รายงานคณะกรรมการตรวจสอบ
คณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทฯ ประกอบด้วยกรรมการอิสระ จำนวน 4 ท่าน ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ และมีประสบการณ์ด้านบัญชีและการเงิน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และการบริหารองค์กร โดยมี รศ.ดร.วิรัช อภิเมธีธำรง เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบ นายอนันต์ เกตุพิทยา ผศ.อัศวิน พิชญโยธิน และ รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ เป็นกรรมการตรวจสอบ ซึ่งทุกท่านมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ ในปี 2568 มีวาระการดำรงตำแหน่ง สรุปดังนี้
1 มกราคม 2568 ถึง 18 พฤศจิกายน 2568
  • นายอนันต์ เกตุพิทยาประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
  • ผศ.อัศวิน พิชญโยธินกรรมการตรวจสอบ
  • รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์กรรมการตรวจสอบ
19 พฤศจิกายน 2568 ถึงปัจจุบัน
  • รศ.ดร.วิรัช อภิเมธีธำรงประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
  • นายอนันต์ เกตุพิทยากรรมการตรวจสอบ
  • ผศ.อัศวิน พิชญโยธินกรรมการตรวจสอบ
  • รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์กรรมการตรวจสอบ
ในปี 2568 คณะกรรมการตรวจสอบได้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทและกฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบ โดยควบคุมให้มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี กระบวนการบริหารความเสี่ยง การควบคุมภายในที่เพียงพอ มุ่งเน้นความโปร่งใส และการตรวจสอบภายในที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ซึ่งสอดคล้องตามแนวปฏิบัติที่ดีของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ โดยใช้ความรู้ ความสามารถ ความระมัดระวังรอบคอบ มีความเป็นอิสระอย่างเพียงพอ เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างเท่าเทียมกัน และรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่และข้อเสนอแนะต่าง ๆ ต่อฝ่ายจัดการ กำกับดูแลและติดตามการดำเนินการของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสีย และส่งเสริมให้ฝ่ายจัดการให้ความสำคัญในเรื่องมาตรฐาน ความปลอดภัยของการดำเนินงาน และความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber security) คณะกรรมการบริษัทรับทราบทุกครั้ง โดยในปี 2568 มีการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบทั้งสิ้นรวม 12 ครั้ง โดยมีสรุปการเข้าร่วมประชุม ดังนี้

1 มกราคม 2568 ถึง 18 พฤศจิกายน 2568 : มีการประชุม 11 ครั้ง

ชื่อกรรมการตรวจสอบ

จำนวนครั้งที่เข้าร่วม

นายอนันต์ เกตุพิทยา
ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ

11

ผศ.อัศวิน พิชญโยธิน
กรรมการตรวจสอบ

11

รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์
กรรมการตรวจสอบ

10

19 พฤศจิกายน 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2568 : มีการประชุม 1 ครั้ง

ชื่อกรรมการตรวจสอบ

จำนวนครั้งที่เข้าร่วม

รศ.ดร.วิรัช อภิเมธีธำรง
ประธานคณะกรรมการตรวจสอบ
(ได้รับการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568)

