพฤติด้านจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจ โดยคำนึงถึงหลักความเป็นธรรม หลักสิทธิมนุษยชน หลักการเคารพกฎหมาย การเคารพทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันเป็นสำคัญ และในปี 2562 บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และทบทวนนโยบายต่างๆ โดยคำนึงถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียดังกล่าวตามกฎหมายหรือตามข้อตกลงที่มีกับบริษัทฯ ซึ่งกำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดโดยทั่วกัน และเผยแพร่นโยบายต่างๆ ไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ(www.supalai.com) เพื่อให้ผู้ถือหุ้น และประชาชนทั่วไปที่สนใจได้รับทราบ นอกจากนี้ ยังจัดให้มีช่องทางให้ผู้มีส่วนได้เสียมีโอกาสแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทฯ หรือร้องเรียนในกรณีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการกระทำของบริษัทฯ โดยผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) เช่นกัน
การระบุกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ ได้คำนึงถึงกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ ตามความเป็นจริง ได้แก่ กิจกรรมขององค์กร ผลิตภัณฑ์ บริการและความเกี่ยวโยงในห่วงโซ่คุณค่าที่ก่อให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม กับผู้มีส่วนได้เสียที่มิใช่มีความเกี่ยวข้องเฉพาะกับบริษัทฯ เท่านั้น แต่รวมถึง บริษัทย่อย หุ้นส่วน ซึ่งมีความเกี่ยวโยงกัน โดยปราศจากอิทธิพลหรือความโน้มเอียงในการนำเสนอข้อมูลเฉพาะกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่เป็นมิตรหรือเห็นด้วยกับบริษัทฯ เท่านั้น
หลักสิทธิมนุษยชน
บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยหลักสิทธิมนุษยชน โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วมต้องเคารพกฎหมาย ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมที่แตกต่างแต่ละประเทศที่บริษัทฯ เข้าไปลงทุน โดยปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดโดยทั่วกัน บริษัทฯ ยึดถือหลักสิทธิมนุษยชนเป็นหลักปฏิบัติร่วมกัน โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล ไม่กระทำการใดๆ และไม่ส่งเสริมให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงบริษัทฯ ได้ให้ความรู้ความเข้าใจในหลักสิทธิมนุษยชนแก่พนักงาน เพื่อนำไปปฏิบัติเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินงาน และไม่สนับสนุนกิจการที่ละเมิดหลักสิทธิมนุษยชน และพนักงานทุกคนจะไม่กระทำการใดๆ ที่มีลักษณะเป็นการคุกคามทางเพศ ไม่ว่าต่อพนักงานของบริษัทฯ หรือบุคคลภายนอกที่เข้ามาติดต่อธุรกิจ ทั้งนี้ รวมถึงการล่วงละเมิดทางเพศ การเกี้ยวพาราสี การลวนลาม การอนาจาร และการมีไว้ซึ่งภาพลามก อนาจาร ทั้งวาจา และการสัมผัส
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ให้ความสำคัญในเรื่องสิทธิมนุษยชนครอบคลุมไปยังผู้รับจ้าง ผู้ผลิต ผู้จัดหาสินค้า และวัตถุดิบ และบริการของบริษัทฯ ตามนโยบายในการดำเนินธุรกิจของผู้ผลิต / จัดหาสินค้า วัตถุดิบ และบริการ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการดำเนินกิจการอย่างเป็นธรรม ภายใต้หลักสิทธิมนุษยชน
ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียด การเคารพสิทธิมนุษยชนเพิ่มเติมได้ในรายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืนปี 2562 (Sustainability Development Report 2019)
หลักการเคารพกฎหมาย
บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของกฎหมาย และการนำกฎหมายไปปฏิบัติงานควบคู่กับคุณธรรม จริยธรรม และความซื่อสัตย์สุจริต ทั้งต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในและภายนอกองค์กร จะเล็งเห็นได้จากการที่บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายคุณภาพ ที่เน้นพัฒนาคุณภาพให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในระบบของการวางผัง ออกแบบ ก่อสร้าง ขาย และบริหารชุมชน ให้ตรงตามข้อกำหนดของกฎหมาย มาตรฐานทางวิชาชีพ และข้อตกลงที่เป็นเอกสารกับลูกค้า และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสีย นโยบายคุณภาพดังกล่าวถือเป็นการสร้างวัฒนธรรมในองค์กร สร้างทัศนคติให้แก่พนักงาน ผู้บริหาร ให้เคารพในกฎหมาย บริษัทฯ มีนโยบายในการกำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งให้ฝ่ายนิติกรรมมีหน้าที่รวบรวมและควบคุมทะเบียนบัญชีรายชื่อกฎหมายของทั้งบริษัทฯ ให้เป็นปัจจุบัน โดยติดตามความคืบหน้า การพิจารณา และการยกร่างกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ รวมถึงการปรับปรุง แก้ไข เปลี่ยนแปลง ยืนยันความเป็นปัจจุบันของบัญชีรายชื่อกฎหมาย พร้อมทั้งยืนยันการปฏิบัติตามกฎหมายกับทุกหน่วยงาน ปีละ 1 ครั้ง (ภายในเดือนมิถุนายนของทุกปี) โดยทั่วไป ฝ่ายนิติกรรมจะมีการรายงานผลต่อประธานกรรมการบริหาร และ/หรือ คณะกรรมการบริษัทแล้วแต่กรณี จากนั้นแจ้งไปยังคณะกรรมการจัดการ คณะกรรมการตรวจสอบ และผู้บังคับบัญชาทุกหน่วยงาน พร้อมกันนี้ประธานกรรมการบริหารยังกำหนดให้หน่วยงานตรวจสอบภายใน มีหน้าที่ติดตามผลด้วย
นอกจากนี้บริษัทฯ ยังมีการอบรมให้ความรู้กับพนักงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกครั้ง เมื่อมีการประกาศใช้กฎหมายใหม่ หรือมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกกฎหมาย หรือข้อบังคับต่างๆ รวมถึงการให้ความรู้กับพนักงานใหม่ เช่น การอบรมสัมมนาต่างๆ ของฝ่ายนิติกรรม การเสนอความเห็นการปรับปรุงกฏระเบียบต่างๆ ที่เหมาะสมกับเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมในแต่และช่วงเวลาผ่านองค์กรรัฐฯ และองค์กรอิสระ เช่น สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นต้น
ตลอดระยะเวลา ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ จึงเป็นที่ประจักษ์ได้ว่า บริษัทฯ มิได้มุ่งเน้นแต่ผลประโยชน์สูงสุดขององค์กรเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่บริษัทฯ ยังมีการบริหารจัดการที่ยึดหลักนิติธรรม ซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และตรวจสอบได้ รวมถึงให้ความสำคัญและแสดงความรับผิดชอบต่อผู้เกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า คู่ค้า คู่แข่งขัน สังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยยึดหลักการประนีประนอม และหลักรัฐศาสตร์ควบคู่ไปกับกฎหมาย
การเคารพทรัพย์สินทางปัญญา
บริษัทฯ ยึดถือการเคารพทรัพย์สินทางปัญญา โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเคร่งครัดโดยทั่วกัน ผลิตภัณฑ์ หรือกระบวนการขั้นตอนปฏิบัติ การค้นพบและพัฒนา การปรับปรุง หรือการประดิษฐ์คิดค้นที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์กระบวนการ ขั้นตอนปฏิบัติ หรือสิ่งของที่ทำขึ้น ใช้ ขาย หรือพัฒนาโดยพนักงานซึ่งเกี่ยวข้องกับงานของบริษัทฯ หรือแตกแขนงออกไปจากงานของบริษัทฯ ให้ถือว่าผลิตภัณฑ์ หรือกระบวนการขั้นตอนปฏิบัตินั้น ตกเป็นทรัพย์สินของบริษัทฯ และพนักงานทุกคน มีหน้าที่รักษาความลับทางการค้า อันได้แก่ ข้อมูลทางธุรกิจ และข้อมูลทางเทคนิคทั้งหมดของบริษัทฯ ซึ่งพนักงานต้องปกป้องรักษาข้อมูลที่เป็นความลับของบริษัทฯ หรือคู่ค้าทางธุรกิจของบริษัทฯ โดยภาระหน้าที่ในการป้องกันรักษาข้อมูลนี้จะต่อเนื่องไปแม้ว่าพนักงานผู้นั้นได้ออกจากบริษัทฯ ไปแล้วก็ตาม
การเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตจนทำให้บริษัทฯ เกิดความเสียหาย พนักงานต้องรับผิดทางกฎหมาย พนักงานทุกคนต้องใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีลิขสิทธิ์ตามที่บริษัทฯ จัดหาให้โดยห้ามติดตั้งและใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีลิขสิทธิ์ไม่ถูกต้องในบริษัทฯ ไม่เรียกร้อง รับเอา หรือใช้ข้อมูลทางธุรกิจ ซึ่งได้มาโดยวิธีการที่มิชอบด้วยกฎหมายหรือผิดศีลธรรม รวมถึงการไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร และเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น
ความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย
การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสียและวางกลยุทธ์การดำเนินงาน
บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการดูแลและคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ทั้งภายในและภายนอกบริษัทฯ รวมถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยแบ่งกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย ออกเป็น 11 กลุ่ม ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า ผู้ถือหุ้น/นักลงทุน ชุมชนและสังคม สิ่งแวดล้อม คู่ค้า/ร้านค้า ผู้รับเหมา หน่วยงานราชการ ตลาดหลักทรัพย์ ธนาคาร และคู่แข่ง ซึ่งบริษัทฯ ใช้เกณฑ์ความเกี่ยวข้องกับองค์กรในการพิจารณา
เกณฑ์ที่ใช้ในการระบุกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย
บริษัทฯ ได้จำแนกผู้มีส่วนได้เสีย ออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้
  • ผู้มีส่วนได้เสียหลัก (Primary Stakeholders) เป็นกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยตรง เป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์หรือผลกระทบทางตรงจากการประกอบธุรกิจ ได้แก่ พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า/ร้านค้า ผู้ถือหุ้น/นักลงทุน ชุมชนและสังคม สิ่งแวดล้อม ผู้รับเหมา ธนาคาร คู่แข่ง
  • ผู้มีส่วนได้เสียรอง (Secondary Stakeholders) เป็นกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจโดยอ้อม เป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์หรือผลกระทบทางอ้อมจากการประกอบธุรกิจ ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์ฯ และหน่วยงานราชการ
จากความหลากหลายของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย บริษัทฯ จึงจัดให้มีเครื่องมือ และช่องทางต่างๆ ในการค้นหาความต้องการ และความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียแต่ละกลุ่ม อีกทั้ง เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ผู้มีส่วนได้เสียต้องการให้บริษัทฯ นำไปพัฒนา อาทิ
  • การสำรวจความคิดเห็นของลูกค้าภายหลังการโอนกรรมสิทธิ์
  • การแสดงความเห็นผ่านกล่องความคิดเห็น ทั้งจากลูกค้า คู่ค้า และพนักงาน
  • การแสดงความเห็นในการประชุมผู้ถือหุ้น โดยผู้ถือหุ้นสามารถสอบถามข้อมูล ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะ ในเรื่องผลิตภัณฑ์ การบริการ และการดำเนินงานในแง่มุมด้านต่างๆ ของบริษัทฯ
  • การเยี่ยมเยือนพนักงานทั้งในสำนักงานใหญ่และโครงการ โดยผู้บริหารระดับสูงและฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ เพื่อดูแลความเป็นอยู่ในการใช้ชีวิตประจำวัน และการปฏิบัติงาน
จากเครื่องมือและช่องทางต่างๆ เหล่านี้ ได้นำมาใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงการดำเนินงาน และตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืนบนพื้นฐานของการมีส่วนร่วมและหลักธรรมาภิบาล ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียด การตอบสนองความต้องการ ความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย และช่องทางการสื่อสารไปยังผู้มีส่วนได้เสีย ได้ในรายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน ปี 2562 (Sustainability Development Report 2019)
การวิเคราะห์แนวโน้มและการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม
บริษัทฯ มีการนำข้อมูลการวิเคราะห์แนวโน้มและการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม นำมาใช้ในการพิจารณาเรื่องสำคัญต่อการดำเนินการของบริษัทฯ ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสีย อีกทั้ง การนำข้อมูลการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ทั้งที่เกิดจากปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ระดับความรุนแรงของผลกระทบ มาใช้ในการพิจารณาเรื่องสำคัญต่อการดำเนินการของบริษัทฯ ซึ่งได้เปิดเผยไว้ในรายงานประจำปี 2562 ภายใต้หัวข้อสภาวะเศรษฐกิจโดยทั่วไป ความรับผิดชอบต่อสังคม การพัฒนาบุคลากร และการดูแลชุมชน
การดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นผลมาจากการวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้เสีย โดยใช้หลักเกณฑ์ซึ่งเป็นบรรทัดฐานในอุตสาหกรรม ซึ่งล้วนแต่มีนัยสำคัญต่อองค์กรในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยสอดคล้องกับความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย
ระดับของการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ เริ่มตั้งแต่การปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง การดูแลผลกระทบจากการดำเนินงานไม่ให้เกิดปัญหากับชุมชน พื้นที่ข้างเคียง หรือสังคมในส่วนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจ การเปิดโอกาสให้ชุมชนและสังคมได้มีส่วนร่วมในการดำเนินงาน การสร้างให้เกิดคุณค่าร่วมระหว่างกิจการและสังคม ตลอดจนการวางแนวทางและการดำเนินงานเพื่อมุ่งสู่ความยั่งยืน จึงเป็นไปตามแผนพัฒนาความยั่งยืนในระดับการพัฒนาธุรกิจไปสู่ Creating Shared Value
แนวทางการบริหารจัดการ
องค์ประกอบของแนวทางการบริหารจัดการ มีดังนี้
  • วิสัยทัศน์ โดยบริษัทฯ กำหนดวิสัยทัศน์ คือ ผู้นำด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน โดยมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเกิดจากการตระหนักถึงความใส่ใจของการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กร
  • วัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ โดยบริษัทฯ กำหนดเป็นปรัชญาการบริหารว่า เพื่อพัฒนาสังคมคุณภาพของ “ชาวศุภาลัย” บริษัทฯ จึงตั้งมั่นในการสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ พัฒนาผลิตภัณฑ์ตลอดเวลา พัฒนาสังคมให้มีความปลอดภัยอบอุ่น พัฒนาการบริการที่ดี ด้วยความเป็นมืออาชีพ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า โดยยึดมั่นในปรัชญาการบริหารงาน
  • ตัวชี้วัดผลการดำเนินงานหลัก โดยจัดให้มีเกณฑ์ที่บ่งบอกถึงสิ่งซึ่งส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงาน ซึ่งบริษัทฯ มีการกำหนดตัวชี้วัดที่สมเหตุสมผล สามารถให้ข้อมูลที่ชัดเจน ไม่ซับซ้อน วัดผลได้จริงและเหมาะสมกับองค์กร
  • การพิจารณากิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับผู้มีส่วนได้เสีย โดยบริษัทฯ มีการทบทวนกิจกรรมที่ดำเนินการว่ามีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และตัวชี้วัดผลการดำเนินงานตามลักษณะของธุรกิจ ขนาดของธุรกิจและความพร้อมขององค์กร
  • การตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมและวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ โดยการกำหนดกิจกรรมที่ดำเนินการให้สามารถตอบสนองต่อวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ เพื่อให้ได้มาซึ่งประสิทธิภาพในการดำเนินกิจกรรมด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
  • การลงมือปฏิบัติ โดยเป็นกิจกรรมที่เป็นงานในกระบวนการธุรกิจ (CSR-in-process) และกิจกรรมที่อยู่นอกกระบวนการธุรกิจ (CSR-after-process) ซึ่งบริษัทฯ มีการจัดสรรงบประมาณในการดำเนินการ การขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการมีส่วนร่วมของพนักงานและผู้มีส่วนได้เสีย
โดยบริษัทฯ มีการกำหนดขอบเขตและรูปแบบของการดำเนินการในแต่ละประเด็นของแต่ละกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งบริษัทฯ ได้มีการปฏิบัติดังต่อไปนี้
ก) พนักงาน
พนักงานถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าสูงสุด ทางคณะกรรมการบริษัท จึงได้กำหนดนโยบายการปฏิบัติต่อพนักงานไว้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม เกี่ยวกับการดูแลเรื่องค่าตอบแทนและสวัสดิการของพนักงาน ซึ่งบริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการปฏิบัติต่อพนักงาน นโยบายว่าด้วยค่าตอบแทนและสวัสดิการ และนโยบายว่าด้วยการพัฒนาพนักงาน ซึ่งบริษัทฯ ตระหนักเสมอว่าพนักงานทุกคน ทุกระดับ เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของบริษัทฯ ซึ่งเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จของการบรรลุเป้าหมายของบริษัทฯ จึงให้การดูแลและปฏิบัติที่เป็นธรรมทั้งในด้านโอกาส ผลตอบแทน การแต่งตั้ง การโยกย้าย การฝึกอบรม ตลอดจนส่งเสริมให้พนักงานได้แสดงศักยภาพของตน เพื่อเป็นส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับพนักงานทุกคนไม่ว่าจะทำงานอยู่ในส่วนใด ฝ่ายใด โดยปราศจากการเลือกปฏิบัติ และมุ่งเน้นการสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี ปลอดภัย การจ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสมตามผลสำเร็จของงาน (Pay of Performance) ซึ่งบริษัทฯ พิจารณาค่าตอบแทนให้ทัดเทียมกลุ่มธุรกิจประเภทเดียวกัน และผลการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยระยะสั้นขึ้นอยู่กับความสามารถในการทำกำไรในแต่ละปี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณากลั่นกรองของคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน และการพิจารณาเห็นชอบของคณะกรรมการบริษัท รวมทั้ง จัดให้มีสวัสดิการที่ดีหลากหลายรูปแบบให้กับพนักงาน จัดหานวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่มาสนับสนุนการทำงานเพื่อตอบแทนพนักงานทุกคน ที่ดำเนินงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ ด้านการพัฒนาบุคลากร บริษัทฯ ตระหนักเสมอว่า พนักงานเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าขององค์กร จึงมุ่งที่จะพัฒนาความรู้ ความสามารถให้กับพนักงานทุกคน เพื่อให้สามารถเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับองค์กรได้ ทั้งนี้ บริษัทฯ เผยแพร่นโยบายต่างๆ ให้พนักงานทุกคนรับทราบบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) รวมถึงการปฐมนิเทศพนักงานใหม่ทุกครั้ง
บริษัทฯ เห็นความสำคัญของพนักงาน มีความเอาใจใส่และปฏิบัติต่อพนักงานทุกคน ทุกระดับอย่างเป็นธรรม ทั้งในด้านผลตอบแทนและสวัสดิการตามที่กฎหมายแรงงานกำหนด และยึดหลักเมตตาธรรมในการที่จะดูแลพนักงานและครอบครัวในยามฉุกเฉินและจำเป็น อีกทั้งยังให้โอกาสพนักงานที่จะเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานไปพร้อมกับการเจริญเติบโตของบริษัทฯ โดยให้ความสำคัญต่อการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากร เนื่องจาก เล็งเห็นว่า“บุคลากร” เป็นทรัพยากรที่สำคัญซึ่งเป็นทรัพย์สินที่มีค่า (Human Capital) และเป็นแรงผลักดันให้การดำเนินธุรกิจบรรลุเป้าหมายที่จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ จัดให้มีการสำรวจความคิดเห็นของพนักงานที่มีต่อบริษัทฯ (Opinion Survey) เป็นประจำทุกปี ด้วยสโลแกน “ทุกความเห็นอันมีค่าของท่าน คือ ทุกการเติบโตและก้าวไปพร้อมกับบริษัท” ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดข้อมูลพนักงานเพิ่มเติมได้ในรายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน ปี 2562 (Sustainability Development Report 2019)
รวมทั้งให้การส่งเสริมพัฒนาความรู้ พัฒนาความก้าวหน้าในอาชีพ และสนับสนุนบุคลากรให้มีศักยภาพและความสามารถของบุคลากรให้สูงขึ้นสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน โดยมีแผนการพัฒนาพนักงาน (Employee Development Plan : EDP) ที่ดำเนินไปในทิศทางที่สอดคล้องและเชื่อมโยงกับกลยุทธ์ทางธุรกิจ ซึ่งบริษัทฯ ถือเป็นนโยบายสำคัญและได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นที่จะสนับสนุนให้บุคลากรได้มีโอกาสเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รวมทั้งฝึกฝนทักษะที่จำเป็นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงาน และสนับสนุนบุคลากรทุกระดับ ให้ได้รับความรู้ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน และได้นำระบบ Competency มาใช้ในการพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงาน รวมถึงเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ บุคลิกภาพ และทัศนคติที่พึงปรารถนาของพนักงานให้มีความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ ซึ่งบริษัทฯ ทำการสื่อสารให้พนักงานทุกระดับทุกคนในองค์กรได้มีวิธีการคิดและทัศนคติที่ถูกต้องเหมาะสม และมีความเข้าใจในหลักการและปรัชญาต่อความสามารถหลักขององค์กร (Core Competency) โดยได้จัดทำโครงการพัฒนาประสิทธิภาพและเพิ่มพลังการทำงานยุคใหม่ตามความสามารถหลักองค์กรด้วยการจัดกิจกรรมเรียนรู้และพัฒนาทีมงาน (Team Learning & Development) เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมใหม่ๆ ในการทำงาน
ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดข้อมูลการฝึกอบรมพนักงานเพิ่มเติมได้ในรายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืนปี 2562 (Sustainability Development Report 2019)
ข) ลูกค้า
บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการปฏิบัติต่อลูกค้า โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดโดยทั่วกัน เพื่อมุ่งเน้นในการสร้างความพึงพอใจ ความมั่นใจให้กับลูกค้า และยึดมั่นในการปฏิบัติต่อลูกค้าด้วยความยุติธรรม ซื่อสัตย์ และมีคุณธรรม โดยบริษัทฯ พึงปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม ตั้งอยู่บนพื้นฐานของการได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมของทั้งสองฝ่าย และส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพในราคาที่เป็นธรรม อีกทั้งมุ่งมั่นในการจัดหา พัฒนา ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ และบริการที่ดี เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า มีการศึกษา ประเมิน และปรับปรุงผลกระทบของสินค้าที่อาจจะเกิดขึ้นกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ ตลอดจนควบคุมดูแลสินค้าให้มีคุณภาพ ตรงตามมาตรฐาน ข้อกำหนด กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น นโยบายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมจัดให้มีช่องทาง Customer Portal โดยลูกค้าสามารถตรวจสอบข้อมูลบ้านและห้องชุด ติดตามสถานะงานซ่อม การจ่ายชำระเงิน เป็นส่วนงานการบริการหลังการขาย ทั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ และมีระบบบริหารจัดการการรับเรื่องร้องเรียนจากลูกค้าผ่านช่องทาง 1720 ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เผยแพร่นโยบายดังกล่าวแก่ลูกค้า ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com)
จากการที่บริษัทฯ มุ่งเน้นในการสร้างความพึงพอใจ และความมั่นใจให้กับลูกค้า จึงมีการนำระบบการบริหารงานคุณภาพ ISO 9001 : 2015 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่มุ่งเน้นในการให้บริหารให้ได้คุณภาพ และคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ บริษัทฯ ให้ความเอาใจใส่ในทุกๆ ขั้นตอนที่ต้องมีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพจนถึงการส่งมอบสินค้าให้ลูกค้า รวมไปถึงการดูแลการให้บริการแก่ลูกค้า และยังเป็นการบริหารงานที่เน้นการป้องกันปัญหา เน้นความพึงพอใจของลูกค้าเป็นเกณฑ์ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดี และเกิดประโยชน์โดยตรงต่อผู้บริโภคที่ซื้อที่อยู่อาศัย และยังเป็นการเสนอทางเลือกเพิ่มขึ้นให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อบ้านที่ผ่านกระบวนการบริหารงานตามมาตรฐาน ISO โดยบริษัทฯ กำหนดนโยบายคุณภาพ ดังนี้ “บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เน้นพัฒนาคุณภาพให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในระบบของการวางผัง ออกแบบ ก่อสร้าง ขาย และบริหารชุมชน ให้ตรงตามข้อกำหนดของกฎหมาย มาตรฐานทางวิชาชีพ และข้อตกลงที่เป็นเอกสารกับลูกค้า และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสีย
ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดการปฏิบัติเพิ่มเติมได้ในรายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืนปี 2562 (Sustainability Development Report 2019)
ค) คู่ค้า
บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการปฏิบัติต่อคู่ค้า ได้แก่ ผู้รับเหมา ร้านค้า และธนาคาร อย่างเป็นธรรมและเสมอภาค ซึ่งกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดโดยทั่วกัน โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ และตั้งอยู่บนพื้นฐานของการได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย หลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ รวมทั้งปฏิบัติตามพันธสัญญา ให้ข้อมูลที่เป็นจริง รายงานที่ถูกต้อง การเจรจาแก้ปัญหาและหาทางออกตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสัมพันธ์ทางธุรกิจ รวมถึงให้การสนับสนุนผู้รับเหมางานก่อสร้างบ้านจัดสรรอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพ
บริษัทฯ ยังได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการปฏิบัติต่อเจ้าหนี้ ซึ่งกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดโดยทั่วกัน โดยยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรม เพื่อสร้างความเชื่อถือให้กับเจ้าหนี้ มุ่งมั่นในการรักษาสัมพันธภาพที่ยั่งยืนกับเจ้าหนี้และให้ความเชื่อถือซึ่งกันและกัน มีปฏิบัติตามสัญญาและเงื่อนไขต่างๆ ที่ตกลงกันไว้อย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัตถุประสงค์ของการใช้เงิน การชำระคืน การดูแลคุณภาพหลักทรัพย์ค้ำประกัน และเรื่องอื่นใดที่ได้ทำข้อตกลงไว้กับเจ้าหนี้ เพื่อบรรลุผลประโยชน์ร่วมกัน ส่วนกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งได้ ต้องรีบแจ้งให้เจ้าหนี้ทราบโดยเร็ว เพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยใช้หลักความสมเหตุสมผล และไม่ดำเนินการที่ทุจริตในการค้ากับเจ้าหนี้ โดยบริษัทฯ ได้มีการปฏิบัติต่อคู่ค้า / เจ้าหนี้ ดังต่อไปนี้
  • บริษัทฯ ปฏิบัติตามสัญญา และเงื่อนไขต่างๆ ที่ตกลงกันไว้อย่างเคร่งครัด ซึ่งในกรณีที่บริษัทฯ ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งได้ บริษัทฯ รีบแจ้งให้เจ้าหนี้รับทราบโดยเร็ว เพื่อร่วมกันพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยใช้หลักความสมเหตุสมผล
  • บริษัทฯ ปฏิบัติตามเงื่อนไขต่างๆ ที่มีต่อเจ้าหนี้อย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัตถุประสงค์ของการใช้เงิน การชำระคืน การดูแลคุณภาพหลักทรัพย์ค้ำประกัน เงื่อนไขทางการค้ำประกัน การบริหารเงินทุน การชำระหนี้ค่าสินค้า และเรื่องอื่นใดที่ได้ทำข้อตกลงไว้กับเจ้าหนี้ เพื่อบรรลุประโยชน์ร่วมกัน
  • บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการจ่ายชำระเงินค่าสินค้า โดยการชำระเงินตรงเวลาตามที่ตกลงกันไว้ อย่างไรก็ตาม ในบางกรณีที่ร้านค้ามีความจำเป็นต้องการรับเงินค่าสินค้าเร็วกว่าที่กำหนดไว้และยินยอมให้ส่วนลด หากบริษัทฯ มีสภาพคล่องอย่างเพียงพอและสามารถช่วยเหลือได้ บริษัทฯ ก็ยินดีให้การช่วยเหลือทันที
  • กำหนดนโยบายให้พนักงานที่ทำงานติดต่อกับคู่ค้า ต้องมีความเที่ยงตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพนักงานต้องไม่รับหรือเรียกร้องเอาผลประโยชน์จากคู่ค้า หรือผู้ที่กำลังจะเป็นคู่ค้า ซึ่งอาจมีผลกับการประเมินหรือพิจารณาการซื้อสินค้าและราคาของคู่ค้าอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งได้ระบุไว้ในจรรยาบรรณของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ที่ทุกคนต้องถือปฏิบัติ โดยก่อนการสั่งซื้อสินค้า เช่น วัสดุก่อสร้างที่ใช้ในการสร้างบ้าน ร้านค้า ซึ่งเป็นคู่ค้าของบริษัทฯ ต้องทำการเสนอราคาสินค้ามาก่อน เพื่อที่บริษัทฯ จะเปรียบเทียบข้อเสนอและเงื่อนไขที่ดีที่สุด
  • บริษัทฯ มีนโยบายที่จะปฏิบัติต่อผู้รับเหมาเสมือนเป็นเพื่อนร่วมธุรกิจ (Business Partner) โดยการยึดมั่นต่อสัญญาหรือข้อตกลงที่มีร่วมกันภายใต้กฎหมายที่กำหนด เพื่อให้ผลประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจสอดคล้องร่วมกันระหว่างบริษัทฯ และคู่ค้า บริษัทฯ ดำเนินนโยบายคัดเลือกผู้รับเหมา(คู่ค้า) อย่างยุติธรรม และโปร่งใส ปฏิบัติตามเงื่อนไขทางการค้าอย่างเคร่งครัด และพิจารณาถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับผู้รับเหมา เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ อาทิ จัดให้มีช่องทาง Supplier Portal เป็นช่องทางในการสื่อสารระหว่างผู้รับเหมากับบริษัทฯ เพื่อตรวจสอบและส่งมอบคุณภาพบ้านที่มีคุณภาพให้บริษัทฯ และลูกค้า บริษัทฯ ว่าจ้างผู้รับเหมาโดยเหมารวมค่าแรงและวัสดุก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม หากเกิดการขาดแคลนวัสดุ และบริษัทฯ มีศักยภาพในการต่อรองช่วยผู้รับเหมาในการจัดหาวัสดุ เพื่อประโยชน์สูงสุดในการดำเนินธุรกิจร่วมกันระหว่างบริษัทฯ และคู่ค้า นอกจากนี้ บริษัทฯ เปิดโอกาสโดยให้ความสำคัญกับผู้รับเหมาก่อสร้างที่รับงานก่อสร้างกับบริษัทฯ มานาน โดยให้ไปช่วยรับงานก่อสร้างโครงการในต่างจังหวัด เพื่อให้ผู้รับเหมาก่อสร้างมีงานทำอย่างต่อเนื่อง
  • ประสานกับธนาคารในการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อให้แก่ผู้รับเหมา เพื่อเสริมสภาพคล่องและขีดความสามารถในการขยายงาน
  • การสนับสนุนผู้รับเหมางานก่อสร้างให้มีโอกาสที่จะขยับขยายหรือปรับเปลี่ยนที่อยู่อาศัย บริษัทฯ ได้มอบสิทธิพิเศษเป็นส่วนลด สำหรับผู้รับเหมางานก่อสร้างบ้านจัดสรรของบริษัทฯ ที่ซื้อที่อยู่อาศัยของบริษัท ฯ และบริษัทในเครือ
  • เปิดโอกาสให้ผู้รับเหมารายใหม่ได้เข้ามาเป็นเพื่อนร่วมธุรกิจ เพื่อร่วมสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณภาพด้วยกัน
  • ร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิต พัฒนาและทดสอบวัสดุร่วมกัน เพื่อให้แน่ใจว่าวัสดุที่นำมาใช้ในการก่อสร้างทุกชนิดมีคุณสมบัติตรงตามที่ระบุไว้
  • คำนึงถึงความเป็นธรรมกับเจ้าหนี้สถาบันทางการเงิน
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้มีการแจ้งนโยบายดังกล่าวให้แก่คู่ค้าของบริษัทฯ รับทราบ พร้อมทั้งเผยแพร่ไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com)
ง) ผู้ถือหุ้น / นักลงทุน
บริษัทฯ มุ่งเน้นให้ธุรกิจเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน จึงดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส มุ่งให้เกิดการบริการที่ดี สร้างความพึงพอใจต่อลูกค้า ที่จะส่งผลต่อการเพิ่มมูลค่าและผลตอบแทนสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว เน้นความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้นทั้งรายใหญ่และรายเล็ก
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้น เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้นทั้งรายใหญ่และรายเล็ก โดยบริษัทฯ พึงเคารพสิทธิและปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน มีการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และบริหารกิจการของบริษัทฯ ให้มีความเจริญก้าวหน้า มั่นคง เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับผลตอบแทนที่ยั่งยืนจากการทำงานที่มีประสิทธิภาพและผลประกอบการที่ดีของบริษัทฯ รวมถึงมีการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ถือหุ้นอย่างถูกต้อง ครบถ้วน มีมาตรฐานโดยอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย หลักจริยธรรม และแนวทางการกำกับดูแลกิจการที่ดี
จ) ชุมชนสังคมและสิ่งแวดล้อม
บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการปฏิบัติต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดโดยทั่วกัน บริษัทฯ ได้ยึดมั่นและให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนในด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ด้วยการคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง ทั้งในพื้นที่ตั้งโครงการและสังคมโดยรวม เพื่อเป็นการคืนประโยชน์ให้แก่ชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดการปฏิบัติเพิ่มเติมได้ในรายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืนปี 2562 (Sustainability Development Report 2019)
ฉ) สิ่งแวดล้อม
ด้านทรัพยากร บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดโดยทั่วกัน เหตุจากทรัพยากรธรรมชาติในปัจจุบันนับวันยิ่งลดน้อยลง บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นการปลูกฝังจิตสำนึกแก่พนักงานในการใช้ทรัพยากรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ในอันที่จะส่งผลต่อเนื่องในการสร้างนิสัย และนำไปปรับใช้ที่บ้าน รวมทั้งยังคาดหวังผลพลอยได้ซึ่งจะทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพในระดับประเทศ ด้วยความดีนี้ จะส่งผ่านไปสู่เยาวชนรุ่นหลังให้เป็นแบบอย่างสืบไป นำไปสู่การคิดก่อนใช้ และการสร้างนิสัยแห่งความประหยัด รวมถึงการให้ความรู้แก่พนักงาน และประชาชนทั่วไป ด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพและความปลอดภัย เพื่อนำมาปรับใช้ในสถานที่ทำงาน และเผยแพร่ไปยังบุคคลภายนอก เช่น การอบรมเรื่อง “การประหยัดพลังงานของบริษัทฯ” การอบรมเรื่อง “การจัดทำผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน” ซึ่งสามารถย่อยสลายโดยธรรมชาติ และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดผลการปฏิบัติการใช้ทรัพยากรเพิ่มเติมได้ที่ในรายงานการพัฒนาความยั่งยืน ปี 2562 (Sustainability Development Report 2019)
บริษัทฯ และบริษัทย่อย มิได้ถูกตรวจสอบหรืออยู่ระหว่างถูกตรวจสอบโดยหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ ในเรื่องการดำเนินงานของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย ว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมายด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมถึง มิเคยมีส่วนร่วมหรือถูกกล่าวหาว่า มีการดำเนินธุรกิจที่ส่งผลกระทบด้านลบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งกรณีที่ปรากฎเป็นข่าวต่อสาธารณชน หรือเป็นกรณีที่อาจกระทบต่อการประกอบธุรกิจ ชื่อเสียง หรือความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อยอย่างมีนัยสำคัญ
ด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดโดยทั่วกัน จากการเล็งเห็นถึงความสำคัญด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ที่จะส่งผลต่อพนักงานทุกคน รวมทั้งชุมชน และสังคม โดยบริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะปรับปรุงการดำเนินการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยอย่างต่อเนื่อง มีการสนับสนุนและส่งเสริมกิจกรรมด้านความปลอดภัยในการทำงาน รวมถึงมีการติดตามและประเมินผลการดำเนินตามนโยบาย เพื่อให้เกิดการปฏิบัติอย่างจริงจัง และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
บริษัทฯ จัดให้มีคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของบริษัทฯ เป็นไปตามตามประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่องคณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดกิจกรรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเพิ่มเติมได้ที่ในรายงานการพัฒนาความยั่งยืน ปี 2562 (Sustainability Development Report 2019)
รวมทั้ง บริษัทฯ ได้รายงานสถิติการประสบอันตรายไว้ในรายงานผลการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับวิชาชีพ ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่องความปลอดภัยการทำงานของลูกจ้างเป็นประจำทุกไตรมาส ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในรายงานการพัฒนาความยั่งยืน ปี 2562 (Sustainability Development Report 2019)
ช) หน่วยงานราชการ
บริษัทฯ มีการปฏิบัติตามกฎหมาย ดำเนินการตามมาตรฐานสากล และรายงานผลการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายภาษี และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามระเบียบและกฎเกณฑ์ที่ทางภาครัฐกำหนด และให้ความร่วมมือ สนับสนุนนโยบายภาครัฐเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ตลอดจนมุ่งมั่นดำเนินโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายที่ได้รับมอบหมายจากภาครัฐหรือเป็นโครงการที่บริษัทฯ ริเริ่มขึ้นเอง
บริษัทฯ ไม่มีการปฏิบัติใดที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายแรงงาน การจ้างงาน การใช้แรงงานเด็ก ผู้บริโภค การแข่งขันทางการค้า และสิ่งแวดล้อม รวมถึง มิได้ถูกดำเนินการโดยหน่วยงานกำกับดูแลเนื่องจากไม่ได้ประกาศข้อมูลจากเหตุการณ์ที่สำคัญภายในระยะเวลาที่ทางการกำหนด
ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังกำหนดให้มีช่องทางให้ผู้มีส่วนได้เสียสามารถติดต่อสื่อสาร เสนอแนะ ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจ หรือข้อร้องเรียนในกรณีที่เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องต่อคณะกรรมการตรวจสอบ ได้โดยตรง ซึ่งกำหนดช่องทางการรับแจ้งข้อมูลหรือข้อร้องเรียน การคุ้มครองสิทธิของผู้ให้ข้อมูล การรักษาข้อมูลของผู้ร้องเรียนไว้เป็นความลับ โดยจำกัดให้เฉพาะผู้ที่รับผิดชอบที่มีหน้าที่ตรวจสอบประเด็นข้อร้องเรียนเท่านั้นที่จะเข้าถึงข้อมูลได้ และกรรมการอิสระเป็นผู้พิจารณาสั่งการและรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท ซึ่งมีช่องทางต่างๆ ดังนี้ Supalai Smart Center เบอร์โทร 1720 และ 02-725-8899 “You call, We care” หรือเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) หรือกล่องรับความคิดเห็นประจำโครงการ
ซ) คู่แข่ง
บริษัทฯ ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการปฏิบัติต่อคู่แข่ง โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รวมทั้งพนักงานในบริษัทย่อย บริษัทร่วม ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดโดยทั่วกัน โดย
  • ดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบของการแข่งขันเสรี และเป็นธรรม ไม่แสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับของคู่แข่งทางการค้าด้วยวิธีฉ้อฉล ไม่สุจริต หรือไม่เหมาะสม หรือขัดต่อจริยธรรม และข้อกฎหมายใดๆ
  • ปฏิบัติต่อคู่แข่งในการแข่งขันทางการค้าอย่างเป็นธรรม ไม่ทำลายคู่แข่งด้วยกลวิธีต่างๆ เช่น ไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งทางการค้าด้วยการกล่าวหาในทางร้าย ไม่ละเมิดความลับหรือแสวงหาข้อมูลที่เป็นความลับทางการค้าของคู่แข่งด้วยวิธีไม่สุจริต หรือขัดต่อจริยธรรม ไม่ผูกขาดโดยกำหนดให้คู่ค้าขายสินค้าให้เฉพาะบริษัทฯ เท่านั้น โดยตลอดเวลาบริษัทฯ ไม่เคยมีข้อพิพาทใดๆ ในเรื่องที่เกี่ยวกับคู่แข่งทางการค้า
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เผยแพร่นโยบายดังกล่าว ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com)
ฌ) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใส มีธรรมาภิบาลในการประกอบธุรกิจ โดยปฏิบัติตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในรายงานการพัฒนาความยั่งยืน ปี 2562 (Sustainability Development Report 2019)
หมวดที่ 4: การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส (Information Disclosure and Transparency)
บริษัทฯ มีนโยบายการเปิดเผยข้อมูลต่อนักลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน โดยบริษัทฯ มีการเปิดเผยข้อมูลถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา และโปร่งใส ทั้งข้อมูลทางการเงิน ผลการดำเนินงาน ทิศทางการดำเนินธุรกิจในอนาคต และข้อมูลอื่นๆ ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้ถือหุ้น ผู้มีส่วนได้เสียทุกคน สามารถเข้าถึงข้อมูลของบริษัทฯ ได้สะดวก รวดเร็ว และทันการ
4.1 โครงสร้างการถือหุ้น
บริษัทฯ มีการเปิดเผยโครงสร้างผู้ถือหุ้นอย่างชัดเจน และเป็นข้อมูลล่าสุด ทำให้ผู้ใช้ข้อมูล สามารถทราบถึงผู้ถือหุ้นที่แท้จริงของบริษัทฯได้ ทั้งนี้ ได้แสดงรายละเอียดโครงสร้างของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และสัดส่วนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย นอกจากนี้บริษัทฯ ไม่มีนโยบายการถือหุ้นที่กำหนดให้บริษัทฯ กับสองบริษัท หรือมากกว่านั้น ถือหุ้นซึ่งกันและกัน เพื่อประโยชน์การเกาะกลุ่มทางธุรกิจ หรือเพื่อสร้างโครงสร้างของกลุ่มบริษัทฯ (รายละเอียดโปรดดูหัวข้อ “ภาพรวมในการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ บริษัทย่อย” และ “แผนภาพแสดงโครงสร้างการถือหุ้นกลุ่มบริษัทฯ”)
4.2 การเปิดเผยจำนวนครั้งที่กรรมการแต่ละคนเข้าร่วมการประชุมกรรมการ
ในปี 2562 บริษัทฯ จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อยต่างๆ โดยเปิดเผยจำนวนครั้งการจัดประชุม และจำนวนครั้งที่กรรมการแต่ละคนเข้าร่วมการประชุมกรรมการ มีดังนี้

รายนามคณะกรรมการบริษัท

การประชุมคณะกรรมการในปี 2562

คณะกรรมการบริษัท
(รวม 12 ครั้ง)

คณะกรรมการตรวจสอบ
(รวม 12 ครั้ง)

คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
(รวม 1 ครั้ง)

คณะกรรมการดูแลกิการ
(รวม 1 ครั้ง)

คณะกรรมการบริหารเสี่ยง
(รวม 2 ครั้ง)

1.ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม

12/12

-

-

-

-

2.นางอัจฉรา ตั้งมติธรรม

11/12

-

1/1

-

-

3.นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม

12/12

-

-

1/1

2/2

4.นายอนันต์ เกตุพิทยา

12/12

12/12

-

-

2/2

5.รศ.ดร.วิรัช อภิเมธีธำรง

12/12

-

1/1

-

-

6.รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์

12/12

11/12

1/1

1/1

-

7.ผศ.อัศวิน พิชญโยธิน

12/12

11/12

-

-

-

8.นายอธิป พีชานนท์

12/12

-

-

1/1

2/2

9.นายประศาสน์ ตั้งมติธรรม

12/12

-

-

1/1

-

10.นายกริช จันทร์เจริญสุข

12/12

-

-

-

2/2

จำนวนครั้งของการประชุม

12

12

1

1

2

ร้อยละของการประชุม

99.17

94.44

100

100

100

หมายเหตุ

A) คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงที่ได้รับการแต่งตั้งในปี 2562 ได้แก่ 1) นางศิริพร วงศพ่าห์ 2) นายราชัย ปิยวาจานุสรณ์ 3) นายสุรศักดิ์วิบูลย์วิภา 4) นายชัยจักร วทัญญู

4.3 การรายงานการถือหลักทรัพย์ของกรรมการ และผู้บริหาร ทั้งทางตรงและทางอ้อม
บริษัทฯ มีการกำกับดูแลด้านการใช้ข้อมูลภายใน โดยกำหนดให้กรรมการ และผู้บริหาร มีหน้าที่รายงานการถือครองหลักทรัพย์ และรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ ซึ่งนับรวมถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ตลอดจนบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ภายใน 3 วันทำการ นับจากวันที่ซื้อ ขาย โอน หรือรับโอน ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และนำส่งรายงานการซื้อ – ขายหุ้น / ถือครองหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ให้ฝ่ายเลขานุการบริษัทเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ในปี 2562 บริษัทฯ จัดให้มีการรายงานการถือหลักทรัพย์ของกรรมการ และผู้บริหาร ทั้งทางตรงและทางอ้อม การเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ของกรรมการและผู้บริหารระดับสูง 4 ลำดับแรกต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทรับทราบ จำนวน 4 ครั้ง คือ เดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคม
การรายงานการถือหลักทรัพย์ของกรรมการและผู้บริหาร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562

ชื่อ - สกุล

จำนวนหุ้น (หุ้น)

ณ 31/12/61

ได้มา
(ระหว่างปี)

จำหน่ายไป
(ระหว่างปี)

ณ 31/12/62

หุ้นสามัญ

หุ้นสามัญ

หุ้นสามัญ

หุ้นสามัญ

1.ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม

517,084,555

5,148,200

-

522,232,755

คู่สมรส และ บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

112,735,250

-

-

112,735,250

2.นางอัจฉรา ตั้งมติธรรม

112,735,250

-

-

112,735,250

คู่สมรส และ บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

517,084,555

5,148,200

-

522,232,755

3.นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม

1,840,000

120,000

-

1,960,000

คู่สมรส และ บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

-

-

-

-

4.นายอนันต์ เกตุพิทยา

-

-

-

-

คู่สมรส และ บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

-

-

-

-

5.รศ.ดร.วิรัช อภิเมธีธำรง

2,789,332

-

-

2,789,332

คู่สมรส และ บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

-

-

-

-

6.รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์

-

-

-

-

คู่สมรส และ บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

-

-

-

-

7.ผศ.อัศวิน พิชญโยธิน

-

-

-

-

คู่สมรส และ บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

-

-

-

-

8.นายอธิป พีชานนท์

6,667,675

-

-

6,667,675

คู่สมรส และ บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

112,735,250

-

-

112,735,250

9.นายประศาสน์ ตั้งมติธรรม

-

-

-

-

คู่สมรส และ บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

-

-

-

-

10.นายกริช จันทร์เจริญสุข

-

-

-

-

คู่สมรส และ บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

-

-

-

-

11.นายวารุณี ลภิธนานุวัฒน์

-

-

-

-

คู่สมรส และ บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

-

-

-

-

12.นายปุณณพันธ์ เหน่งเพ็ชร

949,666

-

-

949,666

คู่สมรส และ บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

-

-

-

-

13.นายกิตติพงษ์ ศิริลักษณ์ตระกูล

-

646,716

-

646,716

คู่สมรส และ บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

-

-

-

-

14.นางศิริพร วงศพ่าห์

-

-

-

-

คู่สมรส และ บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

-

-

-

-

4.4 รายงานการมีส่วนได้เสียของกรรมการ
บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการรายงานการมีส่วนได้เสีย โดยกำหนดให้กรรมการและผู้บริหารต้องรายงานให้บริษัทฯ ทราบถึงการมีส่วนได้เสียของตน หรือของบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการกิจการของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย ตามมาตรา 89/14 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 เพื่อให้บริษัทฯ มีข้อมูลประกอบการดำเนินการตามข้อกำหนดเกี่ยวกับการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน ซึ่งเป็นรายการที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์และอาจนำไปสู่การถ่ายเทผลประโยชน์ของบริษัทฯ และบริษัทย่อยได้
รวมถึงการที่กรรมการและผู้บริหารต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังและซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งต้องตัดสินใจโดยไม่มีส่วนได้เสียไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในเรื่องที่ตัดสินใจข้อมูลในรายงานดังกล่าวจึงเป็นประโยชน์ต่อการติดตามดูแลให้การทำหน้าที่ของกรรมการและผู้บริหารเป็นไปตามหลักการดังกล่าว
ด้านการรายงาน
  1. กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารรายงานให้บริษัทฯ ทราบถึงการมีส่วนได้เสียของตน หรือของบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง กรณีเป็นส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการกิจการของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย โดยกรอกแบบแจ้งรายงานการมีส่วนได้เสียของกรรมการและผู้บริหาร
  2. กรรมการและผู้บริหารส่งแบบแจ้งรายงานการมีส่วนได้เสียของตนหรือของบุคคลที่เกี่ยวข้องให้เลขานุการบริษัทรับทราบทันที ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนด
  3. เลขานุการบริษัท ดำเนินการดังนี้
  • จัดส่งสำเนารายงานการมีส่วนได้เสียตามมาตรา 89/14 ให้ประธานกรรมการบริษัท และประธานกรรมการตรวจสอบทราบทุกไตรมาส
  • เปิดเผยข้อมูลการมีส่วนได้เสียของกรรมการและผู้บริหารในรายงานประจำปี (แบบ 56-2) และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1)
อนึ่ง ในระหว่างปี ไม่มีกรรมการ ผู้บริหาร และบุคคลที่เกี่ยวข้อง มีส่วนได้เสียที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์
1.ช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย
สำหรับการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของบริษัทฯ ที่สำคัญ บริษัทฯ ได้ดำเนินการผ่านช่องทางต่างๆ และผ่านสื่อมวลชนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียได้รับทราบข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึง โดยมีการเผยแพร่ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้
  1. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  2. รายงานประจำปี
  3. งบการเงินของบริษัทฯ
  4. รายงานผลการดำเนินงานรายไตรมาส
  5. เอกสารแจ้งมติคณะกรรมการบริษัท และอื่นๆ
  6. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
  7. กระทรวงพาณิชย์
  8. หนังสือพิมพ์
  9. นิตยสารและวารสาร
  10. โทรทัศน์
  11. ข่าวประชาสัมพันธ์บริษัทฯ
  12. เว็บไซต์บริษัทฯ (www.supalai.com) ซึ่งมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  13. การจัดส่งหนังสือแจ้งผู้ถือหุ้นทางไปรษณีย์
  14. ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relation) ติดต่อ โทรศัพท์ 0-2725-8888 ต่อ 857 หรือ
  15. e-mail : ir_spali@supalai.com มีประเภทกิจกรรม ดังนี้

กิจกรรม

จำนวน : ครั้ง

Analyst Meeting

4

Credit Rating Review

1

Company Visit

47

ร่วมกิจกรรมตลาดหลักทรัพย์พบนักลงทุนรายย่อย (Opportunity Day)

2

นำนักลงทุนสถาบันพบผู้บริหารและเยี่ยมชมกิจการ

15

ในปี 2562 บริษัทฯ เปิดเผยข้อมูลทางการเงิน คำอธิบายการวิเคราะห์ฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงาน (Management Discussion and Analysis) รวมถึงการรายงานข้อมูลและการตัดสินใจที่สำคัญต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้ถือหุ้นเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอทุกไตรมาสและประจำปี ผ่านระบบข่าวของตลาดหลักทรัพย์ฯ พร้อมทั้งเผยแพร่ข้อมูลผ่านเว็บไซต์ของบริษัทฯ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
งบการเงินของบริษัทฯ ไม่มีรายการที่ผู้สอบบัญชีแสดงความคิดเห็นอย่างมีเงื่อนไขและบริษัทฯ ไม่มีประวัติการส่งรายงานทางการเงินรายไตรมาสและประจำปีล่าช้า และไม่มีประวัติการถูกสั่งให้แก้ไขงบการเงิน ตามที่หน่วยงานภายนอกกำกับดูแล
นอกจากนี้ได้จัดให้มีการเผยแพร่หนังสือเชิญประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เอกสารประกอบการประชุม รายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ฉบับล่าสุด และรายงานประจำปีแสดงไว้บนเว็บไซต์บริษัทฯ และสามารถดาวน์โหลดได้โดยง่าย โดยบริษัทฯ จัดให้มีการเผยแพร่รายงานประจำปี ภายใน 120 วัน นับตั้งแต่สิ้นสุดรอบปีบัญชี
4.6 หน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์
คณะกรรมการบริษัท ได้ตระหนักถึงภาระหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นโดยเท่าเทียมกัน โดยดูแลให้มีการเปิดเผยสารสนเทศ ทั้งที่เป็นสารสนเทศทางการเงินและไม่ใช่ทางการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน เพียงพอ เชื่อถือได้ และทันเวลา เพื่อให้ผู้ถือหุ้น ได้รับทราบสารสนเทศอย่างเท่าเทียมกันตามที่กำหนดโดยกฎหมาย องค์กรและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยมีฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relation) สังกัดฝ่ายพัฒนาธุรกิจและนักลงทุนสัมพันธ์ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของบริษัทฯ ในการติดต่อสื่อสาร และให้การดูแลต่อผู้ลงทุนทั่วไป นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ และผู้ถือหุ้น โดยการเผยแพร่ข้อมูลในเวลาที่เหมาะสมผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งสื่อมวลชน เว็บไซต์ โทรศัพท์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
สำหรับการเปิดเผยข้อมูล ทั้งกรณีปกติและกรณีเร่งด่วน ก่อนที่จะเผยแพร่ข้อมูลผ่านช่องทางต่างๆ จะต้องผ่านการพิจารณาในความถูกต้อง ครบถ้วน ความเพียงพอของข้อมูล จากคณะกรรมการบริษัทก่อนนำส่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและเมื่อบริษัทฯ นำส่งข้อมูลผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้วจึงเผยแพร่ข้อมูล งบการเงินผ่าน IR Website ที่ www.supalai.com และ www.shareinvestor.com
บริษัทฯ ดำเนินการเชิงรุกด้วยการออกไปพบปะนักวิเคราะห์และนักลงทุนต่างๆ โดยมีกรรมการผู้จัดการและผู้บริหารซึ่งรับผิดชอบดูแลด้านบัญชีและการเงิน ร่วมประชุมชี้แจงและเปิดโอกาสให้นักลงทุน นักวิเคราะห์ ตลอดจนผู้สนใจได้ซักถามข้อมูลต่างๆ นอกจากนักลงทุนในประเทศแล้ว บริษัทฯ ยังมีการเดินทางเพื่อนำเสนอข้อมูลและความคืบหน้าของบริษัทฯ แก่นักลงทุนต่างประเทศ (Road Show) และเปิดเผยข้อมูลแก่สาธารณชน อาทิ รายงานประจำปี แบบ 56-1 ข้อมูลที่นำเสนอในวันพบปะนักลงทุน เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่า ได้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการให้ข้อมูลข่าวสาร และเผยแพร่ผลการดำเนินงานของบริษัทฯ อย่างทั่วถึงสู่นักลงทุน ผู้ถือหุ้นและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกไตรมาส มีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน และเปิดเผยข้อมูลแก่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
บริษัทฯ จัดให้มีหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ (Investor Relations) ทำหน้าที่ในการติดต่อสื่อสาร ดูแลต่อผู้ลงทุนทั่วไป นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ผู้ถือหุ้น และเป็นศูนย์กลางในการเปิดเผยข้อมูลสำคัญต่อนักลงทุน ดูแลกระบวนการรายงานทางการเงิน เพื่อแสดงถึงผลการดำเนินงาน แนวโน้มทางด้านรายได้ และการพัฒนาโครงการในอนาคตของบริษัทฯ ต่อผู้ถือหุ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศได้รับทราบอย่างเท่าเทียมกัน สม่ำเสมอและครบถ้วนตามความเป็นจริง โดยเผยแพร่ข้อมูลในเวลาที่เหมาะสมผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งสื่อมวลชน เว็บไซต์ โทรศัพท์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
นอกจากนี้ ได้จัดให้มีการจัดทำปฏิทินกิจกรรมนักลงทุนสัมพันธ์ล่วงหน้า เพื่อให้บริการข้อมูลข่าวสาร ประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ ของบริษัทฯ ที่เป็นประโยชน์ให้ผู้ลงทุน ผู้ถือหุ้น นักวิเคราะห์และประชาชนทั่วไป รวมถึงจัดให้มีการแถลงผลประกอบการและผลการดำเนินงานให้แก่นักวิเคราะห์ นักลงทุนสถาบันการเงิน สถาบันการเงิน และสื่อมวลชนในทุกไตรมาส แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน และเปิดเผยข้อมูลแก่ตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าได้ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับของกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน และเพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถติดต่อได้โดยสะดวก กรณีที่นักลงทุนและผู้เกี่ยวข้องมีข้อสงสัยและต้องการสอบถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อมายังฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) โทรศัพท์ 0-2725-8888 ต่อ 857 อีเมล : ir_spali@supalai.com หรือผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ www.supalai.com
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เผยแพร่จรรยาบรรณนักลงทุนสัมพันธ์ไว้บนเว็บไซต์บริษัทฯ www.supalai.com ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยในปี 2562 บริษัทฯ มีการเสนอผลงานให้แก่นักวิเคราะห์ นักลงทุนสถาบันการเงิน สถาบันการเงิน และสื่อมวลชน เป็นไปตามแผนงาน (รายละเอียดโปรดดูหัวข้อ : นักลงทุนสัมพันธ์)
4.7เว็บไซต์บริษัทฯ
บริษัทฯ จัดทำเว็บไซต์บริษัทฯ เป็นภาษาไทย และอังกฤษ ทั้งนี้ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือ ในการสื่อสาร เผยแพร่ ข้อมูลต่างๆ ของบริษัทฯ ให้กับผู้ถือหุ้น หรือนักลงทุน ได้รับทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ทันต่อเหตุการณ์ อาทิ ลักษณะการดำเนินธุรกิจ งบการเงิน เอกสารข่าว โครงสร้างการถือหุ้น โครงสร้างองค์กร โครงสร้างบริษัทในเครือ ข้อมูลเกี่ยวกับคณะกรรมการบริษัทผู้บริหาร บทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย รายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อย ข้อมูลด้านนักลงทุนสัมพันธ์ ข้อบังคับบริษัท หนังสือรับรอง หนังสือนัดเชิญประชุม รายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น รายงานประจำปี จรรยาบรรณ คู่มือนโยบายการกำกับดูแลกิจการ นโยบายต่างๆ ซึ่งทั้งหมดสามารถดาวน์โหลดได้โดยสะดวก
4.8 ความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงิน
คณะกรรมการบริษัท ได้จัดให้มีการจัดทำรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงินไว้ในรายงานประจำปี 2562 โดยคณะกรรมการบริษัท เป็นผู้รับผิดชอบต่องบการเงินของบริษัทฯ และบริษัทย่อย รวมถึงข้อมูลสารสนเทศทางการเงินที่ปรากฏในรายงานประจำปี งบการเงินจัดทำขึ้นตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่กำหนดในพระราชบัญญัติวิชาชีพ โดยเลือกใช้นโยบายการบัญชีที่เหมาะสม และถือปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอและใช้ดุลยพินิจอย่างระมัดระวังและประมาณการที่ดีที่สุดในการจัดทำ รวมทั้ง จัดให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่สำคัญอย่างเพียงพอในหมายเหตุประกอบงบการเงิน เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นและนักลงทุนทั่วไป ซึ่งเป็นไปตามข้อเท็จจริง มีความสมเหตุสมผล และโปร่งใส
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัท ยังจัดให้มีระบบควบคุมภายในที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล และได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งเป็นกรรมการอิสระทั้งหมด ทำหน้าที่กำกับดูแล สอบทานนโยบายการบัญชี คุณภาพของรายงานทางการเงิน ระบบการควบคุมภายใน และกระบวนการตรวจสอบภายในให้มีประสิทธิภาพ โดยความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบ แสดงไว้ในรายงานคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว
4.9 ส่วนแบ่งทางการตลาด
บริษัทฯ มีสัดส่วนยอดขาย ต่อ ยอดขายรวมสำหรับกลุ่มบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำปี 2562 สรุปได้ดังนี้
  • สำหรับกลุ่มโครงการแนวราบ บริษัทฯ มีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 9%
  • สำหรับกลุ่มโครงการแนวสูง บริษัทฯ มีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 9%
ทั้งนี้ บริษัทฯ มีส่วนแบ่งทางการตลาดทั้งหมด ประมาณ 6% ของยอดขายรวมในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แสดงภาพได้ดังนี้
ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย
ที่มา : ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (AGENCY FOR REAL ESTATE AFFAIRS : AREA)
หมวดที่ 5: ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท (Board Responsibilities)
5.1 โครงสร้างของคณะกรรมการบริษัท
  • องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ ต่อบริษัทฯ ประกอบด้วยกรรมการทั้งสิ้น 10 คน และที่ปรึกษาคณะกรรมการบริษัท 1 คน โดยการเลือกตั้งกรรมการเป็นไปตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ตามกฎหมายกำหนด ปัจจุบันประกอบด้วย
องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท
โดยมีกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทฯ คือ ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม หรือ นางอัจฉรา ตั้งมติธรรม หรือ นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม หรือ นายกริช จันทร์เจริญสุข สองคนในสี่คนนี้ ลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัทฯ
นอกจากนี้บริษัทฯ กำหนดเป็นนโยบายว่า คณะกรรมการบริษัท จะต้องมีความหลากหลายในโครงสร้าง ประกอบด้วย บุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ความรู้ความเชี่ยวชาญหลากหลาย ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ รวมถึงมีคุณธรรม และจรรยาบรรณ มีทัศนคติที่ดีต่อองค์กร มีภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์กว้างไกล และสามารถอุทิศเวลาให้ได้อย่างเพียงพอ โดยไม่จำกัด เพศ เชื้อชาติ ศาสนา ทักษะทางวิชาชีพ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านอื่น ซึ่งมีการกำหนดหลักเกณฑ์ และกระบวนการแต่งตั้งคณะกรรมการเข้าใหม่ไว้ด้วย (โปรดดูรายละเอียดในหัวข้อ “การสรรหากรรมการบริษัท”) นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัท จำนวน 10 คน ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริษัท 1 คน และผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ ไม่เคยเป็นพนักงานหรือหุ้นส่วนของบริษัทสอบบัญชีภายนอกที่ใช้บริการอยู่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และในคณะกรรมการของบริษัทฯ ชุดปัจจุบัน มีกรรมการอิสระ 4 คน และกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร จำนวน 2 คน รวมทั้งหมด 6 คน มีประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ
  • เลขานุการบริษัท
คณะกรรมการบริษัท ได้แต่งตั้งนางวารุณี ลภิธนานุวัฒน์ ซึ่งเป็นพนักงานประจำ ตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ (E-mail : varunee.lap@supalai.com) ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการบริษัทตามมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 7/2551 เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2551 โดยเริ่มปฏิบัติหน้าที่ในวันเดียวกันกับที่ได้รับการแต่งตั้ง ซึ่งเป็นผู้ที่มีคุณวุฒิ คุณสมบัติ และประสบการณ์ที่เหมาะสมกับการดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการบริษัท โดยมีคุณสมบัติและหน้าที่และความรับผิดชอบหลัก ดังนี้
  • คุณสมบัติเลขานุการบริษัท
  1. จบการศึกษาด้านกฎหมาย หรือบัญชี หรือการเงิน และได้ผ่านการอบรมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่เลขานุการบริษัท โดยเป็นผู้มีความรอบรู้ ประสบการณ์และเข้าใจในรูปแบบธุรกิจของบริษัทฯ รวมถึงบทบาทหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงานเลขานุการบริษัท ได้แก่ หน้าที่ของกรรมการ หน้าที่ของบริษัทฯ และมีความรู้ ด้านกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนศึกษาหาความรู้ และติดตาม ข้อมูล ข่าวสาร เพื่อพัฒนาการปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอ
  2. ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย กฎระเบียบ วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัทฯ มติคณะกรรมการบริษัทตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ด้วยความรับผิดชอบ ระมัดระวัง ซื่อสัตย์สุจริต มุ่งมั่น ทุ่มเท และสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ โดยอยู่ภายใต้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณทางธุรกิจ
  3. ยึดมั่นในจริยธรรม คุณธรรม อันดีงาม และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ซึ่งจะไม่กระทำการใดๆ อันจะก่อให้เกิดผลเสียต่อชื่อเสียง และภาพลักษณ์ของบริษัทฯ
  4. เก็บรักษาความลับของบริษัท ฯ ได้เป็นอย่างดี และไม่มุ่งหวังผลประโยชน์ส่วนตัวจากโอกาสทางธุรกิจของบริษัทฯ
  5. มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีความสามารถในการติดต่อประสานงานกับฝ่ายงานและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกบริษัทฯ
  • หน้าที่และความรับผิดชอบของเลขานุการบริษัท
  1. ให้คำแนะนำเบื้องต้นแก่กรรมการบริษัท ในข้อกฎหมาย กฎเกณฑ์ ระเบียบและข้อบังคับต่างๆ ของบริษัทฯ ที่คณะกรรมการบริษัทต้องทราบ และติดตามให้มีการปฏิบัติตามอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ รวมถึงรายงานการเปลี่ยนแปลงในข้อกำหนดกฎหมายที่มีนัยสำคัญแก่กรรมการ
  2. จัดการประชุมผู้ถือหุ้น และการประชุมคณะกรรมการบริษัทให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับของบริษัท และข้อพึงปฏิบัติต่างๆ
  3. บันทึกรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น การประชุมคณะกรรมการบริษัท และเปิดเผยมติที่ประชุมอย่างถูกต้อง ครบถ้วน รวมทั้งประสานงานและติดตามให้มีการปฏิบัติตามมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น และที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท
  4. จัดทำและเก็บรักษาทะเบียนกรรมการ รายงานประจำปี หนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น หนังสือนัดประชุมคณะกรรมการบริษัทรายงานการประชุมผู้ถือหุ้น และรายงานการประชุมคณะกรรมการบริษัท
  5. เก็บรักษารายงานการมีส่วนได้เสียที่รายงานโดยกรรมการ หรือ ผู้บริหาร และนำเสนอรายงานตามที่กฎหมายกำหนด
  6. ดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลและรายงานสารสนเทศ ในส่วนที่รับผิดชอบต่อหน่วยงานที่กำกับดูแล ตามระเบียบและข้อกำหนดของหน่วยงานราชการ
  7. ดูแลการจัดประชุมคณะกรรมการบริษัท เอกสารสำคัญต่างๆ และกิจกรรมของคณะกรรมการบริษัท
  8. ติดต่อและสื่อสารกับผู้ถือหุ้นทั่วไปให้ได้รับทราบสิทธิต่างๆ ของผู้ถือหุ้น และข่าวสารของบริษัทฯ
  9. ดูแลเรื่องอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการบริษัท ฝ่ายบริหาร และผู้ถือหุ้น
  10. ดำเนินการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด รวมทั้งต้องปฏิบัติตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัท มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ตลอดจนประสานงานให้มีการปฏิบัติตามมติคณะกรรมการบริษัท
  • กรรมการอิสระ
คณะกรรมการบริษัท ได้กำหนดนิยาม กรรมการอิสระ หมายถึง กรรมการที่สามารถแสดงความเห็น สนับสนุนต่อนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น หรือรายงานข้อเสนอแนะได้อย่างเสรีตามภารกิจที่ได้มอบหมาย โดยต้องไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ใดๆ ที่เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือตำแหน่งหน้าที่ และมีความเป็นอิสระจากการควบคุมของฝ่ายบริหารและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือ ไม่มีส่วนได้เสีย และไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด รวมถึงไม่มีสถานการณ์ใดๆ ที่จะมาบีบบังคับให้ ไม่สามารถแสดงความเห็นได้ตามที่พึงจะเป็น
  • องค์ประกอบกรรมการอิสระ
  1. กรรมการอิสระได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วย กรรมการอิสระของบริษัทฯ ทั้งหมดและให้คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเสนอคณะกรรมการบริษัทแต่งตั้งกรรมการอิสระคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการอิสระ (Lead Independent Director)
  2. มีคุณสมบัติการเป็นกรรมการอิสระสอดคล้องตามหลักเกณฑ์คณะกรรมการกำกับตลาดทุน และข้อกำหนดกรรมการอิสระของบริษัทฯ โดยกรรมการอิสระแต่ละท่าน มีการทบทวนและรับรองคุณสมบัติความเป็นอิสระอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  3. กรรมการอิสระ และเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯ
  • องค์ประกอบกรรมการอิสระ
    เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน และรักษาสมดุลของการบริหารจัดการที่ดี บริษัทฯ ได้กำหนดนิยามความเป็นอิสระของ “กรรมการอิสระ” ที่เข้มงวดกว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ดังนี้
  1. ได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัท หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ให้เป็นกรรมการอิสระ
  2. ถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ทั้งนี้ ให้นับรวมการถือหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการอิสระรายนั้นๆ ด้วย
  3. ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษา ที่ได้เงินเดือนประจำ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ก่อนวันที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการอิสระ
  4. ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต หรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมาย ในลักษณะที่เป็น บิดามารดา คู่สมรส พี่น้อง และบุตร รวมทั้งคู่สมรสของบุตร ของผู้บริหาร หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็นผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย
  5. ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วมหรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการซึ่งไม่ใช่กรรรมการอิสระ หรือผู้บริหาร ของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงานคณะกรรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
  6. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง และไม่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการซึ่งไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนผู้จัดการของสำนักงานสอบบัญชี ซึ่งมีผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ก่อนวันที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการอิสระ
  7. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพใดๆ ซึ่งรวมถึงการให้บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมายหรือที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่า 2 ล้านบาทต่อปี จากบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ให้บริการทางวิชาชีพเป็นนิติบุคคล ให้รวมถึงการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการซึ่งไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนผู้จัดการ ของผู้ให้บริการทางวิชาชีพนั้นด้วย เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ก่อนวันที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการอิสระ
  8. ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้น เพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการของบริษัทฯ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ
  9. ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทฯ
  10. กรรมการอิสระที่มีคุณสมบัติตาม ข้อ 1 - 9 อาจได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทให้ตัดสินใจในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง โดยมีการตัดสินใจในรูปแบบองค์คณะได้
  • ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบ
  • ประธานกรรมการอิสระ มีดังนี้
  1. เป็นประธานการประชุมกรรมการอิสระ (กรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหาร) ซึ่งจัดให้มีการประชุมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  2. เป็นผู้นำและประสานความคิดเห็นและข้อสังเกตต่างๆ ของกรรมการอิสระ เพื่อเสนอคณะกรรมการบริษัท
  3. เป็นผู้ประสานการติดต่อระหว่างผู้ถือหุ้นกับกรรมการอิสระ(ถ้ามี)
  4. รับผิดชอบในการปฏิบัติงานเฉพาะเรื่องที่ต้องดำเนินการโดยกรรมการอิสระ
  • กรรมการอิสระ มีดังนี้
  1. พิจารณาให้ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นในประเด็น เรื่อง กลยุทธ์ และความยั่งยืนที่พึงปฏิบัติและเป็นประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
  2. กรรมการอิสระ อาจขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตรฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ
  3. สอบทานให้บริษัทฯ ปฏิบัติตามข้อกำหนด/กฎเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องกับกรรมการอิสระ
  4. ทบทวนและปรับปรุงกฎบัตรกรรมการอิสระ เพื่อให้มีความเหมาะสมและเป็นปัจจุบันเสมอ
  5. กรรมการอิสระมีสิทธิเข้าร่วมการอบรม หรือเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้ในงานที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ทรัพยากรของบริษัทฯ
  6. กรรมการอิสระประเมินตนเองเพื่อรับรองคุณสมบัติความเป็นอิสระตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนกำหนดเป็นประจำทุกปี
การกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการชุดย่อย
สำหรับวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการชุดย่อย ได้แก่ คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี เมื่อพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้
5.2 คณะกรรมการบริษัท
การแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทออกจากทีมบริหาร
บริษัทฯ มีแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการบริษัท และฝ่ายจัดการออกจากกันอย่างชัดเจน มีรายละเอียดดังนี้

ประธานคณะกรรมการ :

ประธานคณะกรรมการบริหาร :

1.

รับผิดชอบในฐานะผู้นำของคณะกรรมการบริษัทในการกำกับ ติดตาม ดูแลการบริหารงานของคณะกรมการบริหาร และคณะกรรมการชุดย่อยอื่นๆ เพื่อให้มั่นใจว่า การปฏิบัติ หน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย อื่นๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิกาพ และบรรลุวัตถุประสงค์ และเป้าหมายตามแผนงานที่กำหนดไว้

2.

เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริษัท และผู้ถือหุ้น ของบริษัทฯ และดูแลให้กรรมการทุกคนมีส่วนร่วมในการส่ง เสริมให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่มีจริยธรรมและเชื่อถือปฏิบัติ ตามการทำกับดูแลกิจการที่ดีและจรรยาบรรณธุรกิจของบริษัท

3.

เป็นผู้ลงคะแมนเสียงชี้ขาดในกรณีก็ที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัท มีการลงคะแนนเสียง และคะแนนเสียง 2 ฝ่ายเท่ากัน

4.

จัดสรรเวลาอย่างเพียงพอต่ออภิปรายปัญหาสำคัญๆ กำหนด วาระการประชุมคณะกรรมการบริษัทร่วมกับกรรมการอิสระ และ มีมาตรการที่ดูแลให้เรื่องสำคัญได้ถูกบรรลุเป็นวาระการประมุม รวมทั้ง ส่งเสริมและสนับสนุนให้ฝ่ายจัดการมีการใช้ดุลยพินิจ ที่รอบคอบอภิปรายในประเด็นต่างๆ ระหว่างการประชุม สอบถาม และแสดงความคิดเห็น

5.

ส่งเสริมให้เกิดความสัมพันธ์ที่สร้างสรรค์ ทั้งระหว่างกรรมการ และคณะกรมการบริษัทกับฝ่ายบริหาร

1.

จัดการงานและดำเนินงานของบริษัทฯ ตามทิศทางกลยุทธ นโยบาย ที่อนุมัติโดยคณะกรรมการบริษัท ภายได้ขอบเขต และอำนาจที่คณะกรรมการบริษัทกำหนด

2.

กำหนดเป้าหมายธุรกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ในแผนธุกิจ ประจำปี รวมทั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายและแผนยุพรศาสตร์ ระยะยาว ให้คณะกรมการบริษัทอนุมัติและมีหน้าที่รายงาน ความก้าวหน้าตามแผนและงบประมามที่ได้รับอนุมัติดังกล่าว ต่อคณะกรรมการในทุกๆ 3 เดือน

3.

บริหารการปฏิบัติงานผ่านคณะกรรมการจัดการและคณะกรรมการ บริหาร ให้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ในแผนธุรกิจ โดยมุ่งสร้างมูลค่าในระยะยาวให้กับผู้ถือหุ้น ความสามารด การแข่งขัน และให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมแก่ผู้ถือหุ้

4.

จัดสรรทรัพยากร และสรรหาบุคคลากรที่มีศักยภาพให้เกิดประโยชน์สูงสุด

5.

บรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน โยกย้าย เลื่อน ลด ตัดงินเดือน หรือค่าจ้าง ลงโทษทางวินัย พนักงานและลูกจ้างตลอดจน ให้หนักงานและลูกจ้างออกจากตำแหน่งตามระเบียบ ที่คณะกรรมการกำหนด

6.

ส่งเสริมและสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เข้มแข็ง และสนับสนุน วิสัยทัตน์ และการเติบโตของธุรกิจ

7.

ติดตามการดำเนินงานของบริษัทฯอย่างใกล้ชิด วัดผล การดำเนินการและรายงานถึงกิจการที่ฝ่ยจัดการได้กระทำ ไปแล้ว ต่อคณะกรรมการบริษัทป็นระยะและทันสถานการณ์

8.

พิจารณากลั่นกรองและนำเสนอขออนุมัติจากคณะกรรมการ บริษัทในเรื่องเกี่ยวกับนโยบายและทิศทางธุรกิจของบริษัทฯ เรื่องที่หากทำไปแล้ว จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสำคัญ แก่กิจการของบริษัท และเรื่องที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

9.

จัดทำรายละเอียดอำนาจดำเนินการภายในบริษัทๆ เพื่อกระจาย อำนาจให้พนักงานสามารถปฏิบัติงาน และตัดสินใจ อย่างมีประสิทธิภาพ มีความคล่องตัวโดยไม่เสียการควบคุม เพื่อนำเสนอคณะกรรมกาบริษัขอนุมิติ

10.

ทำรายงานสถานะการเงิน และงบการเงินให้คณะกรรมการบริษัท พิจารณาอนุมัติทุกๆ โตรมาส

ทั้งนี้ การมอบอำนาจดังกล่าวข้างต้นให้แก่ประธานกรรมการบริหารนั้น จะต้องไม่มีลักษณะเป็นการมอบอำนาจที่ทำให้ผู้รับมอบอำนาจสามารถอนุมัติรายการที่ตนหรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง มีส่วนได้เสีย หรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในลักษณะอื่นใดกับบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย เว้นแต่เป็นการดำเนินงานตามธุรกิจปกติของบริษัทฯ และได้รับมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทที่มีกรรมการอิสระเข้าร่วมประชุม และได้กำหนดกรอบการพิจารณาชัดเจนแล้วเท่านั้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานราชการอื่นๆ ที่กำหนด
คณะกรรมการบริษัท ทำหน้าที่โดยคำนึงถึงหลักการความซื่อตรง (Integrity) ความโปร่งใสตรวจสอบได้ (Transparency) ความเป็นธรรมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง (Fairness) และระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของบริษัทฯ มีรายละเอียดดังนี้
  • หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท แบ่งเป็น 2 ด้าน ดังนี้
1. การกำหนดทิศทาง นโยบาย และกลยุทธ์ทางธุรกิจ
  • ดูแลให้มีระบบหรือกลไกอย่างเพียงพอ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินการของบริษัทฯ เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ เป้าหมาย ข้อบังคับของบริษัทฯ และนโยบายการดำเนินงาน ตลอดจนมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นและรักษาผลประโยชน์ของบริษัทฯ บนพื้นฐานของหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  • กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยมองค์กร ทิศทางกลยุทธ์ วัตถุประสงค์ เป้าหมายหลัก และนโยบายการดำเนินงานของบริษัทฯ ทั้งนี้ จะพิจารณาทบทวนวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยมองค์กร ทิศทางกลยุทธ์ วัตถุประสงค์ เป้าหมายหลัก และนโยบายการดำเนินงานของบริษัทฯ เป็นประจำ และอนุมัติทุกปี เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
  • การควบคุมดูแลการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้ถูกต้องตามกฎระเบียบ ข้อบังคับของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความรับผิดชอบและรักษาผลประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น เพื่อสร้างคุณค่าแก่กิจการอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอ ถูกต้อง ครบถ้วน มีมาตรฐาน และโปร่งใส ต่อผู้ถือหุ้นและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
  • ดูแลจัดให้มีนโยบายและแนวปฏิบัติด้านการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน กลไกการรับเรื่องร้องเรียน ที่ชัดเจน และสื่อสารในทุกระดับองค์กรและต่อบุคคลภายนอก เพื่อให้เกิดการนำไปปฏิบัติจริง
  • ให้ความเห็นชอบกลยุทธ์ นโยบายการดำเนินงานที่สำคัญ รวมถึงวัตถุประสงค์ เป้าหมายทางการเงิน และแผนงานบริษัทฯ รวมทั้งติดตาม ประเมินผล และดูแลการรายงานผลการดำเนินงานให้มีการปฏิบัติตามแผนงาน วัตถุประสงค์ และเป้าหมายที่กำหนด
  • พิจารณาอนุมัติงบประมาณในการลงทุน และในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ ประจำปี รวมทั้งดูแลการใช้ทรัพยากรของบริษัทฯ
  • พิจารณาแต่งตั้งและกำหนดขอบเขตหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารและกรรมการจัดการ ไว้อย่างชัดเจน
  • พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อย เพื่อช่วยปฏิบัติงานตามความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทพร้อมทั้งกำหนดขอบเขตหน้าที่ของคณะกรรมการชุดย่อยไว้อย่างชัดเจน และจัดให้มีการรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดย่อย
  • สนับสนุนให้นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ และการดำเนินงาน โดยดูแลให้มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ การพัฒนาผลการดำเนินงาน และความยั่งยืนของกิจการ
  • ให้ความสำคัญและสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมที่ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มแก่ธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์ต่อลูกค้า หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง สังคม และสิ่งแวดล้อม
  • จัดให้มีกลไกในการดูแลให้ผู้ถือหุ้นมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องสำคัญของบริษัทฯ และจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ภายในไม่เกิน 4 เดือน นับแต่วันปิดบัญชีสิ้นปีของบริษัทฯ และจัดประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการประชุมวิสามัญเมื่อมีความจำเป็นให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และเอื้อให้ผู้ถือหุ้นสามารถใช้สิทธิของตน
  • กำหนดกลไกในการกำกับดูแลนโยบาย และการดำเนินงานของบริษัทย่อยและกิจการอื่นที่บริษัทฯ ไปลงทุนอย่างนัยสำคัญ
  • จัดประชุมคณะกรรมการบริษัททุกไตรมาส โดยมีการกำหนดการประชุมและวาระการประชุมไว้ล่วงหน้า และในการประชุมต้องมีกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของทั้งหมด การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นมติ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานของที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
  • สนับสนุนให้คณะกรรมการจัดการ ผู้บริหาร หรือผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อให้รายละเอียดเพิ่มเติมในฐานะที่เกี่ยวข้องกับปัญหาโดยตรง
  • ให้คำปรึกษา ร่วมอภิปรายปัญหาอย่างกว้างขวางโดยทั่วกัน และวินิจฉัยด้วยดุลยพินิจที่รอบคอบ เรื่องที่เสนอตามวาระการประชุมคณะกรรมการบริษัท และมีอิสระที่จะเสนอเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯ เข้าสู่วาระการประชุม
  • จัดทำรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทต่อรายงานทางการเงิน โดยแสดงควบคู่กับรายงานของผู้สอบบัญชีไว้ในรายงานประจำปี และครอบคลุมในเรื่องที่สำคัญๆ ตามนโยบายเรื่องข้อพึงปฏิบัติที่ดีสำหรับกรรมการบริษัทจดทะเบียนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมถึงจัดทำรายงานความยั่งยืน
  • รายงานการมีส่วนได้เสีย โดยบันทึกไว้ในรายงานการประชุมคณะกรรมการบริษัท
  • พิจารณากำหนดและแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทฯ ได้
  • มอบอำนาจดำเนินการให้ประธานกรรมการบริหารในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ ตลอดจนมีอำนาจแต่งตั้ง และถอดถอนพนักงานของบริษัทฯ รวมทั้งกำหนดค่าตอบแทนในการทำงาน ตามนโยบายของคณะกรรมการบริษัท รวมทั้งมอบอำนาจดำเนินการแก่พนักงานที่สอดคล้องกับสถานการณ์ของธุรกิจ
  • ส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการเผยแพร่ข้อมูล และสามารถเข้าถึงสารสนเทศที่จำเป็นเพิ่มเติมได้ ในกรณีจำเป็นคณะกรรมการบริษัทสามารถจัดให้มีความเห็นจากที่ปรึกษาอิสระหรือผู้ประกอบวิชาชีพภายนอกด้วยค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ
  • มีส่วนร่วมในการสร้างและขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในจริยธรรม โดยคณะกรรมการบริษัท ควรประพฤติตนเป็นแบบอย่างในฐานะผู้นำในการกำกับดูแลกิจการ
2. การติดตามการดำเนินงานของฝ่ายจัดการเพื่อตรวจสอบถ่วงดุล และสอดคล้องกับทิศทางของบริษัทฯ
โดยการมอบหมายดังกล่าวมิได้เป็นการปลดเปลื้องหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการบริษัท ยังควรติดตามดูแลฝ่ายจัดการให้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย ดังนี้
2.1 การกำกับดูแลกิจการ
  • ติดตามดูแลให้คณะกรรมการจัดการ ประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สะท้อนอยู่ในแผนดำเนินการ (Operational Plan) และนำแผนกลยุทธ์ไปถ่ายทอดเป็นแผนดำเนินการให้สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ เป้าหมายหลัก และวัตถุประสงค์ของบริษัทฯ รวมถึงกำหนดกรอบการจัดสรรงบประมาณ และจัดการทรัพยากร สำหรับการพัฒนาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล คำนึงถึงผลกระทบและการพัฒนาทรัพยากรตลอดสาย Value Chain
  • ให้คณะกรรมการจัดการ รายงานผลการดำเนินงานอย่างน้อย ไตรมาสละ 1 ครั้ง เพื่อให้สามารถกำกับ ควบคุม และดูแลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการจัดการได้อย่างต่อเนื่องและทันการณ์
  • ให้กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร จัดประชุมระหว่างกันเองตามความจำเป็น เพื่ออภิปรายปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการจัดการที่อยู่ในความสนใจ โดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมด้วย พร้อมรายงานต่อประธานกรรมการบริหารรับทราบ
  • ให้มีการติดตามดูแลความเพียงพอของสภาพคล่องทางการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ของกิจการ พร้อมมีแผนในการแก้ไขปัญหา เพื่อใช้กอบกู้ฐานะการดำเนินงานในภาวะที่เกิดการประสบปัญหาทางการเงินหรือมีแนวโน้มว่าจะประสบปัญหา
  • สอดส่องดูแล จัดการ และติดตามแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น รายการที่เกี่ยวโยงกัน ให้มีการทำรายการเป็นไปตามขั้นตอนการดำเนินการและการเปิดเผยข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงการป้องกันการใช้ประโยชน์อันมิควรในทรัพย์สิน ข้อมูล และโอกาสของบริษัทฯ และการทำธุรกรรมกับผู้ที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกับบริษัทในลักษณะที่ไม่สมควร
  • กำกับให้มีหน่วยงานและผู้รับผิดชอบงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ ดำเนินการกำหนดทิศทาง สนับสนุนงานด้านนักลงทุนสัมพันธ์ และดูแลให้มีช่องทางในการสื่อสารกับผู้ถือหุ้นแต่ละกลุ่มและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของบริษัทฯ เช่น นักลงทุน นักวิเคราะห์ และสื่อมวลชน อย่างเหมาะสม และเป็นไปอย่างเท่าเทียมกัน
  • จัดให้มีระบบบัญชี การรายงานทางการเงินและการสอบบัญชี รวมทั้งดูแลให้มีระบบการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายในที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
  • จัดให้มีการทำงบแสดงฐานะทางการเงินและงบกำไรขาดทุน ณ วันสิ้นสุดของรอบปีบัญชีของบริษัทฯ เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น ในการประชุมสามัญประจำปี เพื่อพิจารณาอนุมัติงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุน และคณะกรรมการบริษัท ต้องจัดให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบให้เสร็จสิ้นก่อนนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น
  • จัดให้มีการรายงานข้อมูลทางการเงินข้อมูลและข้อมูลทั่วไปที่สำคัญต่อผู้ถือหุ้นอย่างครบถ้วนถูกต้อง และเพียงพอ และยืนยันการตรวจสอบรับรองข้อมูลที่รายงาน
  • จัดให้มีการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินและไม่ใช่ทางการเงินที่ถูกต้อง ชัดเจน โปร่งใส น่าเชื่อถือและมีมาตรฐานสูง
2.2 การควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยง
  • กำหนดแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างครอบคลุม และดูแลให้ผู้บริหารมีระบบการควบคุมภายใน หรือกระบวนการที่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการความเสี่ยง
  • จัดให้มีการควบคุมและตรวจสอบภายใน ตลอดจนจัดทำระบบการควบคุมทางการเงิน การดำเนินงาน และการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน รวมทั้งควบคุมและบริหารความเสี่ยง
2.3 การกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ
  • คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่นำเสนอค่าตอบแทนกรรมการให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นอนุมัติ โดยพิจารณาให้มีโครงสร้าง และอัตราค่าตอบแทน ให้มีความเหมาะสมกับหน้าที่ความรับผิดชอบ และจูงใจให้คณะกรรมการบริษัท นำพาองค์กรให้ดำเนินงานเป็นไปตามเป้าหมายทั้งในระยะสั้น และระยะยาว
2.4 การกำหนดค่าตอบแทน และผู้บริหารระดับสูง
  • แต่งตั้งและกำหนดค่าตอบแทนประธานกรรมการบริหาร
  • ดูแลให้มีระบบหรือกลไกการจ่ายค่าตอบแทนผู้บริหารระดับสูงที่เหมาะสมเพื่อก่อให้เกิดแรงจูงใจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ในการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ เป้าหมายหลักของบริษัทฯ
  • คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่ประเมินผลงานของผู้บริหารระดับสูง และกำหนดค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงาน
2.5 การเสนอขายหลักทรัพย์แก่พนักงานและกรรมการ
3. การประเมินผลงานตนเอง
  • คณะกรรมการบริษัท จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ประจำปีของคณะกรรมการบริษัทคณะกรรมการชุดย่อย และกรรมการรายบุคคล อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยผ่านคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน และนำผลประเมินไปใช้สำหรับการพัฒนาการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ
4. การแต่งตั้งบุคคลที่มีคุณวุฒิเหมาะสมมาทำหน้าที่เลขานุการบริษัท
  • การแต่งตั้งและการถอดถอนกรรมการบริษัท
  • คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ทำหน้าที่เสนอขออนุมัติแต่งตั้งต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดอยู่ในข้อบังคับบริษัท โดยมีสาระสำคัญดังนี้
  1. กรรมการของบริษัทเลือกตั้งโดยที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยมีจำนวนไม่น้อยกว่าห้าคน และมีกรรมการที่เป็นอิสระไม่น้อยกว่า 3 คน ซึ่งกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด ต้องมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร และกรรมการบริษัทอย่างน้อย 1 คน ต้องเป็นผู้มีความรู้ด้านบัญชีและการเงิน โดยกรรมการต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายและข้อบังคับกำหนด
  2. ให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเลือกตั้งกรรมการ ซึ่งคณะกรรมการสรรหาเป็นผู้คัดเลือกและเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

    (1) ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งมีคะแนนเสียงเท่ากับหนึ่งหุ้นต่อหนึ่งเสียง

    (2) ผู้ถือหุ้นแต่ละคนจะต้องใช้คะแนนเสียงที่มีอยู่ทั้งหมดตาม (1) เลือกตั้งบุคคลคนเดียว หรือหลายคนเป็นกรรมการก็ได้ แต่จะแบ่งคะแนนเสียงให้แก่ผู้ใดมากน้อยเพียงใดไม่ได้

    (3) บุคคลซึ่งได้รับคะแนนเสียงสูงสุดตามลำดับลงมา เป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการเท่ากับจำนวนกรรมการที่จะพึงมี หรือจะพึงเลือกตั้งในครั้งนั้น ในกรณีที่บุคคลซึ่งได้รับการเลือกตั้งในลำดับถัดลงมา มีคะแนนเสียงเท่ากันเกินจำนวนกรรมการที่จะพึงมีหรือจะพึงเลือกตั้งในครั้งนั้น ให้ผู้เป็นประธานเป็นผู้ออกเสียงชี้ขาด

  3. ในการประชุมสามัญประจำปีทุกครั้ง ให้กรรมการออกจากตำแหน่ง 1 ใน 3 เป็นอัตรา ถ้าจำนวนกรรมการที่จะแบ่งออกให้ตรงเป็นสามส่วนไม่ได้ ก็ให้ออกโดยจำนวนใกล้ที่สุดกับส่วน 1 ใน 3 กรรมการที่จะต้องออกจากตำแหน่งในปีแรก และในปีที่สองภายหลังจดทะเบียนบริษัทให้จับสลากกันว่าผู้ใดจะออก ส่วนปีหลังๆ ต่อไปให้กรรมการที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดนั้นเป็นผู้ออกจากตำแหน่ง
  4. กรรมการคนใดจะลาออกจากตำแหน่ง ให้ยื่นใบลาออกต่อบริษัทฯ การลาออกมีผลนับแต่วันที่ใบลาออกไปถึงบริษัทฯ
  5. ในการลงมติให้กรรมการคนใดออกจากตำแหน่งก่อนถึงคราวออกตามวาระ ให้ถือคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง และมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนหุ้นที่ถือ โดยผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
  • การมอบอำนาจ โดยคณะกรรมการบริษัท
บริษัทฯ โดยกรรมการผู้มีอำนาจลงลายมือชื่อในนามบริษัทฯ สองในสี่คน ลงลายมือชื่อร่วมกันมอบอำนาจให้กรรมการท่านอื่น หรือบุคคลอื่น ดำเนินการแทน ในกิจการของบริษัทฯ ภายในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ
ทั้งนี้ การมอบหมายอำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทนั้น จะไม่มีลักษณะเป็นการมอบอำนาจ หรือมอบอำนาจช่วงที่ทำให้คณะกรรมการบริษัท หรือผู้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการบริษัท สามารถอนุมัติรายการที่ตนหรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง (ตามนิยามไว้ในประกาศคณะกรรมการก.ล.ต.) สำหรับทั้งบริษัทฯ และบริษัทย่อย อำนาจการอนุมัติของคณะกรรมการบริษัท มีดังนี้
  • การมอบอำนาจ โดยคณะกรรมการบริษัท
  • พิจารณาอนุมัติการทำรายการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ เว้นแต่รายการดังกล่าวจะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ ในการพิจารณาอนุมัติดังกล่าวจะเป็นไปตามประกาศ ข้อบังคับ และ/หรือ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน ก.ล.ต.
  • พิจารณาอนุมัติการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน เว้นแต่รายการดังกล่าวจะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ ในการพิจารณาอนุมัติดังกล่าวจะเป็นไปตามประกาศ ข้อบังคับ และ/หรือ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสำนักงาน ก.ล.ต.
  • พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้น เมื่อเห็นได้ว่าบริษัทฯ มีกำไรพอสมควรที่จะทำเช่นนั้น และรายงานการจ่ายเงินปันผลดังกล่าว ให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบในการประชุมผู้ถือหุ้นคราวต่อไป
  • มีอำนาจพิจารณาอนุมัติการกู้หรือการขอสินเชื่อใดๆ จากสถาบันการเงิน หรือการตั้งวงเงินทุนหมุนเวียนใหม่ (O/D) รวมตลอดถึงการใช้จ่ายเงินเพื่อการลงทุน เพื่อการจัดซื้อที่ดิน ภายในวงเงินแต่ละรายการที่เกินกว่า 200 ล้านบาท ต่อครั้ง
การสรรหากรรมการบริษัท
บริษัทฯ ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ทำหน้าที่พิจารณาคัดเลือก และกลั่นกรองบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อ เพื่อการคัดเลือกและเสนอแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการ โดยคำนึงถึงสัดส่วน จำนวน และองค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัทที่เหมาะสม คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนจะพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อกำหนดของบริษัทฯ และเสนอแนะต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อเสนอชื่อต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเลือกตั้งเป็นรายบุคคล
คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน มีการกำหนดหลักเกณฑ์ และขั้นตอนการสรรหากรรมการ ไว้อย่างเป็นระบบ มีดังนี้
  1. บริษัทฯ เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยสามารถเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม กรรมการ หรือพิจารณาบุคคลจากทำเนียบกรรมการอาชีพ (Director Pool) หรือพิจารณากรรมการเดิมเพื่อเสนอให้ดำรงตำแหน่งต่อ หรือให้กรรมการแต่ละคนเสนอชื่อบุคคลที่เหมาะสมได้
  2. คัดเลือกและกลั่นกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นกรรมการ โดยพิจารณาความเหมาะสมของความรู้ ประสบการณ์ ความสามารถเฉพาะด้านที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งเป็นไปตามคุณสมบัติด้านทักษะที่จำเป็นต่อการสรรหากรรมการ (Board Skill Matrix)
  3. ตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่ถูกเสนอชื่อ ว่ามีคุณสมบัติเป็นไปตามตามกฎหมายและข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับดูแล
  4. การอุทิศเวลาของกรรมการ การมีส่วนได้เสียหรือความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจมีกับบริษัทฯ กรณีเป็นกรรมการเดิมที่จะกลับเข้าดำรงตำแหน่งอีกวาระ โดยพิจารณาจากผลการปฏิบัติงานในช่วงการดำรงตำแหน่ง การให้ข้อเสนอแนะความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ การเข้าร่วมกิจการต่างๆ ของกรรมการ รวมถึงจำนวนบริษัทที่กรรมการแต่ละคนจะไปดำรงตำแหน่ง เพื่อให้มั่นใจว่าประสิทธิภาพการทำงานจะไม่ลดลง
  5. กรณีแต่งตั้งกรรมการอิสระ มีการพิจารณาคุณสมบัติของบุคคลที่ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการอิสระ ให้มีความเป็นอิสระเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนด ซึ่งมีความเข้มงวดกว่าหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยคณะกรรมการกำกับตลาดทุน
  6. จัดทำรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนได้พิจารณาคัดกรองแล้ว พร้อมคุณสมบัติและเหตุผลในการคัดเลือกเรียงตามลำดับเสนอคณะกรรมการบริษัท เพื่อเสนอชื่อต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเลือกตั้งเป็นรายบุคคล
  • อำนาจของคณะกรรมการบริษัท
  1. คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัทฯ และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์สุจริต (duty of loyalty) และความระมัดระวัง (duty of care) รักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทั้งในปัจจุบันและในระยะยาว ทั้งนี้ รวมถึงการปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และข้อบังคับของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และคณะกรรมการกำกับตลาดทุน
  2. คณะกรรมการบริษัท มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ และจะแต่งตั้งรองประธานกรรมการก็ได้ตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร
  3. คณะกรรมการบริษัท มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการบริหารและมีอำนาจแต่งตั้งบุคคลใดๆ เป็นเลขานุการบริษัทตามที่คณะกรรมการบริษัทเห็นสมควร
  4. คณะกรรมการบริษัท ดูแลให้กรรมการได้รับการอบรมและพัฒนาความรู้ที่จำเป็นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้ในงานที่เกี่ยวข้องโดยใช้ทรัพยากรของบริษัทฯ
  • การประชุมและองค์ประชุม
  • บริษัทฯ จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และมีการประชุมพิเศษเพิ่มเติมตามความจำเป็น โดยกำหนดให้กรรมการมีหน้าที่ต้องเข้าร่วมประชุมทุกครั้ง เว้นแต่มีเหตุจำเป็น โดยในการประชุมจะมีการกำหนดวัน เวลา และวาระการประชุมไว้ล่วงหน้าตลอดปีอย่างชัดเจนกำหนดเป็นทุกวันอังคารที่ 2 ของเดือน และมีการส่งหนังสือเชิญประชุมที่แสดงระเบียบวาระการประชุม และเอกสารประกอบให้กรรมการแต่ละท่านล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันประชุมเพื่อให้กรรมการมีเวลาเพียงพอในการศึกษาก่อนการประชุม เว้นแต่จะมีกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่มีผลกระทบต่อประโยชน์ของบริษัทฯ และบริษัทฯ ได้บันทึกรายงานการประชุมทุกครั้งให้แล้วเสร็จภายในไม่เกิน 14 วันนับแต่วันประชุม โดยมีรายละเอียดประกอบด้วยข้อคิดเห็น / ข้อสังเกตเป็นลายลักษณ์อักษร โดยกรรมการทุกท่านสามารถขอตรวจสอบรายงานการประชุมจากเลขานุการบริษัทได้โดยตลอด และจัดเก็บรายงานการประชุมที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการบริษัทแล้วพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ครบถ้วน
  • 1.

    บริษัทฯ มีนโยบายว่าในวาระใด หากกรรมการเข้าข่ายมีผลประโยชน์ที่อาจขัดแย้งกับผลประโยชน์ของบริษัทฯ ฝ่ายเลขานุการบริษัทจะไม่จัดส่งวาระการประชุมนั้น และกรรมการที่มีส่วนได้เสียจะต้องออกจากห้องประชุมเป็นการชั่วคราว และงดออกเสียงในวาระการลงมตินั้นซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่คณะกรรมการบริษัทได้กระทำมาโดยตลอด

    2.

    ในการประชุมคณะกรรมการบริษัทต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ถ้ามีรองประธานกรรมการให้รองประธานกรรมการเป็นประธาน ถ้าไม่มีรองประธานกรรมการหรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการซึ่งมาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

    3.

    การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

    4.

    กรรมการหนึ่งคนมีเสียง 1 เสียงในการลงคะแนน เว้นแต่กรรมการซึ่งมีส่วนได้เสียในเรื่องใดไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีก 1 เสียงเป็นเสียงชี้ขาด

    5.

    ในการเรียกประชุมคณะกรรมการบริษัทให้ประธานกรรมการหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายส่งหนังสือนัดประชุมไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนประวันประชุม เว้นแต่ในกรณีจำเป็นรีบด่วนเพื่อรักษาสิทธิหรือประโยชน์ของบริษัทฯ จะแจ้งการนัดประชุมโดยวิธีอื่นและกำหนดวันประชุมให้เร็วกว่านั้นก็ได้

    6.

    เพื่อการกำกับดูแลกิจการที่ดี บริษัทฯ มีนโยบายโดยกำหนดองค์ประชุมขั้นต่ำในขณะลงมติว่าจะต้องมีกรรมการอยู่ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด

  • การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท
ในปี 2562 บริษัทฯ จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัท จำนวน 12 ครั้ง โดยสรุปผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท ได้ดังนี้
การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท
5.3 คณะกรรมการชุดย่อย
คณะกรรมการบริษัท ได้แต่งตั้งกรรมการที่มีความรู้ ความชำนาญที่เหมาะสมเป็นคณะกรรมการชุดย่อย เพื่อช่วยปฏิบัติงานในการศึกษาและกลั่นกรองเรื่องสำคัญ ที่ต้องการดูแลอย่างใกล้ชิดในแต่ละด้าน และเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อยของบริษัทฯ ประกอบด้วย คณะกรรมการตรวจสอบ (คณะกรรมการตรวจสอบทุกท่าน มีประสบการณ์ ความรู้ ความสามารถด้านบัญชีการเงินที่เพียงพอในการสอบทานงบการเงิน) คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
5.3.1 คณะกรรมการตรวจสอบ
คณะกรรมการบริษัท ได้อนุมัติจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2542 โดยแต่งตั้งจากกรรมการบริษัทที่มีคุณสมบัติตามกฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด ประกอบด้วยกรรมการอิสระ 3 ท่าน กรรมการทุกคนและเป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจ หรือมีประสบการณ์ด้านการบัญชี หรือการเงิน ดังรายชื่อต่อไปนี้

ลำดับ

ชื่อ - นามสกุล

ตำแหน่งในคณะกรรมการตรวจสอบ

ตำแหน่งในคณะกรรมการบริษัท

การเข้าประชุม

1.

นายอนันต์ เกตุพิทยา

ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ

กรรมการอิสระ

12/12

2.

ผศ.อัศวิน พิชญโยธิน

กรรมการตรวจสอบ

กรรมการอิสระ

11/12

3.

รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์

กรรมการตรวจสอบ

กรรมการอิสระ

11/12

คณะกรรมการบริษัท กำหนดกฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบ ไว้ดังนี้
องค์ประกอบของคณะกรรมการ
  1. กรรมการตรวจสอบต้องเป็นกรรมการอิสระ
  2. มีกรรมการตรวจสอบอย่างน้อย 3 คน โดยมีกรรมการตรวจสอบอย่างน้อย 1 ท่าน เป็นกรรมการผู้มีความรู้ด้านการเงินและบัญชี
องค์ประกอบของคณะกรรมการ
  1. ได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัทหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ให้เป็นกรรมการตรวจสอบ และเป็นกรรมการอิสระ
  2. ถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือ นิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ทั้งนี้ ให้นับรวมการถือหุ้นของผู้ที่เกี่ยวข้องของกรรมการอิสระรายนั้นๆ ด้วย
  3. ไม่เป็นหรือเคยเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมบริหารงาน ลูกจ้าง พนักงาน ที่ปรึกษา ที่ได้เงินเดือนประจำ หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ก่อนวันที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการอิสระ
  4. ไม่เป็นบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายโลหิต หรือโดยการจดทะเบียนตามกฎหมาย ในลักษณะที่เป็น บิดามารดา คู่สมรส พี่น้อง และบุตร รวมทั้งคู่สมรสของบุตร ของผู้บริหาร หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้มีอำนาจควบคุม หรือบุคคลที่จะได้รับการเสนอให้เป็นผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจควบคุมของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย
  5. ไม่มีหรือเคยมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วมหรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ในลักษณะที่อาจเป็นการขัดขวางการใช้วิจารณญาณอย่างอิสระของตน รวมทั้งไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการซึ่งไม่ใช่กรรรมการอิสระ หรือผู้บริหารของผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปีก่อนวันที่ยื่นคำขออนุญาตต่อสำนักงานคณะกรรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
  6. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง และไม่เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการซึ่งไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนผู้จัดการของสำนักงานสอบบัญชี ซึ่งมีผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ก่อนวันที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการอิสระ
  7. ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้ให้บริการทางวิชาชีพใดๆ ซึ่งรวมถึงการให้บริการเป็นที่ปรึกษากฎหมายหรือที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งได้รับค่าบริการเกินกว่า 2 ล้านบาทต่อปี จากบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ให้บริการทางวิชาชีพเป็นนิติบุคคล ให้รวมถึงการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กรรมการซึ่งไม่ใช่กรรมการอิสระ ผู้บริหาร หรือหุ้นส่วนผู้จัดการ ของผู้ให้บริการทางวิชาชีพนั้นด้วย เว้นแต่จะได้พ้นจากการมีลักษณะดังกล่าวมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ก่อนวันที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการอิสระ
  8. ไม่เป็นกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของกรรมการของบริษัทฯ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ
  9. ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการดำเนินงานของบริษัทฯ
  10. กรรมการอิสระที่มีคุณสมบัติตาม 1 - 9 อาจได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทให้ตัดสินใจในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง โดยมีการตัดสินใจในรูปแบบองค์คณะได้
หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ
  1. สอบทานให้บริษัทฯ มีการรายงานทางการเงิน อย่างถูกต้อง และเปิดเผยอย่างเพียงพอ รวมถึงสอบทานรายงานผลการดำเนินงานที่มิใช่ทางการเงิน พร้อมให้ข้อคิดเห็น พิจารณาแนวทางการจัดการ เพื่อให้มั่นใจว่า มีการปฏิบัติงานตามแนวทางอย่างเหมาะสมและโปร่งใส
  2. สอบทานให้บริษัทฯ มีระบบการควบคุมภายใน (Internal Control) และการตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล และพิจารณาความเป็นอิสระของหน่วยงานตรวจสอบภายใน ตลอดจนให้ความเห็นชอบในการเสนอ พิจารณาแต่งตั้ง โยกย้าย เลิกจ้างหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายใน หรือหน่วยงานอื่นใดที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบภายใน
  3. สอบทานให้บริษัทฯ ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ
  4. สอบทานประสิทธิภาพและความเหมาะสมของการบริหารความเสี่ยง พร้อมทั้งให้ข้อเสนอแนะและติดตามความคืบหน้าของการบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญอย่างเป็นระบบ
  5. สอบทานให้บริษัทฯ มีมาตรการการควบคุมภายใน รวมถึงการกำกับดูแล การปฏิบัติตามมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ตลอดจนประเมินความเสี่ยง ให้คำแนะนำ และรายงานผลการตรวจสอบตามมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันต่อคณะกรรมการบริษัทรับทราบอย่างสม่ำเสมอ
  6. พิจารณาคัดเลือก และเสนอแต่งตั้งบุคคลซึ่งมีความเป็นอิสระเพื่อทำหน้าที่เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ รวมถึงการเสนอเลือกผู้สอบบัญชีภายนอกเดิมกลับเข้ามาใหม่ การเสนอเลิกจ้างผู้สอบบัญชีภายนอกเดิม และเสนอค่าตอบแทนของบุคคลดังกล่าว รวมทั้งเข้าร่วมประชุมกับผู้สอบบัญชีโดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุมด้วยอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  7. พิจารณารายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ให้เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจว่า รายการดังกล่าวสมเหตุสมผลและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทฯ
  8. จัดทำรายงานของคณะกรรมการตรวจสอบ โดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัทฯ ซึ่งรายงานดังกล่าวต้องลงนามโดยประธานคณะกรรมการตรวจสอบ และต้องประกอบด้วยข้อมูลอย่างน้อยดังต่อไปนี้

    8.1 ความเห็นเกี่ยวกับความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นที่เชื่อถือได้ ของรายงานทางการเงินของบริษัทฯ และรายงานผลการดำเนินงานที่มิใช่รายงานทางการเงิน

    8.1 ความเห็นเกี่ยวกับความถูกต้อง ครบถ้วน เป็นที่เชื่อถือได้ ของรายงานทางการเงินของบริษัทฯ และรายงานผลการดำเนินงานที่มิใช่รายงานทางการเงิน

    8.3 ความเห็นเกี่ยวกับความเพียงพอของระบบควบคุมภายในของบริษัทฯ

    8.4 ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ

    8.5 ความเห็นเกี่ยวกับรายการที่เกี่ยวโยงกันหรือที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์

    8.6 ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน

    8.7 ความเห็นเกี่ยวกับการตรวจสอบภายใน

    8.8 ความเห็นเกี่ยวความเหมาะสมของผู้สอบบัญชี

    8.9 จำนวนการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และการเข้าร่วมประชุมของกรรมการตรวจสอบแต่ละท่าน

    8.10 ความเห็นหรือข้อสังเกตโดยรวมที่คณะกรรมการตรวจสอบได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตร (charter)

    8.11 รายการอื่นที่เห็นว่าผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนทั่วไปควรทราบภายใต้ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท

  9. คณะกรรมการตรวจสอบ มีสิทธิเข้ารับการอบรม หรือเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้ในงานที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ทรัพยากรของบริษัทฯ
  10. ทบทวนและปรับปรุงกฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบ และเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่ออนุมัติ
  • ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัท มอบหมายด้วยความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ
ในการปฏิบัติหน้าที่ คณะกรรมการตรวจสอบมีความรับผิดชอบต่อคณะกรรมการบริษัทโดยตรง และคณะกรรมการบริษัทยังคงมีความรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทฯ ต่อบุคคลภายนอก
ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ หากพบหรือมีข้อสงสัยว่า มีรายการหรือการกระทำที่เกี่ยวกับ 1) รายการที่เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ 2) การทุจริตหรือมีสิ่งผิดปกติหรือมีความบกพร่องที่สำคัญในระบบควบคุมภายใน 3) การฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ ซึ่งอาจมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้คณะกรรมการตรวจสอบรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขภายในเวลาที่คณะกรรมการตรวจสอบเห็นควร
หากคณะกรรมการบริษัท หรือผู้บริหารไม่ดำเนินการให้มีการปรับปรุงแก้ไขภายในเวลา กรรมการตรวจสอบรายใดรายหนึ่งอาจรายงานว่ามีรายการหรือการกระทำนั้นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือตลาดหลักทรัพย์ฯ
  • การรายงาน
ทุกครั้งภายหลังจากที่มีการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ ให้เลขานุการที่ประชุมสรุปความเห็นของที่ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อทราบและ / หรือ เพื่อพิจารณา
  • เบ็ดเตล็ด
  1. คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจเชิญผู้บริหาร หรือผู้เกี่ยวข้อง หรือผู้สอบบัญชีเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมได้
  2. คณะกรรมการตรวจสอบอาจแสวงหาความเห็นที่เป็นอิสระจากที่ปรึกษาทางวิชาชีพอื่นใด เมื่อเห็นว่าจำเป็นได้ด้วยค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ
  3. คณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้พิจารณาและให้ความเห็นในการเสนอ แต่งตั้ง โยกย้าย พิจารณาความดีความชอบ หรือเลิกจ้าง ผู้บริหารหน่วยงานตรวจสอบภายใน
ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลฉบับเต็มของกฎบัตรฉบับดังกล่าวได้ที่เว็บไซต์ของบริษัทฯ ที่ www.supalai.com หมวดเกี่ยวกับเรา / คณะกรรมการบริษัท / คณะกรรมการชุดย่อย / คณะกรรมการตรวจสอบ / ข้อกำหนดคณะกรรมการตรวจสอบ
การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ
ในปี 2562 มีการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ จำนวน 12 ครั้ง โดยมีการรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท และมีการประชุมร่วมกับผู้ตรวจสอบบัญชีภายนอกทุกไตรมาส และประชุมร่วมกับผู้บริหารที่ดูแลด้านการเงินและบัญชี โดยสรุปผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบ จำนวน 12 ครั้ง ได้ดังนี้
การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ

ลำดับ

ชื่อ - นามสกุล

ตำแหน่งในคณะกรรมการตรวจสอบ

ตำแหน่งในคณะกรรมการบริษัท

การเข้าประชุม

1.

รศ.ดร.วิรัช อภิเมธีธำรง

ประธานคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน

กรรมการอิสระ

1/1

2.

นางอัจฉรา ตั้งมติธรรม

กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน

กรรมการบริหาร

1/1

3.

รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์

กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน

กรรมการอิสระ

1/1

คณะกรรมการบริษัท กำหนดกฎบัตรคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ไว้ดังนี้
องค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
  1. กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเป็นกรรมการอิสระมากกว่ากึ่งหนึ่ง
  2. มีกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนอย่างน้อย 3 คน โดยประธานคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเป็นกรรมการอิสระ และเป็นบุคคลที่มีความอาวุโสหรือเป็นผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์สูง
  3. ในปีที่กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนท่านใดเป็นกรรมการที่ได้รับการเสนอชื่อให้กลับมาดำรงตำแหน่งอีกวาระ กรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนจะไม่เข้าร่วมประชุมในวาระนั้น
  • คุณสมบัติกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
  1. ได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัท หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ให้เป็นกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
  2. ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการพิจารณารูปแบบและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนของกรรมการและผู้บริหารระดับสูง
  3. เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ มีความเข้าใจ เกี่ยวกับคุณสมบัติ หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน รวมถึงมีความรู้ด้านบรรษัทภิบาล
  4. มีความเป็นอิสระตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และมีความเป็นกลางในการสรรหาและคัดเลือกบุคคลผู้ที่สมควรได้รับการเสนอชื่อให้มาดำรงตำแหน่ง
  5. สามารถอุทิศเวลาอย่างเพียงพอในการปฏิบัติหน้าที่
  • ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบ
ด้านการสรรหา
  1. ทบทวนกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาบุคคลอย่างโปร่งใสและชัดเจน เสนอคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติก่อนสรรหากรรมการที่ครบวาระ
  2. กำหนดและทบทวน หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหาบุคคลให้เป็นไปตามตารางคุณสมบัติด้านทักษะที่จำเป็นต่อการสรรหากรรมการ (Board Skill Matrix) ที่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท เพื่อให้การดำรงตำแหน่งกรรมการเหมาะสมกับลักษณะธุรกิจที่บริษัทฯ ดำเนินกิจการอยู่
  3. กำหนดให้มีการตรวจสอบประวัติ คัดเลือกและกลั่นกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นกรรมการบริษัท โดยมีคุณสมบัติในด้านทักษะ ประสบการณ์ ความสามารถเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่บริษัทฯ ดำเนินกิจการอยู่ และเสนอแนะต่อคณะกรรมการบริษัทให้นำชื่อพร้อมประวัติเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
  4. พิจารณาคุณสมบัติของบุคคลที่ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการอิสระ ให้มีความเป็นอิสระเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนด
  5. พิจารณาคัดเลือกและกลั่นกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม เป็นประธานกรรมการบริหารและเสนอแนะต่อคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ
  6. พิจารณาและให้ความเห็นต่อข้อเสนอของประธานกรรมการบริหารเพื่อนำเสนอคณะกรรมการบริษัท เกี่ยวกับนโยบายด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ในการทำธุรกิจของบริษัทฯ
  7. สร้างความมั่นใจว่าแผนการสืบทอดตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในตำแหน่งที่สำคัญ และรายชื่อผู้ที่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับการพิจารณาได้รับการทบทวนอยู่เสมอเป็นระยะๆ
ด้านค่าตอบแทน
  1. พิจารณากลั่นกรองอัตราค่าตอบแทนกรรมการ และกำหนดหลักเกณฑ์ให้มีความเหมาะสมกับความรับผิดชอบและจูงใจให้คณะกรรมการบริษัทนำพาองค์กรให้ดำเนินตามเป้าหมายทั้งระยะสั้นและระยะยาวเพื่อเสนอแนะให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณานำเสนอเพื่อขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น
  2. พิจารณาหลักเกณฑ์และโครงสร้างค่าตอบแทนของประธานกรรมการบริหารและผู้บริหารระดับผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการขึ้นไป ให้จูงใจตามแผนกลยุทธ์และสอดคล้องกับผลประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น อาทิ รูปแบบค่าตอบแทน ระดับการจ่ายค่าตอบแทนเทียบกับอุตสาหกรรม เพื่อเสนอแนะให้คณะกรรมการบริษัทอนุมัติ ทั้งในรูปตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงินให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับกลยุทธ์ เป้าหมายระยะยาว ผลดำเนินงานของบริษัทฯ โดยเชื่อมโยงกับมูลค่าที่บริษัทฯ สร้างให้กับผู้ถือหุ้น และอยู่ในลักษณะเทียบได้กับระดับอุตสาหกรรม ประสบการณ์และภาระหน้าที่ที่กรรมการได้รับมอบหมาย
  3. ทบทวนกลยุทธ์ในการให้ผลประโยชน์ตอบแทน และเสนอคณะกรรมการบริษัทเพื่อจัดให้มีสิ่งจูงใจดำรงไว้ซึ่งพนักงานที่มีศักยภาพ รวมถึงให้คำเสนอแนะถึงการพิจารณาเงินเดือนหรือผลประโยชน์ต่างๆ แก่ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ
  4. กำหนดระยะเวลาและเงื่อนไขต่างๆ ในการว่าจ้างประธานกรรมการบริหาร รวมถึงผลประโยชน์ตอบแทนการสรรหา และเสนอแนะแก่คณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาผู้สืบทอดตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร
ด้านอื่นๆ
  1. พิจารณาโครงสร้างและองค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท โดยทบทวนจำนวนคณะกรรมการบริษัท และประสบการณ์ ให้มีความเหมาะสมกับขนาด ประเภท และความซับซ้อนของธุรกิจ รวมถึงผลประโยชน์ตอบแทนของคณะกรรมการบริษัท และให้ข้อเสนอแนะในการคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะได้รับการเสนอให้เป็นกรรมการบริษัท เพื่อเสนอขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น
  2. ทบทวนนโยบายว่าด้วยความหลากหลายในโครงสร้างของกรรมการบริษัทฯ เพื่อให้สอดคล้องกับ กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
  3. ทบทวนและปรับปรุงกฎบัตรคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน และเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่ออนุมัติ
  4. คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนมีอำนาจเชิญ ผู้บริหาร หรือผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมได้
  5. คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนอาจขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตรอย่างมีประสิทธิภาพด้วยค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ
  6. พิจารณาแผนการพัฒนาความรู้ของกรรมการในปัจจุบันและกรรมการเข้าใหม่ให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่ของกรรมการที่ดำรงตำแหน่งอยู่ รวมถึงบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท และพัฒนาการต่างๆ ที่สำคัญต่อลักษณะธุรกิจที่บริษัทฯ ดำเนินกิจการอยู่
  7. พิจารณาแผนการพัฒนาความรู้ของผู้บริหารระดับสูงให้มีทักษะและคุณลักษณะที่จำเป็นต่อการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่เป้าหมาย
  8. คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนมีสิทธิเข้ารับการอบรม หรือเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้ในงานที่เกี่ยวข้องโดยใช้ทรัพยากรของบริษัทฯ
  9. พิจารณารายชื่อกรรมการที่ผู้ถือหุ้นส่งมาล่วงหน้าเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทพิจารณาและผู้ถือหุ้นตามลำดับ
  10. ปฏิบัติงานอื่นใดที่เกี่ยวกับการสรรหาและการกำหนดค่าตอบแทนตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย
  • การรายงาน
ทุกครั้งภายหลังจากที่มีการประชุมคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ให้ประธาน ฯ ที่ประชุมสรุปความเห็นของที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบและ / หรือเพื่อพิจารณา และจัดทำรายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน เพื่อเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัทฯ และลงนามโดยประธานคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
  • การเปิดเผยข้อมูล
ดำเนินการเปิดเผยข้อมูลในรายงานประจำปีเกี่ยวกับนโยบายการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ รูปแบบค่าตอบแทนและจำนวนค่าตอบแทนของคณะกรรมการและประธานกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการและผู้บริหารระดับสูง รวมทั้งจัดให้มีการเปิดเผยความเป็นอิสระ หรือไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของที่ปรึกษาของคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
  • การประเมินผลคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย ในรูปแบบทั้งคณะและรายบุคคล (ประเมินตนเอง) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และรายงานให้คณะกรรมการบริษัทรับทราบ ทั้งนี้ เพื่อนำผลการประเมินมาปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลฉบับเต็มของกฎบัตรฉบับดังกล่าวได้ที่เว็บไซต์ของบริษัทฯ ที่www.supalai.com หมวดเกี่ยวกับเรา / คณะกรรมการบริษัท / คณะกรรมการชุดย่อย / คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน / ข้อกำหนดคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
  • การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
ในปี 2562 มีการประชุมคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน จำนวน 1 ครั้ง โดยสรุปผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ได้ดังนี้
การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ในปี 2562
5.3.3 คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ
คณะกรรมการบริษัท ได้อนุมัติจัดตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ ประกอบด้วยกรรมการ 4 ท่าน ดังรายชื่อต่อไปนี้
คณะกรรมการบริษัท กำหนดกฎบัตรคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ ไว้ดังนี้

ลำดับ

ชื่อ - นามสกุล

ตำแหน่งในคณะกรรมการตรวจสอบ

ตำแหน่งในคณะกรรมการบริษัท

การเข้าประชุม

1.

รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์

ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ

กรรมการอิสระ

1/1

2.

นายประศาสน์ ตั้งมติธรรม

คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ

กรรมการ

1/1

3.

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม

คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ

กรรมการ

1/1

4.

นายอธิป พีชานนท์

คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ

กรรมการ

1/1

  • องค์ประกอบของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ
มีคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการอย่างน้อย 3 คน ต้องมีอย่างน้อย 1 คน ต้องมีความรู้ความเข้าใจในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยประธานคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการเป็นกรรมการอิสระ
  • องค์ประกอบของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ
  1. คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน จะพิจารณาคัดเลือกจากกรรมการของบริษัทฯ และ/หรือผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณา หลังจากนั้นจะได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัทให้เป็นกรรมการกำกับดูแลกิจการ
  2. ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการ
  • ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบ
  1. พิจารณาทบทวนคู่มือนโยบายการกำกับดูแลกิจการให้มีความต่อเนื่องและเหมาะสมกับธุรกิจของบริษัท ฯ
  2. พิจารณาทบทวนค่านิยมด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงประกาศข้อความเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ ที่ออกสู่สาธารณะ
  3. สนับสนุนให้มีการเผยแพร่วัฒนธรรมในการกำกับดูแลกิจการที่ดี ให้เป็นที่เข้าใจของผู้บริหารและพนักงานทุกระดับ และให้มีผลในทางปฏิบัติ
  4. ทบทวนและรายงานต่อคณะกรรมการบริษัท เกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ และให้ความเห็นในแนวปฏิบัติและเสนอแนะเพื่อแก้ไขปรับปรุงตามความเหมาะสม
  5. ดูแลให้หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีมีผลในทางปฏิบัติ
  6. ให้คำปรึกษาแก่คณะทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้ารับการจัดอันดับการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยหน่วยงานกลางภายนอกองค์กรไม่น้อยกว่า 1 ครั้ง ทุกๆ 3 ปี
  7. กำหนดให้มีระบบงานรับข้อร้องเรียนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ในกรณีที่เกี่ยวกับบรรษัทภิบาลและจริยธรรมและจรรยาบรรณธุรกิจ ของกรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน
  8. คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการมีอำนาจเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องหรือผู้ที่เห็นสมควรเข้าร่วมประชุม หรือให้ชี้แจงในเรื่องที่เกี่ยวข้องได้
  9. คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการรายงานกิจกรรมของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ หรือหน้าที่อื่นใดที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมายต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  10. คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการอาจขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตรอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ
  11. คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ มีสิทธิเข้ารับการอบรม หรือเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้ในงานที่เกี่ยวข้องโดยใช้ทรัพยากรของบริษัทฯ
  12. ทบทวนและปรับปรุงกฎบัตรคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ และเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่ออนุมัติ
  13. ดูแลและให้คำแนะนำในการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม
  • การรายงาน
ภายหลังจากที่มีการประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการทุกครั้งให้เลขานุการที่ประชุมสรุปความเห็นของที่ประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อทราบและ / หรือ เพื่อพิจารณาภายในวันที่มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งถัดไป
  • การประเมินผลคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ
คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการต้องประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และรายงานให้คณะกรรมการบริษัทรับทราบ ทั้งนี้ เพื่อนำผลการประเมินมาปรับปรุงการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลฉบับเต็มของกฎบัตรฉบับดังกล่าวได้ที่เว็บไซต์ของบริษัทฯ ที่ www.supalai.com หมวดเกี่ยวกับเรา / คณะกรรมการบริษัท / คณะกรรมการชุดย่อย / คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ / ข้อกำหนดคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ
  • การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ
ในปี 2562 มีการประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ จำนวน 1 ครั้ง โดยสรุปผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ ได้ดังนี้
การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ ในปี 2562
5.3.4 คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
คณะกรรมการบริษัท ได้อนุมัติจัดตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ประกอบด้วยกรรมการ 14 ท่าน ดังรายชื่อต่อไปนี้

ลำดับ

ชื่อ - นามสกุล

ตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

ตำแหน่งในบริษัท

การเข้าประชุม

1.

นายอธิป พีชานนท์

ประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

กรรมการบริษัท

2/2

2.

นายอนันต์ เกตุพิทยา

กรรมการบริหารความเสี่ยง

กรรมการอิสระ

2/2

3.

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม

กรรมการบริหารความเสี่ยง

กรรมการบริษัท

2/2

4.

นางวารุณี ลภิธนานุวัฒน์

กรรมการบริหารความเสี่ยง

กรรมการการจัดการ

2/2

5.

นายปุณณพันธ์ เหน่งเพ็ชร

กรรมการบริหารความเสี่ยง

กรรมการการจัดการ

2/2

6.

นายกิตติพงษ์ ศิริลักษณ์ตระกูล

กรรมการบริหารความเสี่ยง

กรรมการการจัดการ

1/2

7.

นายบุญชัย ชัยอนันต์บวร

กรรมการบริหารความเสี่ยง

กรรมการการจัดการ

2/2

8.

นางสาวธัญวรัตน์ ปัญญารัตน์

กรรมการบริหารความเสี่ยง

กรรมการการจัดการ

2/2

9.

นางศิริพร วงศพ่าห์

กรรมการบริหารความเสี่ยง

กรรมการการจัดการ

2/2

10.

นางสุชาวดี สรรพอาสา

กรรมการบริหารความเสี่ยง

กรรมการการจัดการ

2/2

11.

นายกริช จันทร์เจริญสุข

กรรมการบริหารความเสี่ยง

กรรมการการจัดการ

2/2

12.

นายราชัย ปิยวาจานุสรณ์

กรรมการบริหารความเสี่ยง

กรรมการการจัดการ

2/2

13.

นายสุรศักดิ์ วิบูลย์วิภา

กรรมการบริหารความเสี่ยง

กรรมการการจัดการ

2/2

14.

นายชัยจักร วทัญญู

กรรมการบริหารความเสี่ยง

กรรมการการจัดการ

2/2

5.3.5 คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงชุดย่อย
คณะกรรมการบริษัท ได้อนุมัติจัดตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงชุดย่อย ประกอบด้วยกรรมการ 12 ท่าน ดังรายชื่อต่อไปนี้

ลำดับ

ชื่อ - นามสกุล

ตำแหน่งในคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

ตำแหน่งในบริษัท

การเข้าประชุม

1.

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม

ประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงชุดย่อย

กรรมการบริษัท

2/2

2.

นางวารุณี ลภิธนานุวัฒน์

กรรมการบริหารความเสี่ยงชุดย่อย

กรรมการจัดการ

2/2

3.

นายปุณณพันธ์ เหน่งเพ็ชร

กรรมการบริหารความเสี่ยงชุดย่อย

กรรมการจัดการ

2/2

4.

นายกิตติพงษ์ ศิริลักษณ์ตระกูล

กรรมการบริหารความเสี่ยงชุดย่อย

กรรมการการจัดการ

2/2

5.

นายบุญชัย ชัยอนันต์บวร

กรรมการบริหารความเสี่ยงชุดย่อย

กรรมการการจัดการ

2/2

6.

นางสาวธัญวรัตน์ ปัญญารัตน์

กรรมการบริหารความเสี่ยงชุดย่อย

กรรมการการจัดการ

1/2

7.

นางศิริพร วงศพ่าห์

กรรมการบริหารความเสี่ยงชุดย่อย

กรรมการการจัดการ

1/2

8.

นางสุชาวดี สรรพอาสา

กรรมการบริหารความเสี่ยงชุดย่อย

กรรมการการจัดการ

2/2

9.

นายกริช จันทร์เจริญสุข

กรรมการบริหารความเสี่ยงชุดย่อย

กรรมการการจัดการ

2/2

10.

นายราชัย ปิยวาจานุสรณ์

กรรมการบริหารความเสี่ยงชุดย่อย

กรรมการการจัดการ

2/2

11.

นายสุรศักดิ์ วิบูลย์วิภา

กรรมการบริหารความเสี่ยงชุดย่อย

กรรมการการจัดการ

2/2

12.

นายชัยจักร วทัญญู

กรรมการบริหารความเสี่ยงชุดย่อย

กรรมการการจัดการ

- *

*ได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2562
คณะกรรมการบริษัท กำหนดกฎบัตรคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ไว้ดังนี้
  • องค์ประกอบของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงจะถูกแต่งตั้งโดยคณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยคณะกรรมการจัดการและกรรมการอิสระอย่างน้อยหนึ่งท่าน
  • คุณสมบัติกรรมการบริหารความเสี่ยง
  1. ได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการบริษัท ให้เป็นกรรมการบริหารความเสี่ยง
  2. ไม่มีลักษณะอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถให้ความเห็นอย่างเป็นอิสระเกี่ยวกับการพิจารณาความเสี่ยง
  3. กรรมการบริหารความเสี่ยงที่มีคุณสมบัติตาม ข้อ 1-2 อาจได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทให้ตัดสินใจในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ บริษัทย่อย บริษัทร่วม หรือนิติบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง โดยมีการตัดสินใจในรูปแบบองค์คณะได้
  • ขอบเขตหน้าที่และความรับผิดชอบ
  1. กำหนดนโยบายและเสนอแนะแนวทางการบริหารความเสี่ยงต่างๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
  2. กำหนด ทบทวน และให้ความเห็นชอบ แผนบริหารความเสี่ยง ซึ่งครอบคลุมความเสี่ยงประเภทต่างๆ ที่สำคัญ ได้แก่ ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategic Risk) ความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ (Operational Risk) ความเสี่ยงด้านการเงิน (Financial Risk) ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk) ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ (Compliance Risk) ความเสี่ยงด้านทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption Risk) ความเสี่ยงด้านการตลาด (Market Risk) ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Risk) ความเสี่ยงด้านเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network Risk) และความเสี่ยงด้านการคุ้มครองผู้บริโภค(Customer Protection Risk) ความเสี่ยงด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม (Social and Environmental Risk) ความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Risk) และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risk)
  3. กำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk appetite) และระดับเบี่ยงเบนที่ยอมรับได้ (Risk Tolerance)
  4. จัดลำดับความเสี่ยงโดยการประเมินโอกาสที่จะเกิด (Likelihood) และผลกระทบ (Impact) ของความเสี่ยงที่สำคัญ
  5. ติดตามและประเมินผลการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง และกำกับดูแลให้มีแผนดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (Business Continuity Plan)
  6. พิจารณาประเด็นที่เป็นสาระสำคัญด้านความยั่งยืนของบริษัทฯ
  7. กำหนดให้มีระบบการควบคุมภายในที่ครอบคลุมความเสี่ยงประเภทต่างๆ ที่สำคัญ
  8. พิจารณาและทบทวนแนวทางและเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงให้มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับลักษณะและขนาดความเสี่ยงแต่ละด้านของธุรกรรมที่บริษัทดำเนินการ พร้อมทั้งให้ข้อสังเกต / ข้อเสนอแนะในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงของบริษัทฯ
  9. พิจารณาและทบทวนการกำหนดเพดานความเสี่ยง (Risk Limits) และมาตรการในการดำเนินการ กรณีที่ไม่เป็นไปตามเพดานความเสี่ยงที่กำหนด (Corrective Measures)
  10. คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง มีอำนาจเชิญผู้บริหาร หรือผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมได้
  11. คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงอาจขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามกฎบัตรอย่างมีประสิทธิภาพด้วยค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ
  12. จัดให้มีการสื่อสาร กิจกรรม หรือกระบวนการในการดำเนินงาน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยง โดยจัดให้มีการอบรมแนวทางการบริหารความเสี่ยงให้กับผู้บริหารและพนักงาน
  13. พิจารณาให้ความเห็นชอบคู่มือการบริหารความเสี่ยง และให้เผยแพร่คู่มือการบริหารความเสี่ยงแก่พนักงานเพื่อนำไปปฏิบัติ
  14. พิจารณาให้ความเห็นชอบ Risk Map โดยพิจารณาถึงความสัมพันธ์ของความเสี่ยง และผลกระทบที่มีต่อหน่วยงานต่างๆ ภายในบริษัทฯ
  15. กำกับดูแลและส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
  16. จัดให้มีการทดสอบความรู้ความเข้าใจของบุคคลภายในบริษัทฯ ถึงนโยบาย โครงสร้าง และความรับผิดชอบในการบริหารความเสี่ยง
  17. คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง มีสิทธิเข้ารับการอบรม หรือเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้ในงานที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ทรัพยากรของบริษัทฯ
  18. กำกับดูแลและติดตามผลการพัฒนานวัตกรรมและการจัดการทรัพยากรในการบริหารความเสี่ยงองค์กร เพื่อช่วยให้ธุรกิจมีแผนรองรับการเปลี่ยนแปลงที่ครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
  19. ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย
  • การรายงาน
ภายหลังจากที่มีการประชุมคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทุกครั้ง ประธานฯ ที่ประชุมสรุปความเห็นของที่ประชุมคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อทราบ และ / หรือเพื่อพิจารณา ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลฉบับเต็มของกฎบัตรฉบับดังกล่าวได้ที่เว็บไซต์ของบริษัทฯ ที่ www.supalai.com หมวดเกี่ยวกับเรา / คณะกรรมการบริษัท / คณะกรรมการชุดย่อย / คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง / ข้อกำหนดคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
ในปี 2562 มีการประชุมคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง จำนวน 2 ครั้ง โดยสรุปผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ได้ดังนี้
การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ในปี 2562
5.4 คณะกรรมการบริหาร
หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริหาร
  1. กำหนดแนวทาง เป้าหมาย กลยุทธ์ แผนการดำเนินงาน งบประมาณประจำปี และอำนาจการบริหารงานต่างๆ ของบริษัท เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทอนุมัติ
  2. กำกับดูแลการจัดการ การดำเนินงานของบริษัทฯ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด พร้อมตรวจสอบ ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่กำหนดไว้ ให้เป็นไปตามแผนธุรกิจที่ได้รับอนุมัติไว้
  3. ทบทวนผลการดำเนินงานเป็นระยะ เพื่อหาแนวทางแก้ไขอย่างรวดเร็ว ให้บรรลุเป้าหมายธุรกิจ
  4. ประเมินและกลั่นกรองโครงการลงทุนขนาดใหญ่ และงบประมาณประจำปี ก่อนส่งให้คณะกรรมการพิจารณา
  5. กำหนดโครงสร้างองค์กรและบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โดยครอบคลุมทั้งเรื่องการคัดเลือก การฝึกอบรม การว่าจ้าง และการเลิกจ้างพนักงานของบริษัทฯ คณะผู้บริหาร และผู้บริหารระดับสูง
  6. ให้คำปรึกษาแก่คณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับการตัดสินใจในเรื่องที่มีความสำคัญ และปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท
  7. เป็นผู้แทนของบริษัทฯ และดำเนินการในนามของบริษัทฯ กับบุคคลภายนอก
  8. มีอำนาจพิจารณาอนุมัติการใช้จ่ายเงินเพื่อการลงทุน เพื่อการจัดซื้อที่ดินภายในวงเงินแต่ละรายการไม่เกินกว่า 200 ล้านบาท ต่อครั้ง
  9. คณะกรรมการบริหารมีสิทธิเข้ารับการอบรม หรือเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้ในงานที่เกี่ยวข้อง โดยใช้ทรัพยากรของบริษัทฯ
  10. จัดทำแผนการสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan) และแผนการพัฒนาสำหรับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง พร้อมทั้งรายงานการปฏิบัติตามแผน เสนอต่อคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน และคณะกรรมการบริษัทพิจารณาตามลำดับ
  11. จัดให้มีการบริหารความเสี่ยงและกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติตามหลักการควบคุมภายใน
  12. จัดให้มีคู่มืออำนาจดำเนินการให้เหมาะสมกับความรับผิดชอบของคณะกรรมการจัดการ
  13. จัดสรรทรัพยากร การพัฒนาและงบประมาณ เช่น นโยบายและแผนการบริหารจัดการบุคคล และนโยบายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
  14. กำกับดูแลให้มีการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินและไม่ใช่ทางการเงินให้มีความครบถ้วน ถูกต้อง น่าเชื่อถือ
นอกจากนี้ กรรมการบริหาร 2 ท่าน มีอำนาจพิจารณาอนุมัติเพื่อการจัดซื้อที่ดิน ภายในวงเงินแต่ละรายการไม่เกินกว่า 100 ล้านบาทต่อครั้ง ส่วนที่เกิน 100 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 200 ล้านบาท คณะกรรมการบริหารมีอำนาจพิจารณาอนุมัติ และกรรมการบริหารแต่ละท่านมีอำนาจพิจารณาอนุมัติการจัดซื้อสินค้าวัสดุก่อสร้างภายในวงเงินแต่ละรายการตามอำนาจดำเนินการ
ทั้งนี้ การมอบอำนาจดังกล่าวข้างต้นให้แก่กรรมการบริหารนั้น จะต้องไม่มีลักษณะเป็นการมอบอำนาจที่ทำให้ผู้รับมอบอำนาจสามารถอนุมัติรายการที่ตนหรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง มีส่วนได้เสีย หรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในลักษณะอื่นใดกับบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย เว้นแต่เป็นการดำเนินงานตามธุรกิจปกติของบริษัทฯ และได้รับมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทที่มีกรรมการอิสระเข้าร่วมประชุม และได้กำหนดกรอบการพิจารณาชัดเจนแล้วเท่านั้น ทั้งนี้ให้เป็นไปตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานราชการอื่นๆ ที่กำหนด
5.5 คณะกรรมการจัดการ
คณะกรรมการจัดการ ประกอบด้วย ประธานกรรมการบริหาร รองประธานกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ รองกรรมการผู้จัดการ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ (อาวุโส) ผู้อำนวยการ(อาวุโส) โดยคณะกรรมการจัดการ มีการประชุมอย่างน้อยไตรมาส 1 ครั้ง
หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการจัดการ
  • ดำเนินการตามนโยบาย ทิศทาง กลยุทธ์ เป้าหมาย และโครงสร้างการบริหารงานของบริษัทฯ ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
  • ดำเนินงานตามแผนธุรกิจ งบประมาณ ที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารอย่างซื่อสัตย์ สุจริต และระมัดระวัง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้นอย่างดีที่สุด
  • ดำเนินงานตามระบบการบริหารความเสี่ยงและกำกับดูแลให้มีการปฏิบัติตามหลักการควบคุมภายใน
  • ทบทวนคู่มืออำนาจดำเนินการให้เหมาะสมกับความรับผิดชอบของคณะกรรมการจัดการ
  • ดำเนินการตามกรอบการจัดสรรทรัพยากร การพัฒนาและงบประมาณ เช่น นโยบายและแผนการบริหารจัดการบุคคล และนโยบายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • กำกับการบริหารงานทั่วไปตามที่กำหนดไว้ในระเบียบข้อบังคับของบริษัทฯ
  • ติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้เป็นไปตามนโยบายแผนงาน และงบประมาณที่ได้รับ
  • มีอำนาจอื่นๆ ซึ่งจำเป็นในการดำเนินงานของบริษัทฯตามที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทและ/หรือคณะกรรมการบริหารของบริษัทฯ มอบหมาย
  • ติดต่อสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสียภายนอกองค์การตามความจำเป็นในแต่ละครั้ง ตามอำนาจที่ได้รับมอบหมาย
ทั้งนี้ การมอบอำนาจดังกล่าวข้างต้นให้แก่คณะกรรมการจัดการนั้น จะต้องไม่มีลักษณะเป็นการมอบอำนาจที่ทำให้ผู้รับมอบอำนาจสามารถอนุมัติรายการที่ตนหรือบุคคลที่อาจมีความขัดแย้ง มีส่วนได้เสีย หรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในลักษณะอื่นใดกับบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย เว้นแต่เป็นการดำเนินงานตามธุรกิจปกติของบริษัทฯ และได้รับมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทที่มีกรรมการอิสระเข้าร่วมประชุม และได้กำหนดการพิจารณาชัดเจนแล้วเท่านั้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานราชการอื่นๆ ที่กำหนด
5.6 การประเมินผลเกี่ยวกับประสิทธิภาพการประชุมคณะกรรมการบริษัท
บริษัทฯ จัดให้มีการประเมินผลเกี่ยวกับประสิทธิภาพการประชุมคณะกรรมการบริษัททุกครั้งและเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2562 มีการจัดประชุมคณะกรรมการบริษัทจำนวน 12 ครั้ง โดยมีหลักเกณฑ์ การประเมินผลประสิทธิภาพการประชุมคณะกรรมการบริษัท จำนวน 10 หัวข้อ ดังนี้
  1. แจ้งวาระการประชุมล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันก่อนการประชุม
  2. ได้รับเอกสารข้อมูลครบถ้วนพร้อมหนังสือเชิญประชุม
  3. เริ่มประชุมตรงเวลา และการควบคุมเวลาการประชุม
  4. ความเหมาะสมและรายละเอียดชัดเจนของแต่ละวาระการประชุม
  5. การมีส่วนร่วมของกรรมการบริษัท
  6. ฝ่ายจัดการให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการบริษัทเพียงพอต่อการตัดสินใจ
  7. คำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสีย
  8. สรุปมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทชัดเจน
  9. การควบคุมและการจัดการข้อขัดแย้งในการประชุมคณะกรรมการบริษัทของประธานที่ประชุม
  10. อัตราผู้เข้าร่วมประชุม
หลักเกณฑ์ประเมินผลเกี่ยวกับประสิทธิภาพการประชุมคณะกรรมการบริษัท

คะแนนที่ได้รับ (%)

เกณฑ์ที่ได้

90 - 100

ดีเยี่ยม

80 - 89

ดีมาก

70 - 79

ค่อนข้างดี

60 - 69

พอสมควร

ต่ำกว่า 60

ควรปรับปรุง

คะแนนเต็มร้อยละ 100 ผลการประเมินเฉลี่ยเกี่ยวกับประสิทธิภาพการประชุมคณะกรรมการบริษัทในปี 2562 ที่ผ่านมาได้คะแนนร้อยละ 96.68 อยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม
5.7 การไม่กระทำผิด ด้านกฎหมาย ด้านการทุจริต ด้านกำกับดูแลกิจการ ด้านแรงงาน
บริษัทฯ ได้มอบหมายให้หน่วยงานตรวจสอบภายในทำหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติงาน (Compliance Unit) โดยในระหว่างปี 2562
  1. บริษัทฯ และคณะกรรมการบริษัทรวมถึง คณะผู้บริหารของบริษัทฯ ไม่มีการกระทำที่ขัดต่อกฎระเบียบที่เป็นความผิดร้ายแรง (Serious Offenses) ไม่มีประวัติการกระทำผิดกฎระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  2. ไม่มีผู้ใดถูกพิพากษาว่ากระทำผิดทางอาญาหรืออยู่ระหว่างการถูกฟ้องร้องคดีอาญา การถูกพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายหรือถูกพิทักษ์ทรัพย์
  3. ไม่มีประวัติการทำรายการที่อาจเกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัทฯ ในรอบปีที่ผ่านมา
  4. ไม่มีประวัติการกระทำความผิดอาญาในความผิดที่เกี่ยวกับทรัพย์ซึ่งได้กระทำโดยทุจริต หรือด้านจริยธรรม
  5. ไม่มีผู้บริหารลาออก เนื่องจากประเด็นเรื่องการกำกับดูแลกิจการ
  6. ไม่มีข้อพิพาทเกี่ยวกับชื่อเสียงในทางลบของบริษัทฯ อันเนื่องมาจากความล้มเหลวในการทำหน้าที่สอดส่อง
ดูแลของคณะกรรมการบริษัทรวมถึงไม่มีข้อพิพาทด้านแรงงานที่มีนัยสำคัญในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา
5.8 ภาวะผู้นำและวิสัยทัศน์
คณะกรรมการบริษัท กำหนดวิสัยทัศน์ที่จะเป็น “ผู้นำด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างยั่งยืน โดยมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม” และกำหนดภารกิจว่าจะต้อง “สร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการ เพื่อผลประกอบการที่ดีโดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสีย” จึงมีการพัฒนาที่อยู่อาศัยทุกประเภท (บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ และอาคารชุด) เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างศักยภาพในการเจริญเติบโต ทั้งยังเป็นบริษัทฯ ที่มีการพัฒนาบ้านอนุรักษ์พลังงาน โดยให้ความใส่ใจในรายละเอียดทั้งด้านประโยชน์ใช้สอย การวางพื้นที่กิจกรรมต่างๆ ทั้งวัสดุอุปกรณ์และสไตล์แบบบ้าน นอกจากนี้ ยังตระหนักถึงพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติเป็นสิ่งที่กำลังจะหมดไป จึงได้ใช้หลักทั้งศาสตร์และศิลป์มาพัฒนาแบบและสร้างบ้านที่ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ให้ประโยชน์สูงสุดกับผู้อยู่อาศัย เพื่อสร้างความพึงพอใจกับลูกค้า โดยคณะกรรมการบริษัทมีการทบทวนและอนุมัติวิสัยทัศน์และภารกิจทุกปี เพื่อให้ผู้บริหารและพนักงานมีจุดมุ่งหมายไปในทิศทางเดียวกัน
5.9 ความขัดแย้งทางผลประโยชน์
บริษัทฯ ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยกรรมการ ผู้บริหาร พนักงานทุกคน จะไม่ใช้ข้อมูลจากตำแหน่งหน้าที่ไปสร้างประโยชน์ส่วนตน และในการตัดสินใจทางธุรกิจจะต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของลูกค้าและผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ โดยจะต้องไม่นำเหตุผลส่วนตนหรือบุคคลในครอบครัวมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจที่ทำให้เบี่ยงเบนไปจากหลักการข้างต้น โดยที่กรรมการ ผู้บริหารหรือพนักงานที่มีส่วนได้เสียในรายการนั้น จะต้องไม่มีส่วนในการพิจารณาอนุมัติโดยบริษัทฯ ได้ทำการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับรายการที่เกี่ยวโยงกันในรายงานประจำปี (แบบ 56-2) และแบบแสดงรายงานข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) อย่างครบถ้วน นอกจากนี้บริษัทฯ ห้ามผู้บริหารและพนักงานประกอบธุรกิจหรือมีส่วนร่วมในธุรกิจที่เป็นการแข่งขันกับธุรกิจของกลุ่มบริษัทไม่ว่ากรรมการ ผู้บริหารและพนักงานดังกล่าวจะได้รับผลประโยชน์ทางตรงหรือทางอ้อม โดยได้ระบุไว้ในจรรยาบรรณของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน (Code of Conduct) และนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ อย่างชัดเจน แต่หากจะมีการทำรายการที่เกี่ยวข้องกันหรือรายการที่มีความขัดแย้งของผลประโยชน์ คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายในการพิจารณาและอนุมัติรายการจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทก่อนดำเนินการ พร้อมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ รายละเอียดของรายการ มูลค่ารายการ เหตุผลและความจำเป็นไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปีและรายงานประจำปี ตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงาน กลต. และต้องมีคณะกรรมการตรวจสอบเข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาดูแลให้รายการระหว่างกันเป็นไปอย่างยุติธรรม สมเหตุสมผล และมีนโยบายการกำหนดราคาที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ เป็นหลัก ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เผยแพร่นโยบายดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัท www.supalai.com ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  • การตรวจสอบความขัดแย้งทางผลประโยชน์
คณะกรรมการบริษัท กำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน รายงานสถานการณ์ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เมื่อเริ่มเข้าปฏิบัติงาน, ทบทวนปีละ 1 ครั้ง และทุกครั้งเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ที่ทำให้เชื่อว่าจะทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และในกรณีที่พนักงานสงสัยว่าจะมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือมีบางอย่างที่อาจทำให้ผู้อื่นคิดว่าเป็นความขัดแย้งทางผลประโยชน์ต้องรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบทันที โดยถือเป็นกระบวนการควบคุมภายในของบริษัทฯ ที่กำหนดให้คณะกรรมการตรวจสอบและหน่วยงานตรวจสอบภายใน เป็นผู้สอดส่องกำกับดูแลและจัดการแก้ไขความขัดแย้งทางผลประโยชน์
นอกจากนี้ ในปี 2562 ได้ดำเนินการให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงานทุกคนทำรายงานความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ผลสรุปไม่พบรายการขัดแย้งที่มีสาระสำคัญ
5.10 ปรัชญาการบริหาร
เพื่อสังคมคุณภาพของ “ชาวศุภาลัย” บริษัทฯ จึงตั้งมั่นในการสร้างสรรค์ที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ พัฒนาผลิตภัณฑ์ตลอดเวลา พัฒนาสังคมให้มีความปลอดภัย อบอุ่น พัฒนาการบริการที่ดีด้วยความเป็นมืออาชีพ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า โดยยึดมั่นในปรัชญาการบริหารงาน
S (SUPERIORITY)
: เน้นความเป็นเลิศในด้านสินค้า บริการและการจัดการที่ดี
P (PROFITABILITY)
: คำนึงถึงผลประโยชน์สำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ผู้รับเหมา คู่ค้าและสังคม
  • ลูกค้า : ได้กำไรเป็นเงิน หรือกำไรชีวิต
  • ผู้ถือหุ้น : ได้เงินปันผล และมูลค่าเพิ่มจากการถือหุ้น
  • พนักงาน : มีรายได้-สวัสดิการที่ดี มีความสุขกับงาน
  • ผู้รับเหมา/คู่ค้า : ร่วมธุรกิจด้วยความพอใจ และเป็นธรรม
  • สังคม : ได้ประโยชน์จากการพัฒนาโครงการของบริษัท
L (LONGEVITY)
: คำนึงถึงผลประโยชน์สำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ลูกค้า ผู้ถือหุ้น พนักงาน ผู้รับเหมา คู่ค้าและสังคม
5.11 การถ่วงดุลของกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร
บริษัทฯ จัดให้มีคณะกรรมการบริษัทในจำนวนที่เหมาะสม คือ มีจำนวน 10 ท่าน คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วย
  1. กรรมการอิสระ จำนวน 4 ท่าน = 40%
  2. กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร จำนวน 2 ท่าน = 20%
  3. กรรมการที่เป็นผู้บริหาร จำนวน 4 ท่าน = 40%
ในคณะกรรมการบริษัท มีกรรมการที่มีความรู้ ความสามารถด้านการเงินและบัญชี 6 ท่าน ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท กรรมการทุกคนได้ทำหน้าที่กำกับดูแล โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น
5.12 ผลการประเมินทักษะความรู้ความสามารถ (Board Diversity)
คณะกรรมการบริษัท มอบหมายให้คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน กำหนดนโยบายว่าด้วยความหลากหลายในโครงสร้างของคณะกรรมการบริษัท (Board Diversity) ขึ้น โดยมีความเชื่อมั่นว่า การกำหนด ความหลากหลายในโครงสร้างของคณะกรรมการบริษัท เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความสมดุลด้านความคิด ด้านคุณภาพการทำงาน รวมถึงประสิทธิภาพด้านการตัดสินใจของคณะกรรมการซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ โดยมีการกำหนดทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทไว้จำนวน 12 ด้าน มี ดังนี้
  1. ด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  2. ด้านการบริหารความเสี่ยง
  3. ด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
  4. ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
  5. ด้านกลยุทธ์การตลาดและการแข่งขัน
  6. ด้านการจัดการในภาวะวิกฤต
  7. ด้านบัญชีการเงินและการธนาคาร
  8. ด้านเศรษฐศาสตร์
  9. IT Governance
  10. ด้านการตลาดระหว่างประเทศ
  11. ด้านงานออกแบบและสถาปัตยกรรม
  12. ด้านวิศวกรรม
หลักเกณฑ์การประเมินผลตนเอง เกี่ยวกับ ทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการบริษัท ดังนี้

ระดับความเชียวชาญ (%)

คะแนน

86 ขึ้นไป

4

76 - 85

3

66 - 75

2

50 - 65

1

ต่ำกว่า 50

0

โดยเลขานุการบริษัท ได้นำส่งแบบประเมินผลตนเองด้านความหลากหลายในโครงสร้างของคณะกรรมการบริษัท (Board Diversity) ให้คณะกรรมการบริษัททุกคนประเมินผลตนเองเป็นประจำทุกปี ซึ่งภายหลังที่กรรมการแต่ละคนประเมินผลตนเองเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะนำส่งแบบประเมินตนเองกลับมายังฝ่ายเลขานุการบริษัท เพื่อรวบรวมผลคะแนนการประเมินตนเองด้านความหลากหลายในโครงสร้างของคณะกรรมการบริษัท (Board Diversity) โดยในปี 2562 คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ได้พิจารณากลั่นกรองแล้วว่าคณะกรรมการบริษัท มีความรู้ ความสามารถ เหมาะสมกับการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5.13 การประชุมกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร และเป็นกรรมการอิสระ
บริษัทฯ สนับสนุนเพื่อให้เกิดการพัฒนาระบบการบริหารและการดำเนินงานของบริษัทฯ ดียิ่งขึ้น โดยให้กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร และเป็นกรรมการอิสระประชุมระหว่างกันเองตามความเหมาะสม โดยไม่มีกรรมการที่เป็นผู้บริหาร หรือฝ่ายจัดการเข้าร่วมในการประชุม เพื่ออภิปรายปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการจัดการธุรกิจของบริษัทฯ หรือเรื่องอื่นๆ ที่อยู่ในความสนใจ ซึ่งก่อให้เกิดประโยชน์ต่อบริษัทฯ และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย เนื่องจากสามารถแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระ และสร้างสรรค์มุมมองต่างๆ โดยในปี 2562 มีการประชุมฯ จำนวน 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2562
5.14 การรวมหรือแยกตำแหน่ง
บริษัทฯ ได้รวมตำแหน่งประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพของการบริหารและประหยัดค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตามในการประชุมทุกครั้งมติต่างๆ ที่ได้รับอนุมัติจะต้องเป็นมติเสียงข้างมาก ประธานกรรมการจะออกเสียงก็ต่อเมื่อคะแนนเสียงเท่ากัน ส่วนการตัดสินใจในเรื่องที่สำคัญจะต้องได้รับมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์จากคณะกรรมการบริษัททุกท่านที่ได้เข้าร่วมประชุม หากมีกรรมการท่านใดท่านหนึ่งไม่เห็นชอบถือว่าวาระนั้นไม่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท และกรณีที่ประธานกรรมการมีส่วนได้เสียในวาระนั้นๆ ประธานกรรมการจะงดออกเสียง
5.15 การจำกัดจำนวนบริษัทการดำรงตำแหน่งกรรมการที่บริษัทอื่นของประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ
บริษัทฯ ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการจำกัดจำนวนบริษัทการดำรงตำแหน่งกรรมการที่บริษัทอื่นของประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการและได้เผยแพร่นโยบายดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ www.supalai.com หากประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทอื่นๆ จำนวนที่มากเกินไป อาจมีผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ดังนั้น คณะกรรมการบริษัทจึงได้กำหนดนโยบายว่าด้วยการไปดำรงตำแหน่งกรรมการที่บริษัทอื่นของประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ เพื่อให้บริษัทฯ ได้รับประโยชน์สูงสุดในการที่ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ สามารถอุทิศเวลาสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีดังนี้
  1. ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ สามารถดำรงตำแหน่งในบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) บริษัทย่อย และบริษัทร่วมได้
  2. การดำรงตำแหน่งกรรมการที่บริษัทอื่น ซึ่งมีลักษณะเป็นการแข่งขันหรือคล้ายคลึงกันกับธุรกิจหรือของกลุ่มบริษัทฯ ให้นำเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นก่อนเสนอขออนุมัติต่อคณะกรรมการบริษัท และที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติเห็นชอบตามลำดับก่อนเข้ารับการดำรงตำแหน่งนั้น
  3. การดำรงตำแหน่งกรรมการในองค์กรอื่นใดนอกจากข้อ 1 และ 2 ซึ่งเมื่อนับรวมกันแล้วเกิน 5 แห่ง ต้องขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทก่อนเข้ารับการดำรงตำแหน่งนั้น
ในปี 2562 ที่ผ่านมา ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ มีการปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการจำกัดจำนวนบริษัทการดำรงตำแหน่งกรรมการที่บริษัทอื่นของประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ อย่างเคร่งครัด (รายละเอียดโปรดดูหัวข้อ คณะกรรมการบริษัท)
5.16 ค่าตอบแทนของกรรมการ
  • บริษัทฯ มีการกำหนดนโยบายว่าด้วยหลักเกณฑ์การนำเสนอและพิจารณาค่าตอบแทนของกรรมการ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้บรรลุเป้าหมายและมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดให้คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ทำหน้าที่พิจารณาอัตราค่าตอบแทนกรรมการ โดยกลั่นกรองอย่างละเอียดถึงความเหมาะสมประการต่างๆ และเปรียบเทียบอ้างอิงจากธุรกิจประเภทเดียวกัน รวมถึงการพิจารณาจากการขยายตัวทางธุรกิจ เพื่อเสนอคณะกรรมการบริษัท และนำเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นต่อไป
  • กรรมการบริษัทได้รับค่าตอบแทนรายเดือน และค่าบำเหน็จ โดยค่าตอบแทนดังกล่าวกำหนดให้อยู่ในระดับที่เทียบเคียงกับกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน
  • กรรมการที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่และความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ (เช่น เป็นอนุกรรมการ) จะได้รับค่าตอบแทนเพิ่ม
  • บริษัทฯ ไม่จ่ายเงินหรือทรัพย์สินอื่นใดให้แก่กรรมการ เว้นแต่จะจ่ายเป็นค่าตอบแทนตามสิทธิและผลประโยชน์ตอบแทนโดยปกติวิสัย ในฐานะที่เป็นกรรมการของบริษัทฯ
  • การจ่ายค่าตอบแทนกรรมการให้เป็นไปตามมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งประกอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุม
หลักเกณฑ์ค่าตอบแทนของกรรมการ
บริษัทฯ ได้กำหนดหลักเกณฑ์ค่าตอบแทนของคณะกรรมการบริษัทไว้และคณะกรรมการชุดย่อยอย่างชัดเจนและโปร่งใส โดยพิจารณาเทียบเคียงจากกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดเดียวกันประกอบ รวมถึงพิจารณาจากการขยายตัวทางธุรกิจ เพื่อสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้บรรลุเป้าหมายและมีประสิทธิภาพ
ค่าตอบแทนของประธานกรรมการบริหาร
บริษัทฯ มีการกำหนดนโยบายค่าตอบแทนของประธานกรรมการบริหาร โดยกำหนดให้คณะกรรมการบริษัท เป็นผู้พิจารณาผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ตามตัวชี้วัด (KPI) ที่ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท จากนั้น คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน จะเป็นผู้พิจารณาผลการปฏิบัติงาน และพิจารณาค่าตอบแทนของประธานกรรมการบริหาร ให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด
โดยมีหลักเกณฑ์ การประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานกรรมการบริหาร จากการบริหารงานตามพันธกิจ วิสัยทัศน์ กลยุทธ์ของบริษัทฯ เป้าหมายธุรกิจ และแผนธุรกิจประจำปี โดยมีการวัดผลจำนวน 2 ด้าน ดังนี้
  1. ด้านผลงานทางธุรกิจ
  2. ด้านการบริหารจัดการภายใน
ค่าตอบแทนผู้บริหาร
บริษัทฯ มีการกำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์การจ่ายค่าตอบแทนของผู้บริหาร โดยกำหนดให้คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ประเมินผลงานของผู้บริหารระดับสูง โดยทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรองอัตราค่าตอบแทนของผู้บริหารระดับผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการขึ้นไป โดยกำหนดค่าตอบแทนให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และผลปฏิบัติงานของผู้บริหารแต่ละท่าน
5.17 ปฐมนิเทศกรรมการใหม่
บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญต่อการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการใหม่จึงได้กำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่กรรมการบริษัทเพื่อให้กรรมการเข้ารับตำแหน่งสามารถรับทราบความคาดหวังที่บริษัทฯ มีต่อบทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบของกรรมการ นโยบาย ธุรกิจของบริษัทฯ และแนวปฏิบัติในการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ ตลอดจนสร้างความรู้ ความเข้าใจในธุรกิจ และการดำเนินงานของบริษัทฯ รวมถึงการเข้าเยี่ยมชมหน่วยงานหน่วยธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่กรรมการบริษัทฯ ปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที สรุปได้ดังนี้
1) ประสานงานในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทฯ ในด้านกฎหมายและอื่นๆ แก่คณะกรรมการบริษัท
2) ดำเนินการส่งมอบ “คู่มือสำหรับกรรมการ” ให้กับกรรมการท่านใหม่ เป็นเอกสารเกี่ยวกับข้อมูลบริษัทฯ และกฎหมายสำคัญที่เกี่ยวข้องอันจะเป็นประโยชน์สำหรับการเป็นคณะกรรมการบริษัทให้กับกรรมการ โดยมีเลขานุการบริษัทเป็นผู้ประสานงานการส่งมอบคู่มือฯ ทั้งนี้ คู่มือสำหรับกรรมการ ประกอบด้วย

1.

ข้อบังคับบริษัท

2.

วัตถุประสงค์ของบริษัท

3.

หนังสือรับรองของบริษัท

4.

พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด

5.

พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

6.

คู่มือกรรมการบริษัทจดทะเบียน

7.

กฎบัตรคณะกรรมการบริษัท และกฎบัตรคณะกรรมการชุดย่อย

8.

จรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของคณะกรรมการบริษัท

9.

คู่มือนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี และนโยบายบริษัทฯ ด้านอื่นๆ

3) จัดให้มีการพบปะกับประธานกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อยและผู้บริหารของบริษัท เพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในการที่จะนำมาเป็นหลักในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการใหม่ โดยมีการนำเสนอภาพรวมและรายละเอียดหัวข้อต่างๆ ดังนี้

1.

วิสัยทัศน์ พันธกิจ ประวัติบริษัทฯ

2.

กลยุทธ์ และเป้าหมายบริษัทฯ

3.

โครงสร้างการบริหารงาน

4.

ข้อมูลการดำเนินงานและกิจกรรมของบริษัทฯ

5.

บทบาท อำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบของกรรมการ

6.

นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี

7.

ประวัติโดยสังเขปของกรรมการท่านอื่นและผู้บริหาร

8.

คุณสมบัติและค่าตอบแทนกรรมการ

คณะกรรมการบริษัท ได้มอบหมายให้ เลขานุการบริษัทส่งมอบ “คู่มือกรรมการ” ให้กับกรรมการและที่ปรึกษาคณะกรรมการบริษัทที่ได้รับแต่งตั้งใหม่ พร้อมทั้งจัดให้มีการปฐมนิเทศกรรมการเข้าใหม่ ในหัวข้อต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ ได้แก่ ธุรกิจของบริษัทฯ แผนการดำเนินงาน เป้าหมายวิสัยทัศน์ พันธกิจของบริษัทฯ โครงสร้างองค์กรและการถือหุ้น การบริหารจัดการ บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทปรัชญา จรรยาบรรณของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน การกำกับดูแลกิจการที่ดี ความรับผิดชอบต่อสังคม นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี พร้อมนำกรรมการเข้าเยี่ยมชมโครงการต่างๆ ของบริษัทฯ โดยในปี 2562 ยังไม่มีกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งใหม่
5.18 แผนการสืบทอดตำแหน่ง
บริษัทฯ ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยแผนการสืบทอดตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การจัดวางกำลังคน และเป็นภารกิจย่อยของยุทธศาสตร์การวางแผนทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งมีการกำหนดและดูแลค่าตอบแทนและผลประโยชน์ให้กับบุคลากรอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม เพื่อรักษาบุคลากรให้พร้อมเติบโตไปกับบริษัทฯ ในระยะยาว นอกจากนี้ โดยบริษัทฯ มีแผนการคัดเลือกบุคลากรที่จะเข้ามารับผิดชอบในตำแหน่งงานบริหารที่สำคัญทุกระดับให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและโปร่งใส เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทฯ ได้ผู้บริหารที่มีความเป็นมืออาชีพ และเพื่อจัดเตรียมบุคคลากรที่มีคุณสมบัติเหมาะสม มีความรู้ และความสามารถเพียงพอ ให้มีความพร้อมทดแทนผู้บริหาร และผู้บริหารระดับสูง ในกรณีที่ลาออก เกษียณอายุ ครบวาระ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่ว่าในกรณีใด ทั้งนี้ เพื่อให้การปฏิบัติงานในตำแหน่งนั้นต่อเนื่องเป็นไปอย่างราบรื่น มีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงจากการไม่มีผู้สืบทอดตำแหน่งแทน จึงกำหนดให้ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน เป็นผู้จัดทำแผนสืบทอดตำแหน่ง ประธานกรรมการบริหาร กรรมการผู้จัดการ และผู้บริหารของบริษัทฯ เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้พิจารณา สำหรับการสรรหาคัดเลือกบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งผู้บริหารของบริษัทฯ คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ได้จัดให้มีการติดตามความคืบหน้าแผนสืบทอดตำแหน่งที่ครอบคลุมตำแหน่ง ดังนี้
1. ระดับประธานกรรมการบริหาร / กรรมการผู้จัดการ
เมื่อตำแหน่งผู้บริหารระดับประธานกรรมการบริหาร / กรรมการผู้จัดการว่างลงหรือผู้อยู่ในตำแหน่งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งได้ บริษัทฯ จะมีระบบการให้ผู้บริหารในระดับใกล้เคียง หรือระดับรองเป็นผู้รักษาการในตำแหน่งจนกว่าจะมีการสรรหาและคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนด และต้องเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ ความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ ความเหมาะสมกับวัฒนธรรมองค์กร โดยการพิจารณาของคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนเป็นผู้สรรหา เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท พิจารณาอนุมัติแต่งตั้งผู้ที่มีความเหมาะสมให้ดำรงตำแหน่งแทนต่อไป
2. ระดับผู้บริหาร
เมื่อตำแหน่งระดับผู้บริหารตั้งแต่ผู้อำนวยการขึ้นไปว่างลง หรือผู้อยู่ในตำแหน่งไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งได้ บริษัทฯ จะมีนำเสนอผู้สืบทอดตำแหน่งที่คัดเลือกไว้เสนอต่อคณะกรรมการบริหาร ทั้งนี้ การวางแผนการสืบทอดตำแหน่งของบริษัทฯ ระดับผู้บริหารมีกระบวนการ ดังนี้
  1. วิเคราะห์สถานการณ์การประกอบธุรกิจของบริษัทฯ ในด้านกลยุทธ์บริษัทฯ นโยบาย แผนการลงทุน แผนงานการขยายตัว
  2. ประเมินความพร้อมของกำลังคนให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทฯ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
  3. กำหนดแผนสร้างความพร้อมของกำลังคน โดยจะพัฒนาพนักงานหรือสรรหาพนักงานใหม่ เพื่อเตรียมทดแทนพนักงานที่ออก
  4. สร้างแผนสรรหาพนักงาน (Recruitment) และพัฒนาฝึกอบรมพนักงาน (Employee Training and Development) ไว้ล่วงหน้า โดยจัดหาหลักสูตรอบรม เพื่อพัฒนาพนักงาน เตรียมความพร้อมให้พนักงาน ผู้บริหารระดับต้น และผู้บริหารระดับกลาง ในการก้าวสู่ผู้บริหารระดับต้น ผู้บริหารระดับกลาง และระดับสูงต่อไป หรือก่อนพนักงานจะเกษียณหรือออกจากตำแหน่งก่อนเวลา
  5. กำหนดความสามารถ (Competencies) ซึ่งหมายถึง ความรู้ ทักษะ บุคลิกภาพ และทัศนคติที่พึงปรารถนาของพนักงานในตำแหน่งนั้นๆ และจัดทำแผนพัฒนาเป็นรายบุคคล (Individual Development Plan)
  6. คัดเลือก ประเมินผลงาน และประเมินศักยภาพของพนักงานเพื่อพิจารณาความเหมาะสม
  7. ใช้เครื่องมือทดสอบและประเมินบุคลากรเพื่อวิเคราะห์ศักยภาพของพนักงาน
  8. ระบุทายาทผู้สืบทอดตำแหน่ง จากการประเมินและวิเคราะห์ศักยภาพ ผลงาน ของพนักงาน ต้องมีการแจ้งให้พนักงานทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมรับมอบและเรียนรู้งาน และกำหนดหาทายาทสำรอง
  9. พัฒนาและประเมินพนักงานที่คาดว่าจะเป็นทายาทว่าจะสามารถมีพัฒนาการ และสร้างผลงานตามที่คาดหวังได้จริง หากไม่เป็นตามคาดหมายการเปลี่ยนตัวย่อมสามารถทำได้
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เผยแพร่นโยบายดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ www.supalai.com ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
5.19 รายการเกี่ยวโยง
บริษัทฯ ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยรายการเกี่ยวโยงกัน โดยกำหนดเป็นระเบียบปฏิบัติ กระบวนการในการพิจารณาและอนุมัติรายการ ตลอดจนการเปิดเผยข้อมูลให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง การเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในรายการที่เกี่ยวโยงกัน พ.ศ. 2546 ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เผยแพร่นโยบายดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ www.supalai.com ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
5.20 การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริษัทจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท เป็นประจำทุกปี ปีละ 1 ครั้ง โดยแบบประเมินผลจะมีความสอดคล้องกับหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท และขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทโดยมุ่งเน้นการนำผลประเมินที่ได้ไปใช้ประโยชน์ เพื่อการทบทวนผลงาน ประเด็นปัญหา หรืออุปสรรคต่างๆ ในระหว่างปีที่ผ่านมา รวมถึงการปรับปรุงการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทเพื่อเพิ่มประสิทธิผลการทำงานของคณะกรรมการบริษัทและสามารถนำไปใช้อ้างอิงในการทำ CG Rating ได้ โดยในปี 2562 จัดให้มีการประเมินผล 2 ลักษณะ คือ 1) การประเมินผลคณะกรรมการบริษัททั้งคณะ 2) การประเมินผลคณะกรรมการบริษัทรายบุคคล (ประเมินตนเอง) โดยแบบประเมินผลแบ่งเป็น 10 แบบ ประกอบด้วย

แบบประเมินผลการปฏบัติงาน

ทั้งคณะ

รายบุคคล
(ประเมินตนเอง)

คณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการชุดย่อย

  • คณะกรรมการตรวจสอบ

  • คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ

  • คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง

  • คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน

กระบวนการในการประเมินผลงานคณะกรรมการทั้งคณะและรายบุคคล
ทุกปีเลขานุการคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน จะนำส่งแบบประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการชุดย่อย ส่งให้คณะกรรมการทุกคนประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีในส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งภายหลังที่กรรมการแต่ละคนประเมินผลงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะนำส่งแบบประเมินผลการปฏิบัติงานกลับมายังเลขานุการคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน เพื่อรวบรวมผลคะแนนการประเมินของกรรมการแต่ละท่าน และสรุปผลวิเคราะห์การประเมินการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัทในรอบปี และรายงานให้คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน รับทราบ ทั้งนี้ ประธานคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน ได้นำเสนอผลการประเมินฯ ต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 แสดงภาพได้ดังนี้
กระบวนการในการประเมินผลงานคณะกรรมการทั้งคณะและรายบุคคล
โดยมีเกณฑ์การประเมินผลคิดเป็นร้อยละ ดังนี้

ระดับคะแนน

ระดับ

มากกว่า 85%

ดีเยี่ยม

มากกว่า 75%

ดีมาก

มากกว่า 65%

ดี

มากกว่า 50%

พอใช้

ต่ำกว่า 50%

ควรปรับปรุง

1. แบบประเมินผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการบริษัท แบบทั้งคณะและแบบรายบุคคล(ประเมินตนเอง) โดยสรุปผลการประเมินได้ดังนี้

แบบประเมินผลการปฎิบัตงานคณะกรรมการชุดย่อย

กรรมการแบบทั้งคณะ

กรรมการแบบรายบุคคล (ประเมินตนเอง)

จำนวนคำถาม

5 หมวด

6 หมวด

รายละเอียด

1.

โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการชุดย่อย

2.

บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ ของคณะกรรมการชุดย่อย

3.

การทำหน้าที่ของกรรมการชุดย่อย

4.

การประชุมคณะกรรมการชุดย่อย

5.

การพัฒนาตนเองของกรรมการชุดย่อย

1.

ความรู้ความสามารถที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจบริษัทฯ

2.

อำนาจหน้าที่ ความเป็นอิสระ และความเที่ยงธรรม

3.

การอุทิศเวลาในการปฎิบัติงานและการเข้าร่วมประชุม

4.

การเข้าร่วมกิจกรรม การอบรม เพื่อเพิ่มพูน ความรู้ตามบทบาทหน้าที่

5.

การปฎิบัติการตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย

6.

หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการชุดย่อยตามกฎบัตร

2. แบบประเมินผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการชุดย่อย แบบทั้งคณะและแบบรายบุคคล(ประเมินตนเอง) โดยสรุปผลการประเมินได้ดังนี้

แบบประเมินผลการปฎิบัตงานคณะกรรมการบริษัท

กรรมการแบบทั้งคณะ

กรรมการแบบรายบุคคล (ประเมินตนเอง)

จำนวนคำถาม

6 หมวด

9 หมวด

รายละเอียด

1.

โครงสร้างและคุณสมบัติของคณะกรรมการบริษัท

2.

บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ

3.

การทำหน้าที่ของกรรมการบริษัท

4.

การประชุมคณะกรรมการบริษัท

5.

ความสัมพันธ์กับฝ่ายจัดการ

6.

การพัฒนาตนเองของกรรมการและผู้บริหาร

1.

ความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจและการกระทำของตนเองสามารถอธิบายและตัดสินใจได้

2.

ความรับผิดชอบต่อการปฎิบัติหน้าที่ด้วยขีดความสามารถและประสิทธิภาพที่เพียวพอ

3.

การปฎิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างเท่าเทียม เป็นธรรมและสามารถอธิบายได้

4.

ความโปร่งใสในการดำเนินงานที่สามารถตรวจสอบได้และมีการเปิดเผยข้อมูล

5.

วิสัยทัศน์ในการสร้างมูลค่าเพิ่มแก่กิจการนระยะยาว

6.

จริยธรรมและจรรณยาบรรณในการประกอบธุรกิจ

7.

มีการปฎิบัติหน้าที่โดยใช้หลักความระมัดระวัง

8.

หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการชุดย่อยตามกฎบัตร

9.

หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการชุดย่อยตามกฎบัตร

จัดอยู่ในเกณฑ์
ดีเยี่ยม
ดีเยี่ยม
คะแนนเฉลี่ย
89.6%
99%
ผลการประเมินกรรมการแบบทั้งคณะ
ผลการประเมินกรรมการแบบรายบุคคล (ประเมินตนเอง)
จัดอยู่ในเกณฑ์
คะแนนเฉลี่ย
จัดอยู่ในเกณฑ์
คะแนนเฉลี่ย
คณะกรรมการตรวจสอบ
ดีเยี่ยม
97.76%
ดีเยี่ยม
98.33%
คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน
ดีเยี่ยม
88.89%
ดีเยี่ยม
98%
คณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ
ดีเยี่ยม
100%
ดีเยี่ยม
99.50%
คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง
ดีเยี่ยม
90.48%
ดีเยี่ยม
91%
5.21 การประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานกรรมการบริหาร
บริษัทฯ มีการกำหนดนโยบายค่าตอบแทนของประธานกรรมการบริหาร โดยกำหนดให้คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้พิจารณาผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ตามตัวชี้วัด (KPI) ที่ได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท จากนั้น คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน จะเป็นผู้พิจารณาผลการปฏิบัติงาน และพิจารณาค่าตอบแทนทั้งระยะสั้นและระยะยาวของประธานกรรมการบริหาร ให้สอดคล้องกับผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด โดยมีหลักเกณฑ์ การประเมินผลการปฏิบัติงานของประธานกรรมการบริหาร จากการบริหารงานตามพันธกิจ วิสัยทัศน์ กลยุทธ์ของบริษัทฯ เป้าหมายธุรกิจ และแผนธุรกิจประจำปี โดยมีการวัดผลจำนวน 2 ด้าน ดังนี้

1.

ด้านการบริหารจัดการภายใน

2.

ด้านผลงานทางธุรกิจ

5.22 การพัฒนาและการส่งเสริมความรู้ให้กับกรรมการ และผู้บริหาร
คณะกรรมการบริษัท สนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาความรู้ให้กับกรรมการทุกคนอย่างจริงจังเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท บริษัทฯ มีนโยบายส่งเสริมให้กรรมการ ผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติงานด้านสนับสนุนงานเลขานุการบริษัท เข้าร่วมสัมมนาและเข้าอบรมหลักสูตรต่างๆ ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือสถาบันอิสระอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาในส่วนของหน้าที่และความรับผิดชอบกรรมการ หรือแนวทางการบริหารจัดกัารแนวใหม่ เพื่อให้กรรมการบริษัททุกคนมีการพัฒนา และปรับปรุงการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการนำความรู้ต่างๆ มาปรับใช้อย่างเหมาะสมเพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง และนำความรู้มาใช้ประโยชน์กับบริษัทฯ ต่อไป (ดูหัวข้อคณะกรรมการบริษัท)
ทั้งนี้ ในปี 2562 มีกรรมการเข้ารับการพัฒนาและฝึกอบรมในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติที่หน้าที่กรรมการจำนวน 2 ท่าน คือ 1) นายอนันต์ เกตุพิทยา 2) ผศ.อัศวิน พิชญโยธิน (รายละเอียดโปรดดูหัวข้อ : การเข้าอบรมหลักสูตร หรือ เข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาของกรรมการ)
5.23 การดูแลด้านการใช้ข้อมูลภายใน
บริษัทฯ ปฏิบัติตามนโยบายว่าด้วยการใช้ข้อมูลภายใน ซึ่งเป็นนโยบายป้องกันกรรมการ ผู้บริหารหรือพนักงานใช้ข้อมูลภายในเพื่อผลประโยชน์แก่ตนเองหรือพวกพ้อง ซึ่งได้กำหนดแนวทางไว้ในจรรยาบรรณ (Code of Conduct) คู่มือกรรมการ คู่มือนโยบายการกำกับดูแลกิจการ โดยมีการเผยแพร่นโยบายดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ (www.supalai.com) เพื่อสร้างความมั่นใจว่า นโยบายดังกล่าวเป็นที่รับทราบ และนำมาสู่การปฏิบัติ สรุปรายละเอียดได้ ดังนี้

1.

กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ต้องไม่นำข้อมูลภายในของบริษัทฯ หรือคู่ค้าทางธุรกิจของบริษัทฯ ที่ตนได้รับทราบจากการ ปฏิบัติหน้าที่ ไปซื้อ หรือขาย หรือเสนอซื้อ หรือเสนอขาย หรือชักชวนให้บุคคลอื่นซื้อ หรือขาย หรือเสนอซื้อ หรือเสนอขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ หรือคู่ค้าทางธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือบุคคลอื่น และต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

2.

กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ต้องรักษาความลับและข้อมูลภายในในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบไม่ให้ตกไปยังบุคคลอื่น รวมทั้ง บุคลากรของบริษัทฯ ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

3.

บริษัทฯ มีการป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน โดยจำกัดการเข้าถึงข้อมูลที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณชน โดยให้รับรู้เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องและที่จำเป็นเท่านั้น และจัดระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลภายใน โดยเจ้าของข้อมูลต้องกำชับผู้ที่เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

4.

การเปิดเผยข้อมูลต้องเป็นไปโดยบุคลากรของบริษัทฯ ที่มีอำนาจหน้าที่ บุคลากรทั่วไปไม่มีหน้าที่เปิดเผยข้อมูล เมื่อถูกถามให้เปิดเผยข้อมูลที่ตนไม่มีหน้าที่เปิดเผย ให้แนะนำผู้ถามสอบถามผู้ที่ทำหน้าที่เปิดเผยข้อมูลนั้น เพื่อให้การให้ข้อมูลถูกต้อง และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

5.

พนักงานควรควบคุมบุคคลภายนอกที่มีส่วนร่วมเกี่ยวข้องกับข้อมูลภายใน เช่น ที่ปรึกษาทางการเงิน ที่ปรึกษากฎหมาย และ ผู้สอบบัญชีรวมทั้งผู้ร่วมงานที่มีส่วนร่วมในการทำหน้าที่เกี่ยวกับข้อมูลที่ยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชนและอยู่ระหว่างเจรจา ซึ่งเข้าข่ายการเก็บรักษาข้อมูลภายใน อันอาจมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงราคาหรือมูลค่าหลักทรัพย์ หรือ บริษัทฯ เสียผลประโยชน์ทางธุรกิจ บุคคลเหล่านั้นต้องทำสัญญาเก็บรักษาความลับ จนกว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์

6.

นอกจากข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณชนแล้ว บริษัทฯ ถือว่าข้อมูลต่างๆ ของบริษัทฯ เป็นข้อมูลที่ใช้ภายในเท่านั้น ซึ่งกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ต้องใช้ข้อมูลนั้นภายใต้กรอบหน้าที่และความรับผิดชอบตามที่ได้รับมอบหมาย

7.

กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคน มีหน้าที่ในการป้องกันรักษาข้อมูล และไม่หาประโยชน์จากข้อมูลภายใน แม้พ้นสภาพหรือสิ้นสุดการปฏิบัติงานที่บริษัทฯ ไปแล้ว โดยจัดให้มีการสัมภาษณ์ก่อนออกจากงาน เพื่อให้มีการส่งมอบข้อมูลลับคืนบริษัทฯ และเตือนพนักงานที่ลาออกถึงความรับผิดชอบในการรักษาข้อมูลลับของบริษัทฯ ที่ยังคงอยู่ต่อไปภายหลังออกจากงานแล้ว โดยทำเป็นหนังสือให้ลงนามรับทราบไว้ด้วย

8.

กรรมการ และผู้บริหาร มีหน้าที่รายงานการถือครองหลักทรัพย์ และรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ภายใน 3 วันทำการ นับจากวันที่ซื้อ ขาย โอน หรือรับโอน ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้ง ห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ในช่วง 1 เดือนก่อนที่จะเผยแพร่งบการเงินต่อสาธารณชน

9.

บริษัทฯ กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และจัดส่งสำเนารายงานดังกล่าวให้แก่บริษัทฯ ในวันเดียวกับวันที่รายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

10.

บริษัทฯ กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารที่ได้รับทราบข้อมูลภายในที่เป็นสาระสำคัญที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาหรือมูลค่าหลักทรัพย์ จะต้องระงับการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ในช่วง 1 เดือนก่อนที่งบการเงินหรือข้อมูลภายในนั้นจะเปิดเผยต่อสาธารณชน และห้ามเปิดเผยข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญนั้นต่อบุคคลอื่น โดยในช่วง 30 วันก่อนประกาศผลการดำเนินงาน เลขานุการบริษัท จะทำหนังสือแจ้งกรรมการ ผู้บริหาร และหน่วยงานที่รับทราบข้อมูลภายใน ไม่ให้เปิดเผยข้อมูลภายในแก่บุคคลภายนอกหรือบุคคลที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง

11.

บริษัทฯ รณรงค์ในการละเว้นการใช้ข้อมูลภายในผ่านช่องทางการติดต่อของบริษัทฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญ เช่น การออกหุ้นเพิ่มทุน การออกหุ้นกู้ เป็นต้น

12.

บริษัทฯ ถือว่าการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนนโยบายการใช้ข้อมูลภายใน การเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต จนทำให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทฯ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นความผิดที่ต้องรับโทษทางวินัย และ/หรือรับผิดทางกฎหมาย

ทั้งนี้ ในปี 2562 ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหาร ได้มีการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด จึงไม่มีกรณีฝ่าฝืน หรือ ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลภายใน
5.24 การดูแลด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทฯ ตระหนักถึงลูกค้าหรือผู้ใช้บริการหรือผู้มีส่วนได้เสียทุกท่านที่ติดต่อมายังบริษัทฯ และเว็บไซต์ของบริษัทฯ จึงได้จัดทำนโยบายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างปลอดภัยและเหมาะสม ทั้งนี้ ในปี 2562 บริษัทฯ ได้จัดทำระบบการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ให้มีกลไกและเทคนิคที่เหมาะสม รวมถึงจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของ ลูกค้าหรือผู้ใช้บริการหรือผู้มีส่วนได้เสียจากกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง และตัวแทนของบริษัทฯ ครอบคลุมการเข้าใช้บริการผ่านเว็บไซต์บริษัทฯ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการถูกนำไปใช้ เปิดเผย ทำลาย หรือเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้เผยแพร่นโยบายดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ www.supalai.com ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
5.25 การตรวจสอบภายใน
คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้จัดตั้งหน่วยงานตรวจสอบภายในขึ้นภายในบริษัทฯ และเพื่อให้การทำงานของหน่วยงานตรวจสอบภายในมีความเป็นอิสระจากฝ่ายบริหาร คณะกรรมการบริษัทจึงกำหนดให้หน่วยงานตรวจสอบภายใน มีสายการรายงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบ ทั้งนี้ เพื่อให้คณะกรรมการบริษัท สามารถติดตามการดำเนินงานของบริษัทฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หน่วยงานตรวจสอบภายใน การกำหนดวัตถุประสงค์ ภารกิจหลัก ขอบเขตการปฏิบัติงาน อำนาจหน้าที่ และหน้าที่ความรับผิดชอบไว้ในกฎบัตรของหน่วยงานตรวจสอบภายในอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งได้รับอนุมัติจากประธานกรรมการตรวจสอบ
โดยในปี 2562 หน่วยงานตรวจสอบภายใน สามารถปฏิบัติงานตามความรับผิดชอบตามที่กฎบัตรของหน่วยงานตรวจสอบภายในได้อย่างครบถ้วนเป็นอิสระ เที่ยงธรรม และเป็นไปตามที่จรรยาบรรณ และปณิธานของหน่วยงานตรวจสอบภายในกำหนดไว้ สรุปสาระสำคัญ ได้ดังนี้
1. การพัฒนางานตรวจสอบให้เกิดมูลค่าเพิ่ม

1.

โดยเน้นการให้บริการให้ความเชื่อถือ (Assurance Service) และการให้คำปรึกษา (Consulting Service) อย่างเป็นอิสระและเที่ยงธรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าและปรับปรุงการดำเนินงานของบริษัทฯ ให้มีการกำกับดูแล การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมภายในที่ดี บรรลุวัตถุประสงค์การดำเนินงานของบริษัทฯ

2.

จัดทำแผนงานตรวจสอบประจำปีเป็นไปตามทิศทางกลยุทธ์ของบริษัทฯ และความเสี่ยงที่สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินการ Risk – Based Audit Plan และปฏิบัติงานตามมาตรฐานการปฏิบัติงานวิชาชีพการตรวจสอบภายใน (Standard for the Professional Practice of Internal Auditing) ซึ่งรวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับบริษัทฯ (Compliance Audit)

3.

เน้นการให้ข้อเสนอแนะเชิงป้องกัน (Proactive Preventive Audit)

4.

มีการติดตามผลการปฏิบัติตามข้อเสนอแนะที่พบจากการตรวจสอบ

2. การพัฒนาผู้ตรวจสอบภายใน
จัดให้มีการทดสอบความรู้ตามมาตรฐานการปฏิบัติงานวิชาชีพการตรวจสอบภายใน (Standard for the Professional Practice of Internal Auditing) และส่งเสริมให้ผู้ตรวจสอบภายในพัฒนาตนเองด้วยการสอบวุฒิบัตรทางวิชาชีพตรวจสอบหรือวิชาชีพอื่นที่เกี่ยวข้องกับงานตรวจสอบภายในรวมทั้งส่งเสริมให้ศึกษาต่อในวิชาชีพอื่นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
1. กฎบัตรหน่วยงานตรวจสอบภายใน
กฎบัตรการตรวจสอบภายใน จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานทุกระดับของบริษัทฯ ได้มีความเข้าใจเกี่ยวกับสายการบังคับบัญชา วัตถุประสงค์ ขอบเขต ภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบของหน่วยงานตรวจสอบภายใน และความรับผิดชอบของหน่วยงานที่รับการตรวจ โดยตระหนักถึงความสำคัญของระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำกับดูแลการดำเนินงานและการบริหารงานให้มีมาตรฐาน เป็นไปในแนวทางที่ถูกต้อง และมีความน่าเชื่อถือ โดยดำรงไว้ซึ่งมาตรฐานแห่งความบริสุทธิ์ยุติธรรมตามเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพการตรวจสอบภายใน
3.1 วัตถุประสงค์
หน่วยงานตรวจสอบภายในจัดตั้งขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริหารในการควบคุมกำกับดูแลให้คำแนะนำปรึกษา และให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจในการปรับปรุงการดำเนินงานของบริษัทฯ
3.2 สายการบังคับบัญชาค์

1.

หน่วยงานตรวจสอบภายใน เป็นหน่วยงานอิสระ ขึ้นตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ

2.

หัวหน้าผู้บริหารงานหน่วยงานตรวจสอบภายใน เป็นผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงาน และมีสายการบังคับบัญชาขึ้นตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ

3.

การเสนอแผนการตรวจสอบประจำปีให้หัวหน้าผู้บริหารงานหน่วยงานตรวจสอบภายใน เสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบ

4.

หัวหน้าผู้บริหารงานหน่วยงานตรวจสอบภายใน รายงานผลการตรวจสอบตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการตรวจสอบต้องรายงานผลการตรวจสอบนั้นๆ ต่อคณะกรรมการบริษัททุกครั้ง

3.3 ภารกิจหลัก

1.

ให้คำปรึกษาและให้ข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบ ประเมินการจัดการบริหารความเสี่ยง ประเมินการควบคุมภายใน รวมทั้งมาตรฐานการดำเนินงาน หลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป นโยบาย กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ เพื่อปรับปรุงให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลในกระบวนการกำกับดูแล ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่ม และความเชื่อถือได้ของระบบสารสนเทศทางการเงิน และการปฏิบัติงานแก่หน่วยงานภายใน

2.

มุ่งที่จะฝึกฝน ส่งเสริมความรู้ของตนและองค์กร เกี่ยวกับการตรวจสอบภายใน และวิชาการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการให้คำปรึกษา แนะนำ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในการปฏิบัติงาน

3.4 ขอบเขตการปฏิบัติงาน

1)

หน่วยงานตรวจสอบภายใน มีขอบเขตการปฏิบัติงานในการให้คำปรึกษา และให้ข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบ การปฏิบัติงาน การประเมินปรับปรุงประสิทธิผลของการจัดการความเสี่ยง การควบคุมภายใน หลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป นโยบาย ระเบียบ ข้อบังคับ กฎหมาย กระบวนการกำกับดูแล และวิธีการที่เกี่ยวข้องทั้งหลายแก่หน่วยงานภายในองค์กร เพื่อเพิ่มคุณค่า และปรับปรุงการปฏิบัติงานของหน่วยรับตรวจรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้บรรลุถึงเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้

2)

การปฏิบัติภารกิจอื่นใดที่ไม่ใช่งานตรวจสอบ ต้องขออนุมัติจากคณะกรรมการตรวจสอบทุกครั้ง

3.5 อำนาจหน้าที่

1.

หน่วยงานตรวจสอบภายใน มีอิสระในการตรวจสอบการปฏิบัติงานทุกหน่วยงานภายในองค์กร

2.

หน่วยงานตรวจสอบภายใน สามารถเข้าถึงบุคคล ข้อมูล เอกสารหลักฐาน และทรัพย์สินของพนักงานที่เกี่ยวข้องกับงานตรวจสอบนั้นๆ ยกเว้น ข้อมูลเงินเดือนบุคลากรในบริษัทฯ

3.

หน่วยงานตรวจสอบภายใน ไม่มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย วิธีปฏิบัติงาน และระบบการควบคุมภายใน หรือแก้ไขระบบการควบคุมภายใน ซึ่งหน้าที่ดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบ ของผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง ผู้ตรวจสอบภายใน มีหน้าที่เพียงผู้ให้คำปรึกษาแนะนำ อย่างไรก็ตามหน่วยงานตรวจสอบภายในมีสิทธิ และหน้าที่ในการสอบทานการปฏิบัติตามนโยบายของบริษัทฯ เพื่อประเมินความเพียงพอ และประสิทธิผลของการควบคุม เพื่อตอบสนองต่อความเสี่ยง

4.

หน่วยงานตรวจสอบภายใน ปฏิบัติงานตรวจสอบ ตามมาตรฐานสากลการปฏิบัติงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน

5.

หน่วยงานตรวจสอบภายในมีสิทธิเข้ารับการอบรม หรือเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้ในงานที่เกี่ยวข้องโดยใช้ทรัพยากรของบริษัทฯ

6.

ในกรณีที่การปฏิบัติงานตรวจสอบภายในเรื่องใดหรือการปฏิบัติงานอื่นใดของหน่วยตรวจสอบภายใน มีความจำเป็นต้องอาศัยความรู้ความสามารถจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง ให้หัวหน้าผู้บริหารงานหน่วยงานตรวจสอบภายในเสนอคณะกรรมการตรวจสอบ และเสนอคณะกรรมการบริษัทตามลำดับ เพื่อพิจารณาให้มีการเชิญหรือดำเนินการว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องได้

3.6 หน้าที่ความรับผิดชอบ

1.

จัดทำแผนตรวจสอบประจำปี เสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อพิจารณาอนุมัติ และต้องปฏิบัติตามแผนงานตรวจสอบประจำปี

2.

ทบทวนกฎบัตรการตรวจสอบภายในอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้สอดคล้องกับขอบเขตความรับผิดชอบในการดำเนินงานของบริษัทฯ และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตรวจสอบ

3.

ตรวจสอบความถูกต้องและเชื่อถือได้ของข้อมูลและตัวเลขต่างๆ ด้วยเทคนิค และวิธีการตรวจสอบที่ยอมรับโดยทั่วไป ปริมาณมากน้อยตามความจำเป็นและเหมาะสม โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพของระบบการควบคุมภายใน และความสำคัญของเรื่องที่ตรวจ รวมทั้งวิเคราะห์ / ประเมินผลการบริหารงานและการปฏิบัติงานของหน่วยรับตรวจ โดยพิจารณาจัดลำดับกิจกรรมที่จะตรวจสอบ และเวลาในการดำเนินการให้พิจารณา จากความเสี่ยงที่มีสาระสำคัญ

4.

จัดทำแนวการตรวจสอบ (Audit Program) โดยใช้ Risk Based Approach ซึ่งครอบคลุมความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติงาน ความเสี่ยงด้านการเงิน ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ และความเสี่ยงด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม

5.

จัดให้มีการประเมินความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของบริษัทฯ เป็นประจำทุกปี พร้อมตรวจสอบรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และกิจกรรมการปฏิบัติงาน ให้เป็นไปตามนโยบาย กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง ตลอดจน ตรวจสอบการแบ่งแยกหน้าที่งาน การดูแลรักษาทรัพย์สิน และการใช้ทรัพยากรทุกประเภทว่าเป็นไปโดยมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

6.

ประเมินผลการปฏิบัติงานและรายงานผลการตรวจสอบ และเสนอแนะการปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้การปฏิบัติงานของหน่วยรับตรวจเป็นไปโดยมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และประหยัดยิ่งขึ้น ตามกรอบแนวคิดการควบคุมภายในของการบริหารความเสี่ยง 2017 (COSO : ERM 2017 Enterprise Risk Management Integrating with Strategy and Performance: 2017

7.

จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานหน่วยงานตรวจสอบภายในโดยหน่วยงานผู้รับตรวจ โดยนำข้อความเห็นที่ได้รับมาพัฒนา ปรับปรุงการให้บริการ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การตรวจสอบภายใน อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

8.

ติดตาม ประเมินผล การปฏิบัติตามข้อสรุปที่หารือร่วมกัน เพื่อให้มั่นใจว่า หน่วยงานผู้รับตรวจได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขถูกต้องตามที่หารือร่วมกัน

9.

ประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การปฏิบัติงานตรวจสอบบรรลุเป้าหมาย และเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

10.

ประเมินความเสี่ยงในทุกกระบวนการของบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน รวมทั้งจัดให้มีวิธีการจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม

11.

ตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรการ หลักปฏิบัติ และการควบคุมภายในที่เกี่ยวข้องกับมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน สำหรับทุกภารกิจที่ได้รับมอบหมาย รวมถึงการควบคุมภายในด้านการเงิน – บัญชี และการเก็บบันทึกข้อมูล เพื่อให้มั่นใจว่ามีการควบคุมเกี่ยวกับการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน

12.

รับเรื่องร้องเรียนทุจริตและสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมตามที่คณะกรรมการตรวจสอบหรือผู้บริหารระดับสูงมอบหมาย เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา

13.

ปฏิบัติงานตรวจสอบอื่นใด ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการตรวจสอบ

1.รายละเอียดหัวหน้างานตรวจสอบภายใน
ในการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2551 ครั้งที่ 8/2551 ได้แต่งตั้ง นางสาวธูปทอง หิรัณยานุรักษ์ เป็นหัวหน้างานผู้ตรวจสอบภายใน ตั้งแต่วันที่ 18 สิงหาคม 2551 เนื่องจากเป็นผู้มีความรู้ ความเข้าใจธุรกิจ เป็นอย่างดี ประกอบกับ มีความรู้ ทักษะ คุณวุฒิและประสบการณ์ในการปฏิบัติงานด้านตรวจสอบภายใน การตรวจสอบทุจริต การประเมินระบบการควบคุมภายใน และการบริหารความเสี่ยงตามแนวทาง COSO ERM จึงเห็นว่า มีความเหมาะสมที่จะปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวได้อย่างเหมาะสมเพียงพอ โดยมีบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบ ดังนี้

1.

ปฏิบัติหน้าที่ “ผู้ตรวจสอบภายใน” มีความรับผิดชอบตามกฎบัตรของผู้ตรวจสอบภายใน ที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการตรวจสอบ

2.

ปฏิบัติหน้าที่ “เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ” โดยจัดประชุม จัดทำเอกสารประกอบการประชุม และบันทึกผลการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ

5.26 งานกำกับดูแลการปฏิบัติงานของบริษัทฯ
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ (Compliance) ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งที่สำคัญที่จะช่วยให้ทุกๆ กระบวนการและขั้นตอนการทำงานของบริษัทฯ มีความถูกต้อง รอบคอบ รวมทั้ง ส่งเสริมให้บริษัทฯ สามารถดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ บรรลุเป้าหมาย และมีการปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎระเบียบ ข้อบังคับบริษัท และข้อบังคับของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานยึดมั่นเป็นหลักการในการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ ระเบียบ คําสั่ง ประกาศต่างๆ ทั้งจากภายในและภายนอกองค์กรอย่างเคร่งครัด และบริษัทฯ ได้ดําเนินการติดตามการออกกฎหมายใหม่ที่มีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ และร่างกฎหมายต่างๆ เช่น ร่างพระราชบัญญัติฉบับใหม่ๆ เพื่อศึกษาเตรียมความพร้อมและ/หรือเข้าร่วมชี้แจงปัญหาอุปสรรคต่างๆ ของบริษัทฯ (หากมี) เพื่อให้การดําเนินธุรกิจของบริษัทฯ เป็นไปตามกฎหมายใหม่ที่จะถูกบังคับใช้ในอนาคต โดยมีการกำหนดหน่วยงานที่รับผิดชอบ อันประกอบด้วย
  • เลขานุการบริษัท มีหน้าที่รับผิดชอบดูแล ติดตามให้บริษัทฯ มีการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านการเป็นบริษัทจดทะเบียน รวมทั้งระเบียบบริษัท ข้อบังคับบริษัทฯ และเป็นศูนย์กลางในการรวบรวม ติดตามข้อมูล เกี่ยวกับกฎระเบียบภายนอกที่เกี่ยวข้อง การสื่อสาร ให้ความรู้ คำปรึกษา เรื่องกฎระเบียบภายนอกด้านการเป็นบริษัทจดทะเบียน
  • ฝ่ายนิติกรรม มีหน้าที่รับผิดชอบกำกับดูแลงานด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ และให้ความรู้ คำปรึกษากับหน่วยงานภายในประเด็นต่างๆ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เป็นไปตามกฎหมายของหน่วยงานภายนอกอย่างถูกต้อง
  • หน่วยงานตรวจสอบภายใน มีหน้าที่รับผิดชอบในการประเมินประสิทธิภาพและความเพียงพอของระบบการควบคุมภายใน ตรวจสอบ และติดตามให้มีการปฏิบัติงานตามกฎระเบียบภายในของบริษัทฯ
  • ฝ่ายระบบคุณภาพ มีหน้าที่กำหนดขั้นตอนการปฏิบัติงานไว้ในหลักปฏิบัติ (Procedure) วิธีปฏิบัติงาน (Work Instruction) และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้พนักงานทุกคนใช้เป็นคู่มือการปฏิบัติงาน และมีกระบวนการวิเคราะห์ปัญหาเพื่อนำไปสู่การแก้ไข ป้องกัน และปรับปรุงพัฒนาระบบงานให้ดีขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่า ระบบการบริหารงานของการวางผัง ออกแบบ ก่อสร้าง ขาย และบริหารชุมชน มีความเหมาะสม ครอบคลุม และมีการดำเนินการตามระบบบริหารคุณภาพ และข้อกำหนดมาตรฐานสากล ISO 9001 : 2015
5.27 ค่าสอบบัญชี
บริษัทฯ และบริษัทย่อยจ่ายค่าสอบบัญชีให้กับบริษัท สำนักงาน อีวาย จำกัด ซึ่งเป็นสำนักงานสอบบัญชีที่ผู้สอบบัญชี ประจำปี 2562 รวมทั้งบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกับผู้สอบบัญชีและสำนักงานสอบบัญชีที่ผู้สอบบัญชีสังกัดในรอบปีบัญชีที่ผ่านมา มีจำนวนเงินรวม 5,530,000 บาท
ทั้งนี้ บริษัทที่เป็นสำนักงานสอบบัญชีและผู้สอบบัญชีไม่มีความสัมพันธ์ หรือส่วนได้เสียใดๆ กับบริษัทฯ / ผู้บริหาร / ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว และผู้สอบบัญชีมีความเป็นอิสระ มีคุณสมบัติที่ได้รับการยอมรับให้เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ รวมทั้งเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
  • ค่าสอบบัญชี ประจำปี 2562

1.

ค่าสอบบัญชีงบการเงินเฉพาะบริษัทฯ และงบการเงินรวม 2,550,000 บาท

2.

ค่าสอบบัญชีประจำปีและรายไตรมาส ของบริษัทย่อยในประเทศ จำนวน 4 บริษัทและงบการเงินรวม 1,230,000 บาท

3.

ค่าสอบบัญชีประจำปีและรายไตรมาส ของบริษัทย่อยต่างประเทศ และงบการเงินรวม 1,750,000 บาท

รวมค่าสอบบัญชี บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (ในและต่างประเทศ) ทั้งหมด 5,530,000 บาท
- ไม่มี -
5.28 การปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีในเรื่องอื่นๆ
คณะกรรมการบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ตระหนักถึงความสำคัญของธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม เนื่องจากมีความเชื่อมั่นว่า ธรรมาภิบาลที่ดีจะ

1.

ช่วยเสริมสร้างระบบการบริหารจัดการที่ดี มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทฯ มีศักยภาพในการแข่งขันในระยะสั้นและระยะยาว อันนำไปสู่ความเจริญเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืนและขจัดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้น

2.

ช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งภายในและภายนอกประเทศ รวมถึง สถาบันการเงิน พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ผ่านการสื่อสารที่ชัดเจน โปร่งใสอย่างเท่าเทียมกัน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายเป็นสำคัญ

3.

เป็นเครื่องมือในการวัดผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และตรวจสอบการทำงานต่างๆ เพื่อปรับปรุงแก้ไขการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ดังนั้น จึงกำหนดคู่มือนโยบายการกำกับดูแลกิจการ และจรรยาบรรณของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน (Code of Conduct) ขึ้น โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน ได้ถือปฏิบัติมาโดยตลอด ทั้งนี้ กรรมการ ผู้บริหาร ได้ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี มีการสอดส่อง ดูแล ส่งเสริมให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติตามคู่มือนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี จรรยาบรรณของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน (Code of Conduct) และเสริมสร้างบรรยากาศในการทำงานให้เอื้อต่อการปฏิบัติตามจรรยาบรรณ ขณะเดียวกันมีการมุ่งมั่นที่จะป้องปรามไม่ให้เกิดการละเมิดจรรยาบรรณเกิดขึ้น และหากเกิดกรณีมิได้มีการปฏิบัติหรือฝ่าฝืน มีการพิจารณาและกำหนดบทลงโทษตามระเบียบของฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ โดยมีการสื่อสารและประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับผู้บริหาร และพนักงาน รวมถึงมีการติดตามการปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าว ทั้งนี้ ผู้มีส่วนได้เสียสามารถเข้าดูข้อมูลได้ที่เว็บไซต์บริษัทฯ (www.supalai.com)
  • การกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อย
บริษัทฯ มีการกำหนดนโยบายด้านการกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อย โดยมีการคัดเลือกกรรมการบริษัทที่มีความรู้ ความสามารถ คุณวุฒิ และประสบการณ์ที่เหมาะสมกับลักษณะการประกอบธุรกิจของบริษัทย่อย เข้าไปดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการที่มีอำนาจในการควบคุมของบริษัทย่อย ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทแล้ว และในกรณีบริษัทย่อย มีเรื่องสำคัญ เช่น การอนุมัติการเพิ่มทุนหรือลดทุน การเลิกบริษัทย่อย และบริษัทร่วม จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัทก่อนทุกครั้ง และมีการกำกับดูแลให้การดำเนินการของบริษัทฯ และบริษัทย่อย เป็นไปโดยโปร่งใส จึงกำหนดให้มีการใช้ผู้สอบบัญชีจากสำนักงานสอบบัญชีเดียวกันกับบริษัทฯ เพื่อให้ผู้สอบบัญชีสามารถตรวจสอบรายการทำธุรกรรมต่างๆ รวมทั้งแสวงหาหลักฐานที่เหมาะสมอย่างเพียงพอในการแสดงความเห็นต่องบการเงินรวม ซึ่งที่ผ่านมาคณะกรรมการบริษัทมีมติเห็นชอบให้ แต่งตั้งกรรมการบริษัท โดยมีขอบเขตอำนาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ ดังนี้
คณะกรรมการบริษัทดำเนินการจัดสรรและจัดการทรัพยากรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลโดยคำนึงถึงผลกระทบ และการพัฒนาทรัพยากรตลอดสาย Value Chain เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักได้อย่างยั่งยืน อาทิ กรรมการอิสระเข้าสำรวจโครงการก่อสร้างและซักถามประเด็นปัญหาหรือสิ่งที่ฝ่ายจัดการกังวล รวมถึงเสนอแนวทางการจัดการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของบริษัทฯ รวมถึงกำกับดูแลให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงานมีการปฏิบัติตามคู่มือจรรยาบรรณ นโยบายต่างๆ ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และนโยบายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์เดียวกันกับที่บริษัทฯ นำมาใช้ปฏิบัติ
โดยในปี 2562 บริษัทฯ จัดให้มีการประเมินความเสี่ยงด้านทุจริตคอร์รัปชัน จัดให้มีการทดสอบวัดความรู้ ความเข้าใจของพนักงาน เกี่ยวกับการปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณฯ ผ่านโปรแกรม E-Learning ปีละ 1 ครั้ง สรุปผลการทดสอบของพนักงานบริษัทฯ และบริษัทย่อย และผ่านเกณฑ์ ได้ดังนี้
การกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัทและบริษัทย่อย
โดยรายงานผลการทดสอบต่อคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการ และคณะกรรมการบริษัทรับทราบและพิจารณา สื่อสารคู่มือจรรยาบรรณ(ฉบับย่อ)ให้บริษัทย่อย เผยแพร่ E-news ข่าวสารในด้านการกำกับดูแลกิจการ การบริหารความเสี่ยง การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ผ่านตัวการ์ตูนปู่ธรรม ย่าเตือน หนูดี เพื่อให้บริษัทย่อยนำไปใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติ ทั้งนี้ ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ของบริษัทย่อยแต่ละแห่งได้ดำเนินการกำกับดูแลพนักงานให้ปฏิบัติตามนโยบายของบริษัทฯ

1.

ควบคุมให้มีการจัดเก็บข้อมูล การบันทึกบัญชี และมีข้อบังคับในเรื่องการทำรายการเกี่ยวโยง การได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ หรือการทำรายการสำคัญอื่นใดของบริษัทย่อยอย่างครบถ้วน ถูกต้อง พร้อมทั้งจัดทำงบการเงินภายในนโยบายการบัญชีที่สำคัญเช่นเดียวกับหลักเกณฑ์ของบริษัทฯ เพื่อให้งบการเงินของบริษัทย่อยสามารถนำมาจัดทำงบการเงินรวมได้อย่างถูกต้องและทันเวลา

2.

คณะกรรมการตรวจสอบมอบหมายให้หน่วยงานตรวจสอบภายใน สอบทานการปฏิบัติงานในบริษัทย่อยโดยใช้วิธี Risk Based Approach ตามแต่ละกรณี ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่า บริษัทย่อยมีระบบการควบคุมภายในที่เพียงพอ เหมาะสม และรายงานคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อนำเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการบริษัทต่อไป

3.

จัดให้มีการรายงานผลการดำเนินงานและฐานะการเงินของบริษัทย่อย เสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทรับทราบเป็นประจำทุกเดือน

บริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามเกณฑ์การสำรวจโครงการการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้พิจารณาและทบทวนการนำหลักปฏิบัติตาม CG Code ไปปรับใช้ตามบริษัททาง อนึ่ง อาจยังไม่ครอบคลุมในบางหลักเกณฑ์ อย่างไรก็ดีบริษัทฯ ได้ดำเนินการในแนวทางอื่นๆ ที่แตกต่างไปจากเกณฑ์ที่กำหนด โดยได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับความสมเหตุสมผล และความเหมาะสมภายใต้สภาพแวดล้อมในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของบริษัทฯ และคำนึงผลประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้น เรื่องที่บริษัทฯ ยังไม่ได้ปฏิบัติมีดังนี้

หลักปฎิบัติตาม CG CODE และ CGR

เหตุผลหรือมาตรการทดแทนของบริษัทฯ

การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งกรรมการโดยการลงคะแนนเสียงแบบสะสม (Cumulative Voting)

ทั้งนี้ หากเลือกตั้งกรรมการใช้วิธีการลงคะแนนเสียงแบบสะสม (Cumulative Voting) อาจทำให้ตัวแทนกรรมการที่ได้รับเลือกมา มีคุณสมบัติไม่สอดคล้องกับ Board Skill Matrix ซึ่งเป็นเครื่องมือ ที่ใช้ในการสรรหากรรมการให้สอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทๆ รวมถึงแนวทางการบริหารงานของกรรมการที่ได้รับเลือกมา อาจทำเพื่อผลประโยชนต่อผู้ถือหุ้นเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยไม่ได้ ทำเพื่อผลประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหุ้นโดยรวม ซึ่งจะนำไปสู่ความสัมพันธ์ แตกแยกระหว่างกรรมเการ และผู้บริหารซึ่งส่งผลกระทบต่อการบริหาร ในทิศทางเดียวกัน

การจัดทำรายงานแบบูรณาการ (Integrated Report)

เนื่องจากษริษัทฯ จัดทำรายงานประจำปีตามเกณฑ์ตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทย ในขณะที่รายงานการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainability development report) จัดทำตามแนวทาง Global Reporting Iiiative Version 4.0 (GRN G4) จึงนำเสนอ ให้ผู้ใช้ข้อมูลสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างละเอ็ยดทั้งข้อมูล ทางด้านการเงิน และข้อมูลที่ไมใช่ข้อมูลทางการเงิน ซึ่งได้บรรจุ ลงแผ่นซีดี นำส่งให้ผู้ถือหุ้นรับทราบก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น และผู้ใช้ ข้อมูลสามารถดาวน์โหลดจากเว็บไซต์ของบริษัทฯ ได้

กำหนดนโยบายจำกัดจำนวนปีในการดำรงตำแหน่งของกรรมการอิสระไว้เกิน 9 ปี นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้งครั้งแรก

บริษัทฯมีกรรมการอิสระจำนวน 4 คน มีวาระดำรงตำแหน่งน้อยกว่า 6ป็ จำนวน 1 ท่าน และมากกว่า 9 ปี จำนวน 3 ท่าน อย่างไรก็ตาม คณะกรรมกรสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน และคณะกรรมการบริษัท เห็นว่า กรรมการอิสระของบริษัทฯ เป็นผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์เป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ ที่เหมาะสมกับธุรกิจ มีการแสดงความคิดเห็นได้อย่างเป็นอิสระ และปฏิบัติหน้ที่ในฐานะกรมการอิสระได้เป็นอย่างดี ซึ่งกรรมการ อิสระแต่ละคนก็ได้พิสูจน์แล้วว่า ได้รักษาคุณสมบัติความเป็นอิสระ และไม่มีผลประโยชน์ขัดแยังและ /หรือส่วนได้เสียอย่างมีนัยสำคัญ กับบริษัทๆ แต่อย่างใด

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัท มีการพิจารณาทบทวนเรื่องที่บริษัทฯ ยังไม่สามารถปฏิบัติได้ตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีเป็นประจำทุกปี