1

นายอนันต์ เกตุพิทยา
กรรมการตรวจสอบ

1

ผศ.อัศวิน พิชญโยธิน
กรรมการตรวจสอบ

1

รศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์
กรรมการตรวจสอบ

1

ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบมีการประชุมและหารือร่วมกับฝ่ายบริหาร หน่วยงานตรวจสอบภายในและผู้สอบบัญชีในเรื่องที่เกี่ยวข้องโดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งสรุปสาระสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่ได้ดังนี้
  1. การสอบทานรายงานทางการเงิน และรายงานผลการดำเนินงานที่มิใช่รายงานทางการเงิน
  2. คณะกรรมการตรวจสอบได้สอบทานงบการเงินรายไตรมาสและงบการเงินประจำปี 2568 ของบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) และงบการเงินรวม ร่วมกับฝ่ายบริหาร หน่วยงานตรวจสอบภายใน และเชิญผู้สอบบัญชีร่วมประชุมทุกไตรมาส เพื่อหารือเกี่ยวกับความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ และการแสดงความเห็นของผู้สอบบัญชี พร้อมทั้งสอบถามผู้สอบบัญชีในเรื่องความถูกต้องครบถ้วนของงบการเงิน นโยบายบัญชีที่เกี่ยวข้อง การปรับปรุงรายการบัญชีที่สำคัญ เรื่องสำคัญจากการตรวจสอบ (Key Audit Matters) รวมถึงการประมาณการทางบัญชี ซึ่งมีผลกระทบต่องบการเงิน ความเพียงพอเหมาะสมของวิธีการบันทึกบัญชี ขอบเขตการตรวจสอบ การเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้อง ครบถ้วน เพียงพอ และความมีอิสระของผู้สอบบัญชี เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดทำงบการเงินเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายและมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป ระบบบัญชีและงบการเงินมีความถูกต้องเชื่อถือได้ รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลในงบการเงินอย่างเพียงพอและทันเวลา เพื่อเป็นประโยชน์กับนักลงทุนหรือผู้ใช้งบการเงิน
    คณะกรรมการตรวจสอบได้สอบทานรายงานผลการดำเนินงานของฝ่ายต่าง ๆ โดยเปรียบเทียบแผนงานกับผลการดำเนินงานของฝ่ายต่าง ๆ โดยจะซักถามประเด็นปัญหาหรือสิ่งที่น่าเป็นห่วง พร้อมให้ข้อคิดเห็น พิจารณาแนวทางการจัดการ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการปฏิบัติงานตามแนวทางอย่างเหมาะสมและโปร่งใส
  3. การสอบทานการบริหารความเสี่ยง
  4. คณะกรรมการตรวจสอบได้สอบทานการบริหารความเสี่ยง แผนงาน และแนวทางบริหารความเสี่ยงตามหลักการที่กำหนดในนโยบายบริหารความเสี่ยง เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ รวมถึงพิจารณาและสอบทานประสิทธิภาพและความเหมาะสมของกระบวนการบริหารความเสี่ยงอันเกิดจากปัจจัยภายในและภายนอกของบริษัทฯ และติดตามความคืบหน้าของการบริหารความเสี่ยงสำคัญ โดยพิจารณาระบุปัจจัยเสี่ยงที่ครอบคลุมการปฏิบัติงาน และโอกาสที่จะเกิดผลกระทบจากการจัดการความเสี่ยง ทำให้มั่นใจได้ว่า บริษัทฯ มีการประเมินความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญอย่างเป็นระบบ พร้อมส่งเสริมความรู้ความเข้าใจให้กับพนักงานทั้งองค์กร โดยมีการจัดทำแบบทดสอบความรู้ด้านการตระหนักรู้ในการบริหารความเสี่ยงที่อาจพบในการทำงาน เพื่อให้พนักงานแต่ละระดับรับทราบบทบาทหน้าที่ของตนเองและตระหนักถึงความรับผิดชอบที่มีต่อการสร้างระบบการควบคุมภายในขององค์กรให้มีประสิทธิภาพ และเป็นกลไกสำคัญในการสร้างมูลค่าต่อธุรกิจ
  5. การสอบทานระบบการควบคุมภายใน
  6. คณะกรมการตรวจสอบได้สอบทานประสิทธิภาพและประสิทธิผลของระบบการควบคุมภายในร่วมกับผู้สอบบัญชี เลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ และหน่วยงานตรวจสอบภายในทุกไตรมาส ทั้งในด้านการดำเนินงาน การใช้ทรัพยากร การดูแลทรัพย์สิน การป้องกันหรือลดความผิดพลาด ความเสียหาย การรั่วไหลของข้อมูลที่สำคัญ หรือการทุจริต ความเชื่อถือได้ของรายงานทางการเงิน การปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ และข้อกำหนดต่าง ๆ เพื่อประเมินความเพียงพอเหมาะสมของระบบการควบคุมภายในตามมาตรฐานการตรวจสอบภายใน และแนวทางที่กำหนดโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมการติดตามผลการดำเนินงานความปลอดภัยทางไซเบอร์ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของบริษัทฯ ทั้งยังสร้างความตระหนักรู้เพื่อส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และการควบคุมภายในกับพนักงานอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจัดทำหลักสูตรอบรมและแบบทดสอบความตระหนักรู้ด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ (Cybersecurity Awareness) เพื่อให้พนักงานทุกคน มีความรู้ความเข้าใจ และพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดในปัจจุบัน ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการเทคโนโลยีและความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ รวมถึงการพิจารณาผลการตรวจสอบตามแผนงานการตรวจสอบที่ได้รับการอนุมัติ และรายงานผลการตรวจสอบ โดยฝ่ายบริหารของบริษัทฯ ได้ติดตามให้มีการแก้ไขปรับปรุงตามข้อเสนอแนะในรายงานผลการตรวจสอบ และข้อคิดเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปรับปรุงแก้ไขระบบการควบคุมภายในให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งผลการตรวจสอบภายในไม่พบจุดอ่อนหรือข้อบกพร่องในระบบการควบคุมภายในที่อาจมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ อย่างเป็นสาระสำคัญ
    ในปี 2568 คณะกรรมการตรวจสอบมีความเห็นว่า บริษัทฯ มีระบบการควบคุมภายในและการกำกับดูแลความเสี่ยงอย่างเพียงพอ เหมาะสม และมีประสิทธิผลทางธุรกิจ นอกจากนี้ผู้สอบบัญชีได้ประเมินผลระบบการควบคุมภายใน ซึ่งไม่พบจุดอ่อนที่เป็นสาระสำคัญที่อาจมีผลกระทบต่องบการเงินของบริษัทฯ
  7. การสอบทานการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ
  8. คณะกรรมการตรวจสอบได้สอบทานการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์ฯ ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อให้มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ซึ่งไม่ได้รับรายงานจากผู้สอบบัญชี การร้องเรียนจากบุคคลภายนอก การเปิดเผยข้อมูลโดยฝ่ายจัดการและหน่วยงานตรวจสอบภายใน ไม่พบการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย จึงทำให้มั่นใจได้ว่าบริษัทฯ ไม่มีการปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมายที่จะส่งผลกระทบต่อบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ
  9. การสอบทานรายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
  10. คณะกรรมการตรวจสอบได้สอบทานรายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และมีความเห็นว่ามีการเปิดเผยข้อมูลครบถ้วนอย่างเพียงพอ เป็นรายการจริงทางการค้าอันเป็นธุรกิจปกติทั่วไปอย่างสมเหตุสมผล ขจัดความขัดแย้งทางผลประโยชน์และเป็นไปตามข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยปี 2568 ไม่มีรายการที่เข้าข่ายลักษณะรายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ที่ต้องขออนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น
  11. การสอบทานการปฏิบัติตามนโยบายและมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน
  12. คณะกรรมการตรวจสอบได้สอบทานระบบการควบคุมภายใน รวมถึงการกำกับดูแลการปฏิบัติตามนโยบายและมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และการกำหนดแนวทางเชิงป้องกันการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยจัดให้มีช่องทางการร้องเรียนและแจ้งเบาะแส (Whistleblower) เกี่ยวกับการทุจริต ประพฤติมิชอบ หรือการกระทำผิดจรรยาบรรณธุรกิจ ผ่านเว็บไซต์และอีเมลของบริษัทฯ รวมถึงการดําเนินการวิธีการในการรับมือกับเรื่องร้องเรียนและปกป้องผู้แจ้งเบาะแสอย่างเหมาะสม ซึ่งการดําเนินการดังกล่าวจะช่วยให้คณะกรรมการตรวจสอบและหน่วยงานตรวจสอบภายในทราบถึงประเด็นความผิดปกติในบริษัทฯ ได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที และมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมและสื่อสารการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน โดยเข้าร่วมเป็นผู้บรรยายและเชิญชวนคู่ค้าเข้ารับฟังสัมมนาในงาน Road to Certify with CAC and CAC Change Agent ในหัวข้อ ห่วงโซ่ธุรกิจโปร่งใส ภาคธุรกิจไทยยั่งยืน เพื่อวางแผนและเตรียมเอกสารยื่นขอการรับรองจากสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) โดยสมาคมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบภายในไม่พบจุดอ่อนหรือข้อบกพร่องในระบบการควบคุมภายในตามนโยบายมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันที่เป็นสาระสำคัญ
    คณะกรรมการตรวจสอบมีความเห็นว่า บริษัทฯ มีระบบการควบคุมภายในและการกำกับดูแลการปฏิบัติตามนโยบายและมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเพียงพอเหมาะสม นอกจากนี้ บริษัทฯ เป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และรางวัล CAC Change Agent Award ประจำปี 2568 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เช่นกัน
  13. การทบทวนกฎบัตรของคณะกรรมการตรวจสอบ และกฎบัตรของหน่วยงานตรวจสอบภายใน
  14. คณะกรรมการตรวจสอบได้ทบทวนกฎบัตรของคณะกรรมการตรวจสอบให้มีความเหมาะสม สอดคล้องกับหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ และข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยคณะกรรมการตรวจสอบได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ มีความเป็นอิสระและโปร่งใส เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ คณะกรรมการตรวจสอบเชื่อมั่นว่างบการเงินของบริษัทฯ และบริษัทย่อย มีความถูกต้อง เชื่อถือได้ และสอดคล้องกับมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป และมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ได้ดำเนินการภายใต้การบริหารความเสี่ยงและระบบการควบคุมภายในที่มีประสิทธิผล เพียงพอ เป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
    คณะกรรมการตรวจสอบได้สอบทานกฎบัตรของหน่วยงานตรวจสอบภายใน มีความเห็นว่าเหมาะสมและสอดคล้องกับหน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงานตรวจสอบภายใน เพื่อใช้เป็นแนวทางการปฏิบัติงาน และให้ตระหนักถึงความสำคัญของระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  15. การกำกับดูแลงานตรวจสอบภายใน
  16. คณะกรรมการตรวจสอบมีการกำกับดูแลหน่วยงานตรวจสอบภายใน ซึ่งครอบคลุมถึงภารกิจหลัก ขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบ ความเป็นอิสระในการปฏิบัติงานตรวจสอบ รวมถึงการจัดองค์กรและอัตรากำลัง โดยสอบทานและอนุมัติแผนงานการตรวจสอบประจำปี 2568 ที่จัดทำขึ้นตามผลการประเมินความเสี่ยงในหน่วยงานของบริษัทฯ พิจารณาผลการตรวจสอบ รวมถึงให้ข้อเสนอแนะในการปฏิบัติงานแก่หน่วยงานตรวจสอบภายในอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การตรวจสอบภายในเป็นไปตามมาตรฐานสากล การปฏิบัติตามแนวทางด้านความยั่งยืน การปฏิบัติงานตามวิชาชีพการตรวจสอบภายใน และมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งติดตามการดำเนินการแก้ไขตามรายงานผลการตรวจสอบในประเด็นที่มีสาระสำคัญทุกไตรมาส
    คณะกรรมการตรวจสอบมีความเห็นว่า บริษัทฯ มีระบบการตรวจสอบภายในและการจัดการข้อมูลสารสนเทศที่เพียงพอเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ โดยหน่วยงานตรวจสอบภายในสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างอิสระ พร้อมให้คำแนะนำปรึกษาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจในการปรับปรุงการดำเนินงานของบริษัทฯ
  17. การพิจารณาเสนอแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและค่าสอบบัญชี
  18. คณะกรรมการตรวจสอบพิจารณาคัดเลือก เสนอแต่งตั้งผู้สอบบัญชี รวมทั้งกำหนดค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชีประจำปี 2568 โดยพิจารณาจากผลการปฏิบัติงานในปีที่ผ่านมาของผู้สอบบัญชีตามเกณฑ์การประเมินผลของบริษัทฯ ด้านคุณสมบัติของผู้สอบบัญชี ความเป็นอิสระในการปฏิบัติงาน คุณภาพ และมาตรฐานการทำงาน อยู่ในเกณฑ์น่าพอใจ และผู้สอบบัญชีมีคุณสมบัติเป็นไปตามประกาศของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ดังนั้น คณะกรรมการตรวจสอบจึงมีมติเห็นชอบเสนอแต่งตั้งบริษัท สำนักงาน อีวาย จำกัด เป็นผู้สอบบัญชีของบริษัทฯ และค่าสอบบัญชี ประจำปี 2568 ที่เสนอมีความเหมาะสมกับขนาดและลักษณะของธุรกิจ จึงเสนอให้คณะกรรมการบริษัทนำเสนอขออนุมัติต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีเพื่อพิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชีและอนุมัติค่าสอบบัญชีประจำปี 2568
    โดยสรุป คณะกรรมการตรวจสอบได้ปฏิบัติงานตามหน้าที่และความรับผิดชอบตามที่ได้ระบุไว้ในกฎบัตร โดยใช้ความรู้ความสามารถ ความระมัดระวัง รอบคอบ และมีความเป็นอิสระอย่างเพียงพอ ตลอดจนได้ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน และมีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบทั้งคณะ และรายบุคคล ตาม "แนวปฏิบัติที่ดีของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย" เพื่อให้มั่นใจว่าการปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุผลตามที่กำหนดไว้ และเห็นว่างบการเงินของบริษัทฯ มีความถูกต้อง เชื่อถือได้ สอดคล้องตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอ ทันเวลา มีการปฏิบัติงานที่สอดคล้องตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ รวมถึงมีระบบการควบคุมภายในที่ดี มีการบริหารจัดการความเสี่ยง โดยการติดตามสถานการณ์และความเสี่ยงใหม่ ๆ เพื่อเตรียมพร้อมในการรับมือกับความเสี่ยงใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้นทั้งในปัจจุบันและอนาคต และมีระบบการควบคุมภายในที่เพียงพอเหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจ